โทรศัพท์โง่ ๆ Dumbphone เทรนด์มือถือปุ่มกด เข้าใจเทรนด์ ‘Dumbphones’ กลับมาฮิต ในวันที่ผู้คนเหนื่อยล้ากับโซเชียลมีเดีย
โทรศัพท์โง่ ๆ หรือ Dumbphones คือ คำจำกัดความอุปกรณ์สื่อสารในอดีตที่ทำได้แค่โทรเข้า-ออก และส่งข้อความ ซึ่งการทำงานไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก และถือว่าเป็นการเชื่อมต่อที่เพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานในผู้ใช้บางคน
เทรนด์ล่าสุดของวัยรุ่น พาเราย้อนกลับไปยุค Y2K ทั้งความนิยมจากการแต่งตัว เกมที่เล่น ภาพที่ถ่าย และเพลงที่ฟัง เทคโนโลยีที่เหมือนจะตายไปแล้ว อย่างเช่น โทรศัพท์ที่มีแต่ปุ่มกด ทำอะไรแทบไม่ได้นอกจากโทรเข้า-โทรออก และเล่นเกมงู กลับมาอีกครั้ง เป็นไปได้ว่า อาจเกิดมาจากการไม่ไว้วางใจ AI และโซเชียลมีเดียที่ดูเหมือนจะน่าปวดหัวขึ้นทุกวัน หรือหลาย ๆ คนกำลังหนีจากคำว่า ‘สมองเน่า’ ที่ Oxford เคยยกให้เป็น Word Of The Year 2024
โทรศัพท์ธรรมดา ๆ นี้ ถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 การค้นหาคำนี้ใน Google เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2022 จนแตะจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายนปี 2024 ขณะที่มีรายงานในปี 2024 ด้วยว่า ชาวเจนซี (Gen Z) 28% และชาวมิลเลนเนียน (Millennials) อีก 26% สนใจจะซื้อเจ้าโทรศัพท์โง่ ๆ นี้
ร็อบ มัวลี ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้บริโภคจาก Currys หนึ่งในผู้จำหน่ายโทรศัพท์ชั้นนำทั้งแบบสมาร์ทและแบบอื่น ๆ บอกกับ Telegraph ว่า โทรศัพท์แบบเดิม ๆ โทรศัพท์ธรรมดา หรือโทรศัพท์ฟีเจอร์โฟนกำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยยอดขายโดยรวมของโทรศัพท์เหล่านี้เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดย Nokia 2660 รุ่นย้อนยุคและ Nokia 105 เพิ่มขึ้น 50% และ 49% เมื่อเทียบเป็นรายปีตามลำดับ
ปัจจุบันวัยรุ่นหลายคนตัดสินใจเลิกใช้สมาร์ทโฟน เพราะเบื่อหน่ายกับการเลื่อนหน้าจอไปมาอย่างไร้จุดหมาย และทำให้พวกเขารู้สึกว่ากำลังพลาดโอกาสในชีวิตจริง ขณะที่หลาย ๆ คนได้ค้นพบว่า พวกเขารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นหลังจากที่เปลี่ยนไปใช้โทรศัพท์โง่ ๆ และไม่ต้องเล่นโซเชียลมีเดีย
กลุ่มที่ใช้ Dumbphone มากสุด คือ Gen Z ที่อายุระหว่าง 12-27 ปี มีทั้งใช้แบบสุดโต่งถึงขนาดแทบจะเลิกใช้ Smartphone ไปเลย หรือ แค่ใช้ Dumb Phone ชั่วคราว
แสดงให้เห็นว่า Gen Z ที่โตมากับ Smartphone เห็นว่าการใช้อุปกรณ์สื่อสารประเภทนี้มากเกินไป เป็นผลเสียต่อชีวิต และเห็นว่า Dumbphone อาจเป็นทางออกหรือ Safe Zone
กลุ่มลูกค้าของ Dumbphone ไม่ได้มีแค่ Gen Z เท่านั้น แต่ยังมีผู้สูงอายุที่ใช้อุปกรณ์สื่อสารแค่ไว้ใช้โทรเข้าออก ผู้ทำงานภาคเกษตร หรือกิจการก่อสร้างที่อยากได้อุปกรณ์สื่อสารที่ทนทาน และผู้มีรายได้น้อย มีเงินแค่พอซื้อ Dumbphone ราคาย่อมเยา ที่เทียบเป็นเงินไทยราคาอยู่พันบาทต้น ๆ เท่านั้น
โซเชียลมีเดียทำลายความนับถือตัวเอง
รายงานในปี 2024 ของโครงการ Dove’s Self-Esteem Project พบว่า เด็กผู้หญิงอายุ 10-17 ปี 90% ติดตามบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างน้อยหนึ่งบัญชีที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่สวย
งานวิจัยในปี 2023 บอกว่า คนในวัย 16-24 ปี กว่า 1 ใน 7 คน เคยคิดจะจบชีวิตลงเพราะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ๆ บนโซเชียลมีเดีย
แม้ว่าจะมีคำแนะนำบนอินเตอร์เน็ตที่พยายามบอกให้เลิกใส่ใจ เลิกติดตาม หรือแม้กระทั่งจำกัดเวลาในการเล่นโซเชียล แต่กับวัยรุ่นบางกลุ่มเลือกที่จะกำจัดสมาร์ทโฟนจอแก้วเหล่านั้นออกไปเลย
นักจิตวิทยา โจลา โจวานี่ ได้ยกทฤษฎีการเปรียบเทียบทางสังคมมาเพื่ออธิบายว่า ทฤษฎีนี้ชี้ให้เห็นว่า ผู้คนวัดคุณค่าของตัวเองผ่านการสังเกตผู้อื่นจากการใช้โซเชียลมีเดีย มักจะพบกับตัวตนที่ดีที่สุดของตัวเองผ่านมุมมอง แสง การแต่งหน้า เสื้อผ้า และการตัดต่อที่เหมาะสม
โจวานี่กล่าวว่า การที่ผู้คนเลิกใช้สมาร์ทโฟน เนื่องจากพวกเขากำลังลดการเผชิญหน้ากับมาตรฐานที่ไม่สะท้อนถึงบุคคล ร่างกาย และไลฟสไตล์ปกติทั่ว ๆ ไป
การเลิกใช้สมาร์ทโฟน สามารถทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองขึ้นได้จริง โดยลดโอกาสในการเปรียบเทียบ และวิจารณ์ตัวเองลง ในขณะที่ให้เวลาทำกิจกรรมที่ลดความสำคัญของความงามทางกายภาพลง
อ้างอิงจาก: https://marketeeronline.co/archives/354681
https://thematter.co/brief/240155/240155














