อยู่ไม่ไหว! นักร้องดังเจอแผ่นดินไหว ย้ายเช่าบ้านหนีภัย
เจฟ ซาเตอร์ เปิดใจเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568 ช็อกจนต้องย้ายออกจากคอนโด! เลือกอยู่บ้านกึ่งออฟฟิศ งบแตะหลักแสน
เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตกใจให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ รวมถึงเหล่าคนดังในวงการบันเทิงด้วย สำหรับเหตุการณ์ แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และแน่นอนว่าความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นนั้นสร้างความหวาดกลัวให้กับหลายคน หนึ่งในนั้นคือ "เจฟ ซาเตอร์" นักร้องหนุ่มชื่อดังขวัญใจแฟนๆ ที่ออกมาเปิดใจเกี่ยวกับประสบการณ์ตรงในวันนั้น ซึ่งทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ
เจฟ ซาเตอร์ เผยว่า ในช่วงเวลาที่เกิดแผ่นดินไหว เขาอาศัยอยู่ที่ คอนโดมิเนียมตึกสูง ซึ่งถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการสั่นสะเทือนอย่างมาก โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์นั้น เขารู้สึก "แพนิก" อย่างหนักจนแทบไม่สามารถควบคุมความกลัวได้ เพราะแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวในครั้งนี้รุนแรงจนทำให้ตึกโยกไหวอย่างเห็นได้ชัด สร้างความไม่สบายใจและความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในระยะยาว
ด้วยความกลัวและความไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการอยู่อาศัยในตึกสูง เจฟจึงตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิตด้วยการ "ย้ายออกจากคอนโด" ที่เคยใช้เป็นที่พักอาศัยมาโดยตลอด และเลือกที่จะย้ายเข้าบ้านเดี่ยวแทน ซึ่งบ้านหลังใหม่นี้ไม่ใช่แค่ที่พักอาศัยธรรมดา แต่ยังเป็น บ้านกึ่งออฟฟิศ ที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานไปในตัวอีกด้วย
เขาเผยว่าตั้งแต่ตัดสินใจย้ายบ้าน ก็เริ่มทยอยขนย้ายเฟอร์นิเจอร์และของใช้ส่วนตัวจากคอนโดเดิมเข้าสู่บ้านหลังใหม่ทีละชิ้น ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะต้องเลือกขนย้ายของที่จำเป็นแล้ว ยังต้องจัดสรรพื้นที่ให้ลงตัวสำหรับการใช้ชีวิตและการทำงานภายในบ้านเดียวกัน
เจฟเล่าด้วยความจริงใจว่า การย้ายบ้านครั้งนี้ส่งผลให้งบประมาณที่ตั้งไว้ "บานปลาย" ไปพอสมควร เพราะการตกแต่งและการปรับปรุงบ้านให้เป็นบ้านกึ่งออฟฟิศที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในด้านการใช้ชีวิตส่วนตัวและการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย งบที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ "หลักแสนบาท" ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าที่คาด แต่เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของตัวเองแล้ว เขาก็ถือว่าคุ้มค่า
ชีวิตใหม่ของเจฟ ซาเตอร์ กับการใช้ชีวิตในบ้านเดี่ยว
สำหรับบ้านหลังใหม่นี้ เจฟ ซาเตอร์ ตั้งใจให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถรองรับทั้งการใช้ชีวิตประจำวันที่เงียบสงบ และการทำงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ได้ในเวลาเดียวกัน เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า เจฟ ไม่เพียงแต่เป็นศิลปินนักร้องที่มีผลงานเพลงโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังมีงานเบื้องหลัง เช่น การแต่งเพลง การผลิตคอนเทนต์ รวมถึงงานในสายบันเทิงอื่นๆ ที่ต้องการพื้นที่ทำงานที่สะดวกสบายและเป็นส่วนตัว
เจฟเผยว่า บ้านกึ่งออฟฟิศหลังนี้ช่วยให้เขารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น เพราะไม่ต้องเผชิญกับความกังวลจากการอยู่อาศัยในตึกสูงที่เสี่ยงต่อเหตุการณ์ธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว นอกจากนี้ การมีพื้นที่ส่วนตัวที่กว้างขวางยังช่วยให้เขาสามารถพักผ่อนได้เต็มที่หลังจากทำงานหนัก และยังเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ได้อีกด้วย
หลังจากเจฟ ซาเตอร์ เปิดใจเกี่ยวกับการย้ายบ้านครั้งนี้ แฟนคลับจำนวนมากต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจอย่างล้นหลาม หลายคนเข้าใจถึงความรู้สึกของเจฟที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และยิ่งชื่นชมในความตั้งใจของเขาที่เลือกสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ให้กับตัวเอง
แฟนๆ ยังแสดงความยินดีกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเจฟ พร้อมทั้งรอคอยผลงานใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากบ้านกึ่งออฟฟิศหลังนี้ เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและความสุขที่เพิ่มมากขึ้นในเส้นทางอาชีพของเขา
อ้างอิงจาก: ขอบคุณภาพจากIG@jeffsatur
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
เปิดโลกมื้อแรกแห่งวัน! ส่องเมนูอาหารเช้าสุดตระการตาจากทั่วทุกมุมโลก
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ก่อนยุคโทรศัพท์มือถือ คนไทยส่งข่าวสำคัญถึงกันอย่างไร
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?
ทำไมข้าวไทยแต่ละภูมิภาคถึงนุ่ม เหนียว หอม และร่วนไม่เหมือนกัน
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
รู้จัก "สาวไทย" ที่สื่อนอกให้ฉายา "นักบินที่สวยที่สุดในประวัติศาสตร์"
ทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
6 อาหารชื่อเทศ แต่มีในไทยเท่านั้น..ถอดรหัสต้นกำเนิดเมนูติดปากที่ต่างชาติยังงง
ทำไมกลิ่นถึงพาเราย้อนความทรงจำได้ ?








