หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อคนใกล้ชิดติดจอ จนเป็นปัญหาส่งผลต่อการใช้ชีวิต ‼


เขียนโดย sompeansomped

 

เมื่อคุณเรียกชื่อคนใกล้ตัวเพื่อพูดคุย เขาก็ตอบแค่ “อืม เออ” ชวนไปเที่ยวก็ไม่อยากไป มักหมกก้มหน้าก้มตาจ้องจอโทรศัพท์

 

พฤติกรรมเสพติดเหล่านี้ค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากคนที่สร้างโปรแกรม แอพพลิเคชั่นต่างๆ ทั้งเกม โซเชียลมีเดีย ล้วนเรียนรู้มาแล้วว่าทำอย่างไรให้คนสนใจ เป็นลักษณะของการเข้าไปจัดการกับระบบการให้รางวัลของสมอง หรือ รีวอร์ดซีสเต็ม (Reward system) เปรียบเสมือนการเล่นการพนัน

 

เมื่อเล่นอยู่ ณ เวลาหนึ่งจะมีความสุข หลังจากนั้นไม่นานจะเริ่มไม่เป็นสุข จึงต้องเพิ่มปริมาณ เพิ่มเงิน เพิ่มเวลามากขึ้น เนื่องจากระบบให้รางวัลนี้ หากเล่นนานๆ จะมีอาการดื้อ ต้องเพิ่มปริมาณเพื่อให้มีความสุขเท่าเดิม ส่งผลให้เกิดการสูญเสียมากขึ้น การติดจอ เกม หรือ โซเชียล ดังนั้นควรหันมาตระหนักถึงภัยเงียบที่กำลังคุกคามคนใกล้ชิด และ แม้แต่ตัวของคุณเอง

 

 

นอกจากเสียสุขภาพทางกายยังเสียสุขภาพใจ !!!

นอกเหนือจากสุขภาพร่างกายทรุดโทรมเนื่องจากพักผ่อนน้อย สายตาเสียเพราะต้องจ้องจอเล็ก ๆ แสงจ้า การติดจอยังส่งผลกระทบทางด้านจิตใจด้วย

 

การจดจ่อกับจอนานๆ ร่างกายจะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) สารที่ทำให้เกิดความสุข แต่หากร่างกายสารหลั่งโดพามีนติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า 2-3 ชั่วโมง จะแปรเปลี่ยนเป็นความเครียด ส่งผลต่ออารมณ์

 

จะสังเกตได้ว่าผู้ที่ติดเกมทั้งเด็กและผู้ใหญ่มักเป็นคนอารมณ์ดี แต่พอเล่นไปนานๆ จนกลายเป็นความเครียดรู้สึกว่าต้องจดจ่อหรือเอาชนะให้ได้ เหมือนเข้าไปอยู่ในโลกคู่ขนานจนละเลยโลกความจริง เมื่อถูกขัดจังหวะ จะแสดงออกด้วยความก้าวร้าว หงุดหงิด เช่นเดียวกับปัญหาการเสพยาบ้า ซึ่งกระตุ้นการหลั่งสารโดพามีนให้มีความสุข แต่เมื่อหลั่งมากเกินไป จนเปลี่ยนเป็นความเครียด ความก้าวร้าว หากยังคงเสพต่อเนื่องจะกลายเป็นหูแว่วและประสาทหลอนในที่สุด

 

 

เด็ก VS ผู้ใหญ่ ติดจอต่างกันอย่างไร ?

เมื่อเด็กและผู้ใหญ่ต่างติดหน้าจอ ปัญหาและความเสียหายอาจไม่แตกต่างกัน เพราะทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีระบบสมองแบบเดียวกัน แต่ผู้ใหญ่ยังมีสติ มีความเข้าใจ หรือ อาจมีหน้าที่การงานและความรับผิดชอบมากกว่า ส่วนเด็กๆ เป็นวัยที่สนุกสนาน มีความรับผิดชอบน้อย โอกาสที่จะเสพติดจอได้ง่ายกว่า

 

หากเด็กติดเกมย่อมสร้างความลำบากใจให้พ่อแม่ แต่หากเด็ก ๆ ยังมีความรับผิดชอบ ไปโรงเรียนสม่ำเสมอ มีผลการเรียนที่ดี ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามผู้ปกครองยังไม่ควรให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ดูจอไม่ว่าจะเป็นจอแบบใด เนื่องจากเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงพัฒนาสมอง เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่าย

 

 

แนวทางแก้ไขปัญหาคนใกล้ชิดติดหน้าจอ

1.การติดหน้าจออาจเกิดจาก ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมองทำให้ติดง่าย หรือ โรคบางชนิด เช่น สมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า ไบโพลาร์ ไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งอื่นได้เลยนอกจากสิ่งที่ชอบ ไม่สามารถบังคับใจให้เลิกเล่นได้ การพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาความผิดปกติของร่างกายจึงมีความจำเป็น เพื่อทำการรักษาด้วยการใช้ยา ทำการบำบัดให้หายเป็นปกติ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้

 

2.สิ่งแวดล้อมดีมีส่วนสำคัญ การออกไปพบปะเพื่อนฝูง หากิจกรรมใหม่ ๆ นอกบ้าน ออกกำลังกายจะช่วยให้ห่างไกลจอได้ และ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีอีกด้วย

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
sompeansomped's profile
เขียนโดย sompeansomped
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: momon
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 25695 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้านเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวยต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุดจากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026จังหวัดที่มีแม่น้ำมากที่สุดในไทย คือที่ไหน? และเพราะอะไรถึงต่างจากภูเก็ต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เมกะโปรเจ็กต์ “บางโพ” ปักหมุดทำเลทองใหม่ ยักษ์อสังหาฯ ทุ่มพันล้านสร้างคอนโดริมเจ้าพระยางบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่นเจาะลึกบริษัทญี่ปุ่นสั่ง "แบน AI" พนักงานใหม่! บทเรียนล้ำค่าเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคมคลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทยเพจ "พรรคภูมิใจไทย" ทัวร์ลงยับ! ถึงกับปิดคอมเมนต์หนี..หลังชาวเน็ตโวยน้ำมันแพงดราม่าฮ่องกง! สาวขับเบนซ์จอดแช่ "ป้ายรถเมล์" เมินเสียงแตร แถมชูนิ้วกลางท้าทายชาวเน็ต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทั่วไป
5 วิธีรับมือเพื่อนร่วมงานท็อกซิก แบบนิ่งและได้ผลวัดลอยฟ้ามรดกโลกสุดอันซีน งดงามกลางหน้าผาสูงหากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 พลเมืองสหรัฐฯ กลุ่มใด..มีสิทธิ์ถูกเรียกตัวก่อนต้นไม้ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆ คืออะไร? ไม่ใช่ต้นสาละอย่างที่หลายคนเข้าใจ
ตั้งกระทู้ใหม่