ประวัติความเป็นมาของ ฉมบ ผีไทยรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก
ประวัติความเป็นมาของ ฉมบ ผีไทยรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก
ฉมบ [ฉะ-มบ], ฉะมบ, ชมบ หรือ ทมบ เป็นผีไทยชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มผีร้ายหรือผีเลวให้โทษ
และนับว่าเป็นผีรุ่นเก่าที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก บางแห่งก็ว่าคือผีปอบตามคติชนเขมร เพราะชื่อมาจากคำเขมรว่า "ชะมอบ" (เขมร: ឆ្មប, ฉฺมบ) แปลว่า หมอตำแย ผีชนิดนี้ปรากฏอยู่ใน พระไอยการเบดเสรจ มาตราที่ 157 ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1767[2] และปรากฏใน พระอัยการลักษณรับฟ้อง ประมวลกฎหมายตราสามดวง ซึ่งตราขึ้นช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์
ด้วยความที่ฉมบเป็นผียุคเก่าไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนักทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะไม่ชัดเจน เพราะเอกสารแต่ละแห่งให้ข้อมูลไม่ตรงกัน
ฉมบภาพจาก ภูตผีปีศาจไทย มีลักษณะใกล้เคียงกับฉมบ ตามคำอธิบายของราชบัณฑิตสภา
กลุ่มผีไทย
กลุ่มย่อยผีร้าย
สัตว์คล้ายคลึง
กระสือ, ปอบ, ผีโพง, ผีกะ
ประเทศประเทศไทย
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ระบุลักษณะของฉมบไว้ว่า "ผีผู้หญิงที่ตายในป่าและสิงอยู่ในบริเวณที่ตาย มีรูปเห็นเป็น เงา ๆ แต่ไม่ทำอันตรายใคร, ชมบ หรือ ทมบ ก็ว่า"
ส่วน อักขราภิธานศรับท์ (2461) ระบุลักษณะของฉมบไว้ว่า "คนมีผีกะสือ, ผีตะกละ, เข้าสิงอยู่ในตัว, มันย่อมอยากกินสิ่งของที่โศกโครกเปนต้น"
ส่วน สารานุกรมภาษาอีสานฯ ของปรีชา พิณทอง (2532) ระบุว่า "ผีปอบ เป็นผีจำพวกหนึ่งสิงอยู่ในตัวคน มีหลายชนิด คนที่ชอบกินของดิบ เช่น กบดิบ เขียดดิบ กลางคืนมักจะออกหากิน มีแสงออกตามจมูกสีเขียว พวกหนึ่งเรียกมนต์แล้วปฏิบัติตามครูสอนไม่ได้ มนต์เกิดเป็นผี กินคนอื่นไม่ได้ก็กินตัวเอง เรียก ปอบมนต์ อีกพวกหนึ่งไม่ได้เรียนอะไร แต่พี่น้องเป็นปอบ เมื่อพี่น้องตายไปแล้วปอบเข้ามาสิงอยู่ในตัว ปอบชนิดนี้เรียกปอบเชื้อ ปอบทุกชนิดหมอมนต์เขารักษาหายได้"
และเอกสารยุครัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็จัดให้ฉมบพร้อมผีอีก 10 ชนิด เข้าข่ายของความหมายว่าปีศาจ
ฉมบ ปรากฏอยู่ในกฎหมายเก่าของไทย คือ พระไอยการเบดเสรจ มาตราที่ 157 ระบุว่า ฉมบ คือผีร้าย เนื้อหา ระบุไว้ความว่า "...เจ้าเมืองและผู้รั้งเมื่อไต่สวนว่าบุคคลที่เป็นฉมบ จะกละ กระสือ กระหาง แม้ว่าจะรับเป็นสัจแล้ว อย่าให้เจ้าเมืองผู้รั้งเอาไปฆ่า ให้ส่งตัวลงมาที่กรุงไว้แต่นอกขนอน..."
ส่วนเอกสารยุคหลังอย่าง พระอัยการลักษณรับฟ้อง ประมวลกฎหมายตราสามดวง ได้กำหนดลักษณะต้องห้ามเป็นเหตุได้ยกฟ้องได้ 20 ประการ ซึ่งข้อที่ 20 ได้ระบุเนื้อหาเกี่ยวกับฉมบไว้ว่า "...ถ้าแลอนาประชาราษฎรมีถ้อยคำร้องฟ้องศาลา แลฟ้องร้องเรียนกฎหมายโรงสารกรมใด ๆ …. อนึ่งเปนสัจว่าเปนฉมบจะกละกะสือ แลมาฟ้องร้องเรียนแก่มุขลูกขุนก็ดี
… แลราษฎรผู้ต้องคะดีมีถ้อยคำตัดฟ้อง ๒๐ ประการนี้ท่านให้มุขลูกขุนพิภากษาตามบทพระไอยการพระราชกฤษฏีกา ถ้าต้องด้วยพระไอยการห้าม ๒๐ ประการนี้แล้วให้ยกฟ้องเสีย"
เขียนโดย Man
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
จังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุด
เล่นหวยแล้วยังรู้สึกผิด? ทำความเข้าใจอารมณ์ตัวเอง ก่อนงวด 16 ส.ค. 69
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
พระศรีอริยเมตไตรยคือพระพุทธเจ้าในอนาคตตามคติพุทธศาสนา
7 ประเทศที่พูดคำทักทายว่า ‘สวัสดี’ แล้วฟังไพเราะที่สุด
ทำไมพระวินัยจึงกำหนดให้บาตรพระทำจากเหล็กหรือดินเผา
พระองคุลิมาลจากมหาโจรสู่พระอรหันต์และบทเรียนว่าคนเปลี่ยนชีวิตได้จริง
10อันดับมอเตอร์ไซค์รุ่นที่ได้รับความ นิยมและเป็นที่จดจำในไทยยุค 80
เรื่องกล้วยๆ ที่ไม่ใช่แค่กล้วย
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
เมื่อคุณแสดงอคติต่อศาสนาใด ศาสนานั้นกลับจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองในประเทศของคุณ
ยุโรปอากาศร้อนผิดปกติ ถ้าวันหนึ่งกลายเป็นเขตร้อนจะเกิดอะไรขึ้น
รู้ไว้ใช่ว่า...แผนหลอกของกลุ่มมิจฉาชีพ "จีนเทา" ในวงการขายของออนไลน์
ไข่เกิดก่อนไก่ หรือว่า ไก่เกิดก่อนไข่..วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

