คำว่า ศรศิลป์ไม่กินกัน มีที่มาอย่างไร ?
ในที่นี้ ศิลป์ หมายถึง คันธนู ส่วน ศร คือ ลูกธนู ศรศิลป์ไม่กินกัน หมายความว่า ลูกธนูที่แต่ละฝ่ายยิงใส่กันนั้นไม่สามารถทำอันตรายกันได้ ข้อความนี้ปรากฏในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ตอนที่พระรามต่อสู้กับพระมงกุฎซึ่งเป็นลูก โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน พระรามแผลงศรเพื่อสังหารพระมงกุฎ แต่ศรนั้นกลับกลายเป็นอาหารทิพย์ตกลงหน้าพระมงกุฎ และเมื่อพระมงกุฎแผลงศรไปยังพระราม ศรก็กลายเป็นข้าวตอกดอกไม้แสดงความเคารพพระราม สำนวนนี้ แต่เดิมจึงหมายความว่า ทำร้ายกันไม่ได้ แต่ต่อมากลายความหมายไป หมายถึง การที่คน ๒ ฝ่ายไม่ถูกกันไม่ลงรอยกัน
ที่มา : บทวิทยุรายการ “รู้ รัก ภาษาไทย” ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๗.๐๐-๗.๓๐ น.
ตามวรรณกรรม
พระมงกุฎเป็นบุตรของ พระราม กับ นางสีดา เมื่อนางสีดาถูกพระรามแคลงใจ กล่าวหาว่าแอบคิดถึงทศกัณฐ์ แล้วให้ พระลักษมณ์ นำนางไปประหารชีวิต พระลักษมณ์มิได้ประหารและยังปล่อยนางไปด้วย นางสีดาจึงได้ไปอาศัยอยู่กับ ฤาษีวัชมฤค ในป่า และฝากพระมงกุฎไว้ให้ฤาษีอบรมสั่งสอน
อยู่มาวันหนึ่งนางสีดาได้เดินไปท่าน้ำโดยฝากลูกไว้กับฤาษี ระหว่างทางได้พบแม่ลิงตัวหนึ่งที่เอาลูกเกาะหลังไว้ นางจึงตำหนิแม่ลิงที่ไม่กลัวลูกตก แต่ถูกแม่ลิงย้อนว่าตัวนางเองที่ไม่ห่วงลูก ออกมาแต่เพียงลำพัง นางสีดานึกขึ้นได้ จึงกลับมานำโอรสไปด้วยในขณะที่ฤาษีกำลังเข้าฌาน
ครั้นเมื่อฤาษีลืมตาขึ้นมาไม่พบบุตรนางสีดา ก็ตกใจเกรงว่านางสีดาจะมาต่อว่าตน จึงได้ทำการวาดรูปเหมือนของพระมงกุฎ และทำพิธีชุบชีวิตกุมารขึ้นมาจากรูปวาด
คิดแล้วพระอาจารย์ชาญฉลาด วาดรูปพระกุมารเรืองศรี
ลงในกระดานทันที แล้วตั้งอาหุศีกระลาไฟ
ขณะนั้นนางสีดาพาโอรสกลับมาพอดี แต่นางก็ขอให้พระฤาษีชุบพระกุมารต่อไป เพื่อไว้เป็นเพื่อนเล่นกัน โดยตั้งชื่อกุมารทั้งสองว่า
จึ่งว่าลูกนางในอุทร นามกรมงกุฎเป็นพี่
อันรูปซึ่งชุบในอัคคี มีนามชื่อลบกุมาร
ต่อมาพระฤาษีได้ชุบศรให้แก่กุมารทั้งสอง แล้วอบรมสั่งสอนศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ จนเก่งกล้า ทั้งสองกุมารได้ประลองศรกันบังเกิดเสียงกึกก้องกัมปนาท จนพระรามได้ยินเสียงก็คิดว่าคงเกิดผู้มีฤทธิ์มาแข่งกับพระองค์ จึงทำพิธีปล่อยม้าอุปการให้วิ่งออกไปหาผู้มีฤทธิ์นั้น โดยให้ พระพรต, พระสัตรุด และ หนุมาน เป็นผู้ตามม้าไป เมื่อม้าไปถึงทั้งสองกุมารก็จับมาขี่เล่น หนุมานเห็นดังนั้นก็เข้าต่อสู้ แต่ถูกสองกุมารตีด้วยศรสลบถึงสองครั้งแล้วจับมัดด้วยเถาวัลย์ สักหน้าและสาปว่าผู้เป็นนายเท่านั้นจึงจะแก้ออกได้
ต่อมาพระมงกุฎถูกพระพรตกับพระสัตรุดจับได้ ถูกแห่ประจาน 3 วัน เพื่อรอการประหาร ส่วนพระลบหลบหนีมาบอกข่าวแก่นางสีดา และคิดไปช่วยพี่โดยพระลบลอบใส่แหวนนางสีดาลงในภาชนะที่นางรำพา (นางฟ้าแปลงกาย) นำไปให้พระมงกุฎดื่ม เมื่อพระมงกุฎใส่แหวนแล้วก็ทำให้หลุดจากเครื่องพันธนาการ
ทั้งสองกุมารจึงร่วมกันสู้รบกับพระราม พระลักษมณ์ พระพรต และพระสัตรุด แต่เมื่อต่างแผลงศร ศรนั้นก็ไม่กินกัน จึงสงสัยและซักถามประวัติความเป็นมา ทำให้พระรามรู้ว่าคือบุตรของตน การต่อสู้ก็ยุติลง พระรามตามไปจนพบกับนางสีดา และพยายามอ้อนวอนขอคืนดี แต่นางสีดาไม่ยอม ยอมแต่เพียงให้สองกุมารไปอยู่ยังกรุงอโยธยาได้
ภายหลังเมืองไกยเกษได้เสียแก่ ท้าวคนธรรพ์นุราช พระพรต พระสัตรุด, พระมงกุฎ และพระลบได้ยกกองทัพไปตีเอาเมืองคืน โดยพระมงกุฏเป็นผู้ฆ่าท้าวคนธรรพ์นุราชตาย
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์
ทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
การถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวด
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
การทำ 4 อย่างนี้เป็นประจำในที่ทำงาน บ่งบอกถึงระดับ EQ ต่ำ!!
“บี๋” คำสั้น ๆ แต่ความหมายไม่ธรรมดา
ด่วน..ฮุนเซน "หักหลัง" เฉินจื้อ ถูกจับส่งให้รัฐบาลจีน
การเลือกคู่เป็นเรื่องสําคัญมากไหม ?
รีวิว FAST & FURIOUS 6 เร็ว แรงทะลุนรก 6
เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนาน
เปิดทำเนียบประเทศที่มีคำว่า "United" ความเป็นปึกแผ่นผ่านชื่อเรียกขาน
ด่วน..ฮุนเซน "หักหลัง" เฉินจื้อ ถูกจับส่งให้รัฐบาลจีน



