หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โยนหินถามทางในทะเลทราย : ความลับของเส้นนัซกา (Nazca Lines) ที่ยังไม่มีใครไขได้

เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด

 

‎กลางทะเลทรายอันแห้งแล้งของประเทศเปรู มีภาพวาดขนาดยักษ์นับร้อยวาดอยู่บนพื้นดินกว้างใหญ่ พวกมันไม่ใช่ผลงานของศิลปินยุคใหม่ แต่เป็นงานศิลป์ลึกลับที่เก่าแก่กว่าพีระมิดในอียิปต์ งานศิลป์ที่มีความแม่นยำระดับเรขาคณิตทางดาราศาสตร์ และถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่ใดๆ เป็นส่วนช่วย

‎เหล่านี้คือ "เส้นนัซกา (Nazca Lines)" — ปริศนาที่แม้แต่นักโบราณคดี นักดาราศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกยังต้องกุมขมับ

‎เส้นสายที่ไม่มีใครเห็นได้จากพื้นดิน

 

เส้นนัซกา (Nazca Lines) คือกลุ่มของลวดลายขนาดใหญ่ที่ถูกวาดไว้บนพื้นทะเลทรายปัมปัส (Pampas de Jumana) ในประเทศเปรู มีทั้งเส้นตรง เส้นโค้ง ลวดลายเรขาคณิต รวมถึงภาพที่เป็นรูปร่างของสัตว์ มนุษย์ และพืชต่างๆ เช่น ลิง นกฮัมมิงเบิร์ด แมงมุม ปลาวาฬ แมว และมนุษย์ต่างดาว (!?)

‎ลวดลายเหล่านี้มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถมองเห็นได้ชัดจากพื้นดิน ต้องบินขึ้นจากพื้นดินถึงจะเห็นเป็นรูปร่างได้อย่างครบถ้วน

‎สิ่งที่ทำให้หลายคนประหลาดใจคือ...

‎ภาพที่ถูกวาดไว้บนพื้นดินเหล่านี้มีความยาวหลายร้อยเมตร บางภาพมีขนาดใหญ่เท่ากับสนามฟุตบอลถึงสิบสนามรวมกัน! แถมยังถูกสร้างขึ้นด้วยความแม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ

‎ใครเป็นผู้สร้าง?

‎ลวดลายเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวนัซกา (Nazca) ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองระหว่างประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล ถึง 600 ปีหลังคริสตกาล พวกเขาไม่มีเครื่องบิน ไม่มีเครื่องมือวัดระดับเลเซอร์ และไม่มีเทคโนโลยี GPS

‎แล้วพวกเขาทำได้อย่างไร?

‎มีหลายทฤษฎีที่เสนอขึ้นมา:

‎1. ทฤษฎีใช้เชือกและไม้: นักโบราณคดีบางคนเชื่อว่า ชาวนัซกาอาจใช้เชือกผูกติดกับไม้เป็นเสาแนว เพื่อกะระยะและวาดเส้นตรง

‎2. ทฤษฎีบอลลูนโบราณ: มีบางทฤษฎีที่เสนอว่าชาวนัซกาอาจมีเทคโนโลยีบอลลูนโบราณที่สามารถบินขึ้นไปดูภาพมุมสูงได้

‎3. ทฤษฎีมนุษย์ต่างดาว: ทฤษฎียอดนิยมในกลุ่มผู้สนใจสิ่งลี้ลับคือ เส้นนัซกาอาจถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว หรือเป็นสนามลงจอดของยานอวกาศ (!)

‎ทำไมต้องสร้าง?

‎คำถามสำคัญคือ...

‎พวกเขาสร้างไปทำไม? เพื่ออะไร?

‎นักวิทยาศาสตร์ได้เสนอทฤษฎีมากมาย เช่น:

‎พิธีกรรมบูชาน้ำ: เพราะพื้นที่ของชาวนัซกานั้นแห้งแล้งมาก ภาพบนพื้นดินอาจเป็นการขอฝนหรืออัญเชิญเทพเจ้าแห่งน้ำ

‎ปฏิทินดาราศาสตร์: เส้นบางเส้นชี้ไปยังตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ หรือกลุ่มดาวที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจใช้เป็นปฏิทินสำหรับการเพาะปลูก

‎ทางเดินศักดิ์สิทธิ์: บางภาพอาจเป็นเส้นทางสำหรับขบวนแห่หรือการเดินเพื่อประกอบพิธีกรรม

‎ทำไมมันถึงไม่หายไป?

‎เส้นนัซกาอยู่มาได้นานนับพันปีโดยไม่ถูกทำลาย ทั้งที่มันไม่ได้ถูกวาดด้วยสี หรือมีการสร้างกำแพงล้อมรอบแต่อย่างใด

‎คำตอบก็คือ...

