หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ปลาร้า “สุก” และ “ดิบ” มีประโยชน์และโทษต่างกันอย่างไร

เนื้อหาโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

เชื่อว่าหลายคนเติบโตมากับ “ปลาร้า” ไม่ว่าบ้านจะอยู่ภาคไหน โดยเฉพาะภาคอีสาน ปลาร้าเป็นเครื่องปรุงสำคัญในอาหารพื้นบ้านแทบทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นตำบักหุ่ง แจ่ว ผัด หรือแกงต่าง ๆ ก็ขาดปลาร้าไม่ได้ เพราะให้รสชาติหอมกลมกล่อมจนหลายคนติดใจ

 

แต่... พออายุมากขึ้น สุขภาพเริ่มเป็นเรื่องสำคัญ เลยมีคำถามขึ้นมาว่า ปลาร้าสุก กับ ปลาร้าดิบ แบบไหนปลอดภัย? แบบไหนกินแล้วได้ประโยชน์มากกว่า? วันนี้มาคุยกันแบบชาวบ้านฟังเข้าใจง่าย ๆ ค่ะ

 

ปลาร้าคืออะไร?

 

ปลาร้าคือการถนอมอาหารแบบดั้งเดิมของไทย ทำจากปลาหมักเกลือและรำข้าว หรือข้าวคั่ว ปล่อยให้เกิดการย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่มีประโยชน์ตามธรรมชาติ เรียกว่าหมัก “ให้เปื่อย” แล้วเอามาประกอบอาหาร

 

ปลาร้าดิบ คืออะไร?

 

คือปลาร้าที่ตักออกมาใช้โดย ไม่ผ่านความร้อน เช่น ตำส้มตำใส่ปลาร้าดิบเลย หรือจิ้มข้าวเหนียวกับปลาร้าสด

 

ข้อดี

 

รสชาติเข้มข้น หอมเฉพาะตัว

 

มีแบคทีเรียบางชนิดที่ดีต่อระบบย่อยอาหาร (ถ้าเป็นปลาร้าที่สะอาด)

 

ข้อเสีย

 

เสี่ยงมาก โดยเฉพาะเชื้อพยาธิ ไวรัส และแบคทีเรียที่อาจเจือปนในปลาที่ไม่สะอาด

 

หากกระบวนการหมักไม่ดี อาจมีสารพิษตกค้าง เช่น ไนโตรซามีน ซึ่งเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง

 

เสี่ยงท้องเสีย อาหารเป็นพิษ

 

ปลาร้าสุก คืออะไร?

 

 

คือปลาร้าที่ ผ่านความร้อนแล้ว เช่น เอาไปต้ม ต้มสุกในน้ำปลาร้าต้ม หรือใส่ลงในอาหารที่มีการต้ม/ผัด

 

ข้อดี

 

ปลอดภัยมากขึ้น เพราะความร้อนจะฆ่าเชื้อพยาธิและแบคทีเรียอันตราย

 

ย่อยง่ายและเหมาะกับคนสูงวัย

 

ยังคงกลิ่นรสอร่อยได้ (แม้จะเบาลงหน่อย)

 

ข้อเสีย

 

รสชาติอาจไม่เข้มเท่าปลาร้าดิบ

 

วิตามินบางชนิดอาจสลายไปบ้างจากความร้อน

 

แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะดีต่อสุขภาพ?

 

ถ้าเน้นความ ปลอดภัยและสุขภาพ ขอแนะนำให้เลือก “ปลาร้าสุก” ค่ะ จะกินกับข้าวเหนียว ตำบักหุ่ง หรือแกงหน่อไม้ ก็อร่อยเหมือนกัน แถมยังลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ซึ่งในวัยเราระบบย่อยไม่แข็งแรงเหมือนก่อนแล้ว

 

เคล็ดลับการเลือกปลาร้าให้ปลอดภัย

 

1. ดูร้านที่สะอาด ถ้าเป็นปลาร้าท้องตลาด ให้เลือกเจ้าที่ไว้ใจได้

 

2. หมักนานเกิน 6 เดือน จะย่อยดี กลิ่นหอม ละเอียด

 

3. ต้มก่อนใช้เสมอ โดยเฉพาะถ้าทำให้เด็กหรือผู้สูงอายุอื่นกิน

 

4. เก็บในตู้เย็น หากใช้ไม่หมด

 

สรุป

 

ปลาร้าเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่น่าภูมิใจค่ะ แต่การกินให้เหมาะสมกับวัยเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะพี่น้องวัย 50+ แบบพวกเราควรเลือกปลาร้าสุกเพื่อความปลอดภัย กินให้อร่อยและสบายใจ จะได้อยู่กินปลาร้าไปอีกหลายสิบปีนะคะ

เนื้อหาโดย: เรื่องน่ารู้
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 9 ธุรกิจสินค้าสัญชาติ "ญี่ปุ่น" ที่ปัจจุบันมี "ทุนจีน" เป็นเจ้าของความแตกต่างที่น่าทึ่งระหว่าง "งูจงอาง" (King Cobra) ในช่วงอายุที่แตกต่างกันระหว่างลูกงู และงูที่โตเต็มวัยแล้วสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/2/69จังหวัดของประเทศไทย ที่มีคนกัมพูชาทำงานอยู่จำนวนมากที่สุดเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไทย ที่หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสินค้าของญี่ปุ่นพบ "ตะโขง" สัตว์ที่เคยเชื่อว่าสูญพันธุ์แล้วในไทยเป็นครั้งแรก พร้อมภาพชัดเจนเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยร้านกาแฟที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยเขมรคุยโว! มีคนแห่เที่ยว "ถนนคนเดิน" ใน "พนมเปญ" วันละแสน..รั้งอันดับ 2 ของโลกเมืองที่น่าเที่ยวยามค่ำคืนจังหวัดไหน ครองแชมป์มีพื้นที่ ปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศไทยระบบนิเวศวิทยาของนกกาเหว่า: ผู้ไม่เคยสร้างรัง แต่ไม่เคยสูญพันธุ์5 จังหวัดที่มีป่าไม้มากที่สุดในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทัวร์คอนเสิร์ตที่ทำเงินมากที่สุด อันดับหนึ่งของโลกตลอดกาลกำเนิดเทศกาลตรุษจีน และ 8 ประเทศเอเชียที่เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนข่าวดีวงการบันเทิงต้อนรับตรุษจีน : แพท ณปภา เตรียมเป็นคุณแม่ลูกสอง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
จบเพียง ม.6 กศน. ชีวิตจะหยุดแค่นั้นจริงหรือ? เปิดข้อเท็จจริงปี 2569 ที่สังคมยังถกเถียงแอร์ฯ เตือนชัด! อย่ามองข้าม “เสื้อยืด” บนเครื่องบิน — เหตุผลด้านความปลอดภัยที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยคิดถึงเปิดเบื้องหลัง “กลิ้งขวดน้ำใต้เตียงโรงแรม” เคล็ดลับความปลอดภัยที่นักเดินทางมืออาชีพไม่เคยบอกใคร เรื่องเล็กที่อาจช่วยชีวิตคุณได้ย้อนรอยตำนาน: ที่มาของอินทนิล ดอกไม้แห่งความซื่อสัตย์
ตั้งกระทู้ใหม่