น้ำอสุจิ กินได้ไหม ปลอดภัยหรือไม่ อันตรายหรือเปล่า? กินน้ำอสุจิ แล้วจะท้องไหม น้ำอสุจิมีรสชาติอย่างไร ประโยชน์ของการกินน้ำอสุจิ ความเสี่ยงจากการกินน้ำอสุจิ
กินน้ำอสุจิ เป็นอะไรไหม
การกินน้ำอสุจิ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย น้ำย่อยในกระเพาะอาหารสามารถย่อยน้ำอสุจิได้เหมือนอาหารอื่น ๆ บางคนอาจมีอาการแพ้น้ำอสุจิ สังเกตได้จากอาการคัน มีผื่นขึ้นที่ผิวหนัง ใบหน้า ลำคอ แต่พบได้ไม่บ่อยนัก
กินน้ำอสุจิ อันตรายไหม
การกลืนน้ำสุจิ ไม่ได้ส่งผลอันตรายรุนแรงถึงขนาดว่าห้ามดื่มห้ามกินเข้าไปโดยเด็ดขาด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าน้ำอสุจิจะไม่มีอันตรายเลย
เพราะการกลืนน้ำอสุจิยังมีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าเจ้าของน้ำอสุจินั้นมีปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ยิ่งเสี่ยงที่จะได้รับเอาเชื้อนั้นมาด้วย
กินน้ำอสุจิจะท้องไหม
การกินน้ำอสุจิก็เหมือนกับการกินอาหารทั่วไป ตัวอสุจิจะผ่านช่องปาก และหลอดอาหาร ลงไปที่กระเพาะอาหาร สุดท้ายจะถูกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารย่อยจนหมด ทำให้อสุจิไม่มีโอกาสไปผสมกับไข่ และเกิดการปฏิสนธิได้เลย
การมีเพศสัมพันธ์ใดก็ตามที่ อสุจิ กับ ไข่ ไม่ได้มาเจอกันที่ท่อนำไข่ และมีการปฏิสนธิกัน จะไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น การมีเซ็กซ์ทางทวารหนัก เซ็กซ์ทางปาก ต่อให้จะกินน้ำอสุจิสักแก้วหรือสองแก้ว การตั้งครรภ์จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้
น้ำอสุจิมีรสชาติอย่างไร
- น้ำอสุจิมีรสคาว ขม หรือเค็ม อาจเป็นเพราะในน้ำอสุจิมีค่า PH ที่ค่อนข้างสูง หรือเกิดจากการกินยา การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การดื่มกาแฟ การกินอาหารจำพวก กระเทียม หัวหอม บร็อคโคลี กะหล่ำปลี ผักใบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง เนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากนมวัว เป็นต้น
- น้ำอสุจิมีรสหวาน อาจเพราะในอสุจิมีน้ำตาลฟรุกโตสสูง อาจเกิดจากการกินผลไม้ต่าง ๆ อย่างเช่น สับปะรด แตงโม
- น้ำอสุจิมีรสเหมือนโลหะ อาจเป็นเพราะมีการกินยา หรืออาหารเสริมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
ประโยชน์ของการกินน้ำอสุจิ
ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น ผลการวิจัยหลายชิ้น พบว่า ภายในน้ำอสุจิ มีสารกล่อมประสาทตามธรรมชาติปะปนอยู่ ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโดรฟิน เอสโทรน โปรแลคติน ออกซิโตซิน ไทโรโทรปิน และเซโรโทนิน สารเหล่านี้มีส่วนช่วยกระตุ้นอารมณ์ และความรู้สึกพึงพอใจได้
การทำวิจัยจาก State University of New York at Albany สำรวจจากอาสาสมัครผู้หญิงจำนวน 293 คน เพื่อดูว่าการสัมผัสกับน้ำอสุจิโดยตรง แบบที่ไม่มีถุงยางอนามัยครอบอยู่ที่อวัยวะเพศ พบว่า ผู้ที่สัมผัสกับน้ำอสุจิโดยตรงจากองคชาตมีอารมณ์ดีขึ้น และมีอาการซึมเศร้าลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การสวมถุงยางสำหรับออรัลเซ็กซ์ การสวมถุงยางอนามัยเพื่อการคุมกำเนิด และเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น
ความเสี่ยงจากการกินน้ำอสุจิ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
- โรคเริม โรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus) ทำให้เกิดตุ่มน้ำบริเวณช่องปากและอวัยวะเพศ อาจทำให้รู้สึกแสบร้อน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยเนื้อตัว และมักกลับมาเป็นซ้ำเมื่อภูมิคุ้มกันต่ำลง
- โรคซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทรีโพนีมา แพลลิดัม (Treponema Pallidum) โดยทั่วไปจะทำให้เกิดแผลที่เยื่อบุช่องปาก อวัยวะเพศ และทวารหนัก มีผื่นขึ้นตามตัว หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- โรคหนองใน เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียไนซีเรีย โกโนเรีย (Neisseria Gonorrhoea) ที่บริเวณเยื่อบุตา ลำคอ อวัยวะเพศ และทวารหนัก ทำให้บริเวณที่ติดเชื้อปวดบวม ในผู้ชายอาจทำให้มีสารคัดหลั่งออกจากองคชาต ส่วนในผู้หญิงอาจทำให้มีตกขาวผิดปกติ อย่างเช่น ตกขาวเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีเหลือง ร่วมกับมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน การกินหรือกลืนน้ำอสุจิ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อหนองในบริเวณลำคอได้เช่นกัน
- โรคหนองในเทียม เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียคลาไมเดีย (Chlamydia trachomatis) อาจทำให้รู้สึกปวดท้องน้อย เจ็บขณะถ่ายปัสสาวะ ในผู้ชายอาจมีหนองไหลออกจากองคชาต ลูกอัณฑะบวม ส่วนในผู้หญิงอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ อย่างเช่น เปลี่ยนสี ส่งกลิ่นเหม็น อาจมีเลือดออกระหว่างรอบเดือน สำหรับผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปาก อาจมีการติดเชื้อบริเวณปากหรือลำคอ ทำให้มีอาการเจ็บคอ ไอ หรือมีไข้ได้
- โรคพยาธิในช่องคลอด เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว ทริโคโมแนส วาจินาลิส (Trichomonas Vaginalis) พบในผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย อาจทำให้เกิดอาการบวมแสบ และคันบริเวณอวัยวะเพศ ทำให้ตกขาวมีกลิ่นเหม็น และเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง หรือสีเทา
- การติดเชื้อไวรัส HPV หรือเชื้อไวรัสฮิวแมนแพพพิลโลมา (Human papillomavirus) หากติดเชื้อเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่โรคต่าง ๆ อย่างเช่น โรคมะเร็งช่องปากโรคหูดหงอนไก่ โรคมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้ การกลืนน้ำอสุจิอาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่บริเวณกล่องเสียงได้