‎สภาพภูมิประเทศของพื้นที่นี้ช่วยรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

‎ทะเลทรายปัมปัสเป็นหนึ่งในสถานที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ลมพัดเบา ไม่มีฝนตก แทบไม่มีพืชพรรณ และพื้นดินแข็งมากพอที่จะทำให้ร่องรอยไม่ถูกกลบหายไป

‎นั่นทำให้ภาพวาดเหล่านี้ราวกับถูก “แช่แข็งในกาลเวลา”

‎การค้นพบที่เปลี่ยนความเข้าใจมนุษยชาติ

‎เส้นนัซกาถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยนักบินที่บินผ่านบริเวณนี้โดยบังเอิญ ต่อมา Maria Reiche นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันได้อุทิศชีวิตให้กับการศึกษาลวดลายเหล่านี้ และทำให้ทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจ

‎เธอใช้เวลานับสิบปีในการวัดขนาด จดบันทึก และปกป้องเส้นนัซกาจากการบุกรุกของมนุษย์ เธอเป็นเหมือน “ผู้พิทักษ์แห่งนัซกา” ที่ทำให้มรดกชิ้นนี้ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้

‎เสียงจากโลกอนาคต

‎แม้เราจะมีเทคโนโลยีสุดล้ำในศตวรรษที่ 21

‎แต่คำถามง่ายๆ อย่าง “ใครเป็นคนสร้าง?”, “สร้างไปทำไม?” และ “ทำได้อย่างไร?”

‎เราก็ยังตอบไม่ได้ทั้งหมด

‎เส้นนัซกาอาจเป็นเสียงจากอดีตที่เรียกให้เรามองกลับไป

‎ว่ามนุษย์ในยุคโบราณนั้นมีความสามารถและจินตนาการล้ำลึกเพียงใด

‎บางที…

‎มันอาจเป็นเครื่องเตือนใจว่า

‎ความลึกลับในอดีต บางครั้งก็มีค่ามากกว่าคำตอบในปัจจุบัน

‎แล้วคุณล่ะ เชื่อว่ามันคือสิ่งที่มนุษย์สร้าง หรือเป็นผลงานของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว?

‎มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลยครับ!

เนื้อหาโดย: Spoil Zone
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 86 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องนี้ เขาไม่ให้พูด
คนธรรมดาที่ชอบเล่าเรื่องจริงที่หลายคนไม่เคยรู้
นำเรื่องรอบตัวและเหตุการณ์ในโลกมาเล่าในมุมที่ชวนคิดและกระทบความรู้สึก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เวียดนามกับไทยต่างใช้ Model เกาหลี ว่าแต่ว่าเกาหลีไหนคองโกพบอีโบลาเกือบ 600 ราย ทำไมการคุมโรคครั้งนี้จึงยากเงินช่วยค่าครองชีพปี 69 ใช้ยังไงให้คุ้ม ไม่หมดไปกับของจุกจิกつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งคณะที่คนสมัครมากสุดใน TCAS69 ไม่ใช่แพทย์ อันดับจริงน่าคิดกว่าที่คาดจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยกาแฟบนเครื่องบินไม่อร่อย อาจไม่ใช่เพราะเมล็ดแย่ แต่เพราะร่างกายรับรสเปลี่ยนเมืองสวรรค์ระดับโลกของนักท่องเที่ยวผู้รักอาหารริมทางมีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้งฮุน เซนย้ำทางสันติ ปมคำพูดทวงคืนดินแดนชายแดนไทย–กัมพูชาฝนตกหนัก บ้านและคอนโดควรเช็ก 6 จุดก่อนน้ำซึมจนซ่อมแพง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เวียดนามกับไทยต่างใช้ Model เกาหลี ว่าแต่ว่าเกาหลีไหนกาแฟบนเครื่องบินไม่อร่อย อาจไม่ใช่เพราะเมล็ดแย่ แต่เพราะร่างกายรับรสเปลี่ยนคองโกพบอีโบลาเกือบ 600 ราย ทำไมการคุมโรคครั้งนี้จึงยากเงินช่วยค่าครองชีพปี 69 ใช้ยังไงให้คุ้ม ไม่หมดไปกับของจุกจิกฝนตกหนัก บ้านและคอนโดควรเช็ก 6 จุดก่อนน้ำซึมจนซ่อมแพงฮุน เซนย้ำทางสันติ ปมคำพูดทวงคืนดินแดนชายแดนไทย–กัมพูชา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ใช้ Ctrl+Alt+Del มาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ว่าคนสร้างตั้งใจไม่ให้กดมือเดียวกาแฟบนเครื่องบินไม่อร่อย อาจไม่ใช่เพราะเมล็ดแย่ แต่เพราะร่างกายรับรสเปลี่ยนเงินช่วยค่าครองชีพปี 69 ใช้ยังไงให้คุ้ม ไม่หมดไปกับของจุกจิกฝนตกหนัก บ้านและคอนโดควรเช็ก 6 จุดก่อนน้ำซึมจนซ่อมแพง
ตั้งกระทู้ใหม่