หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค้างคาวคุณกิตติหรือค้างคาวหน้าหมู กับสถิติที่สุดในโลก 2 เรื่องคือ ค้างคาวขนาดเล็กที่สุดในโลกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดในโลก


เขียนโดย teerap

    โดย ค้างคาวคุณกิตติหรือค้างคาวหน้าหมู คือค้างคาวขนาดเล็กที่สุดในโลก เป็นค้างคาวเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในวงศ์ Craseonycteridae และสกุล Craseonycteris อาศัยอยู่ในถ้ำหินปูนริมแม่น้ำในป่าดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ทางตะวันออกของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและทางตะวันตกของประเทศไทย ถูกค้นพบ โดย คุณกิตติ ทองลงยา ในปี พ.ศ. 2516 ณ ถ้ำวังพระในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งหลังจากมีการตรวจสอบและทบทวนเอกสารทางด้านอนุกรมวิธานแล้ว จึงมีการประกาศเป็นชนิดใหม่ของโลก ในปี พ.ศ. 2517 พร้อมกับการยอมรับว่า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่สุดในโลก จากน้ำหนักโดยก่อนหน้านั้นมีหนูผีจิ๋วเป็นคู่แข่งสำคัญ มันมีขนาดตัวเพียง 29-33 มิลลิเมตร หนักราว 2 กรัม ด้วยความตัวเล็กกระจิ๊ดริดนี้ ทำให้มีอีกชื่อว่า “bumblebee bat (ค้างคาวผึ้ง)” ลักษณะมีสีน้ำตาลปนแดง หรือสีเทา ในส่วนหลัง ส่วนท้องมีสีอ่อนกว่า มีปีกกว้างราง 160 มิลลิเมตร สีเข้ม ปลายยาวช่วยในการบิน พวกมันไม่มีหางแม้จะมีกระดูกสันหลังหางถึง 2 ชิ้น แต่มีแผ่นหนังเชื่อมระหว่างขาหลัง (uropatagium) ซึ่งคาดว่าน่าจะมีไว้เพื่อช่วยในการบิน พวกมันมีจมูกคล้ายหมู รูจมูกตั้งตรงแคบ หูจะมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับหัว ดวงตาเล็ก ตลอดทั้งตัวปกคลุมด้วยขนอ่อน มีฟันตัดขนาดใหญ่และมีฟันหน้าคล้ายค้างคาวกินแมลงทั่วไป มักอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มราว 100 ตัวต่อถ้ำ ออกหากินตอนค่ำๆ 30 นาทีและตอนเช้ามืดอีก 20 นาที บริเวณไม่ไกลจากที่พักอาศัย โดยกินแมลงเป็นหลัก อาทิ แตน แมลงวัน แมงมุม เป็นต้น ในฤดูผสมพันธุ์ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน พวกมันจะออกลูกครั้งละ 1 ตัว ลูกๆจะเกาะอกแม่จนกว่าจะสามารถออกหาอาหารเองได้ เมื่อแม่ออกไปหากิน พวกมันจะทิ้งลูกไว้ในถ้ำ ในประเทศไทยจะพบได้ในถ้ำในเขตจังหวัดกาญจนบุรี จำนวนกว่า35 ถ้ำ ส่วนที่สหภาพเมียนมามีอยู่ 9 แห่ง โดยรูปร่างลักษณะภายนอกของพวกมันเหมือนกัน แตกต่างกันในเรื่องคลื่นเสียงนำทางเท่านั้น ซึ่งยังหาสาเหตุไม่ได้ว่า ทำไมถึงได้วิวัฒนาการแยกจากกัน ค้างคาวคุณกิตติอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ สาเหตุหลักมาจากการคุกคามของมนุษย์ และการลดลงของที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการล่าค้างคาวโดยตรงหรือการใช้ประโยชน์จากถ้ำ เช่น การพักแรมท่องเที่ยว เก็บขี้ค้างคาว การสูบน้ำในถ้ำ ประกอบประเพณี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงบริเวณพื้นที่รอบถ้ำเพื่อการเกษตร เนื่องจากมันจะบินเลี่ยงพื้นที่โล่งในเขตปลูกมันสำปะหลัง การรบกวนของมนุษย์เช่นนี้ทำให้พวกมันปรากฏตัวน้อยลงและกำลังลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ

เนื้อหาโดย: teerap
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
teerap's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 258 ครั้ง
เขียนโดย teerap
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: teerap
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอดเปิดข้อมูลแม่น้ำยาวที่สุดในไทย หลายคนเดาผิดสวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลก5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพง5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุดคลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยชมภาพ Techo สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของกัมพูชา5 จังหวัดที่คนโสดเยอะที่สุดในไทย อยู่แล้วเหงาหรืออยู่แล้วแฮปปี้?ผักที่หากินยากที่สุดในไทย5 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวสวยที่สุดในไทย ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต10 ของกินไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยลอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 เมนูพื้นบ้านที่เคยฮิต “ไม่ค่อยเห็นแล้วในชีวิตประจำวัน”โครงการสุดล้มเหลวในตำนานของไทย ที่ยังคงถูกจดจำได้จนถึงปัจจุบันลิซ่าตีตลาดการ์ตูน! เปิดตัว “LALISA COMICS” พร้อมเดบิวต์ “ALTER EGO” สุดปัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”6 เมนูพื้นบ้านที่เคยฮิต “ไม่ค่อยเห็นแล้วในชีวิตประจำวัน”เปิดลิสต์! อาหารบ้านๆ ที่กำลังจะหายไปจากครัวไทย10 ของกินไทยโบราณ ที่เด็กรุ่นใหม่แทบไม่เคยลอง
ตั้งกระทู้ใหม่