หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมไม่ควรใส่กล้วยในเบอร์รี่สมูทตี้

เนื้อหาโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 

ทำไม "ไม่ควรใส่กล้วย" ในเบอร์รี่สมูทตี้? เปิดข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระ

 

หลายท่านอาจคุ้นเคยกับการทำสมูทตี้โดยใช้ผลไม้หลากหลายชนิดผสมกัน โดยเฉพาะ “กล้วย” ที่มักเป็นวัตถุดิบหลัก เนื่องจากให้เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มและรสหวานธรรมชาติ แต่ทราบหรือไม่ว่า หากต้องการดึงประโยชน์สูงสุดจาก “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่” การใส่กล้วยร่วมด้วยอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด

 

ข้อมูลจากงานวิจัยของ UC Davis ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า กล้วยมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า โพลีฟีนอลออกซิเดส (Polyphenol Oxidase – PPO) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเร่งปฏิกิริยาออกซิเดชันของสารโพลีฟีนอลที่พบในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ และสตรอว์เบอร์รี่

 

ปฏิกิริยานี้ส่งผลให้ ฟลาโวนอยด์ โดยเฉพาะ แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและชะลอความเสื่อมของเซลล์ ถูกทำลายหรือเปลี่ยนโครงสร้างจนร่างกายดูดซึมได้ลดลง

 

แม้ว่าผลกระทบดังกล่าวจะไม่ได้ลบล้างคุณประโยชน์ของสมูทตี้ทั้งหมด แต่หากจุดประสงค์หลักคือการเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากเบอร์รี่ การหลีกเลี่ยงกล้วยจะช่วยให้ได้คุณค่าสารอาหารที่มากกว่า

 

วัตถุดิบที่ควรหลีกเลี่ยงในการทำเบอร์รี่สมูทตี้เพื่อคงคุณค่าสูงสุด

 

กล้วย: มีเอนไซม์ PPO สูง ซึ่งเร่งการออกซิเดชันของสารต้านอนุมูลอิสระในเบอร์รี่

 

ผลไม้สุกจัด: เช่น มะม่วงสุกหรือสับปะรด อาจมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป และลดการดูดซึมของฟลาโวนอยด์

 

นมวัวบางชนิด: โปรตีนเคซีนในนมอาจจับกับแอนโทไซยานิน ทำให้ดูดซึมได้น้อยลง ควรเลือกนมพืชที่ไม่เติมน้ำตาลแทน

 

แนวทางการทำเบอร์รี่สมูทตี้ที่ให้คุณค่าสูงสุด

 

1. จับคู่วัตถุดิบอย่างชาญฉลาด

ผสมเบอร์รี่กับผักใบเขียว เช่น ผักโขมหรือคะน้า เพื่อเพิ่มไฟเบอร์และไม่ลดคุณค่าของสารต้านอนุมูลอิสระ

 

2. เลือกของเหลวที่ไม่มีโปรตีนสูง

เช่น น้ำมะพร้าว หรือนมอัลมอนด์แบบไม่เติมน้ำตาล

 

3. เติมไขมันดีในปริมาณเล็กน้อย

เช่น เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดเจีย หรือน้ำมันมะพร้าว เพื่อช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามิน A และ E

 

4. ดื่มทันทีหลังปั่น

เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาออกซิเดชันจากการสัมผัสอากาศ

 

5. เลือกใช้ผลไม้สดหรือแช่แข็งโดยไม่เติมน้ำตาล

เพื่อรักษาความเข้มข้นของวิตามินและลดน้ำตาลแฝง

 

สรุป

 

แม้ว่ากล้วยจะเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงในตัวเอง แต่หากต้องการบริโภคเบอร์รี่สมูทตี้เพื่อเสริมฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอย่างเต็มประสิทธิภาพ ควรพิจารณาหลีกเลี่ยงการใส่กล้วย และเลือกวัตถุดิบที่เสริมคุณค่าซึ่งกันและกัน เพื่อให้สมูทตี้ของคุณเป็นมากกว่าความอร่อย แต่เป็นการดูแลสุขภาพจากภายในอย่างแท้จริง

เนื้อหาโดย: เรื่องน่ารู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงครามทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึกรสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงครามประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกจาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกเรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แม่คะนิ้งบนยอดดอยอินทนนท์ "อุณหภูมิที่โหดเหี้ยมในรอบปี"ท้องฟ้าทอแสงในยามเช้าอันรุ่งอรุณ "ยอดดอยอินทนนท์ประหนึ่งอากาศหยุดนิ่งไม่ไหวติง"วัดคือสถานที่ในการพักผ่อน "สีสันความโดดเด่นนั้นจูงใจในศรัทธา"ความเชื่อในเรื่องของกล้วยเครือยักษ์ หนึ่งเดียวในการขอพร
ตั้งกระทู้ใหม่