ชวนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ปลอดสารพิษ สำหรับคนรักสุขภาพ
เขียนโดย fgw121
เดี๋ยวนี้เวลาคิดจะรับประทานผักหลายคนมักกลัวเกี่ยวกับเรื่องของสารเคมีตกค้างต่างๆ เพราะการมีสารเคมีตกค้างในผักเมื่อเรารับประทานเข้าไปก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตามมาได้ ดังนั้นแล้วสำหรับผู้ที่รักสุขภาพจึงหันมารับประทานผักไฮโดรโปนิกส์ กันมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้รับประทานผักที่ปลอดสารพิษแล้ว ผักไฮโดรโปนิกส์ยังเป็นผักที่มีสีสันสวย รูปร่างสมบูรณ์น่ารับประทานอีกด้วย และสำหรับใครที่อยากปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ไว้รับประทานเองหรือเพื่อจำหน่าย วิธีปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ก็ไม่ยากโดยทั่วไปแล้วจะมีวิธีปลูกอยู่ด้วยกันสองแบบ คือ แบบที่ต้องใช้ปั๊มน้ำ และแบบน้ำนิ่ง แต่วันนี้แบบทีนำมาฝากจะเป็นแบบน้ำนิ่ง
สิ่งที่ต้องเตรียม
- เมล็ดพันธุ์ผักที่ต้องการทำการปลูก
- ฟองน้ำหนาประมาณ 1 นิ้ว
- ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ (AB)
- กระบะสำหรับเพาะ
วิธีการเพาะผักไฮโดรโปนิกส์
ตัดฟองน้ำเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ตามจำนวนที่ต้องการ ทำตำหนิเป็นเครื่องหมายบนฟองน้ำทุกก้อน จากนั้นนำไปใส่ลงในกระบะที่เตรียมไว้สำหรับเพาะ ลดน้ำลงไปในกระบะโดยให้ฟองน้ำทั้งหมดชุ่มช่ำ แล้วนำเมล็ดพันธุ์ผักที่ต้องการจะปลูก โดยให้ทำการกดไปตรงตำหนิในฟองน้ำที่เราทำไว้ในตอนแรก ตามจำนวนที่ต้องการแต่ไม่ต้องกดลงไปลึกมากนะคะ จากนั้นให้ทำการลดน้ำให้ชุ่มอีกครั้งเมื่อเรียบร้อยแล้วให้วางกระบะเพาะต้นกล้าไว้ในที่ร่ม และให้ทำการลดน้ำเช้า-เย็นโดยให้ระวังอย่าให้ฟองน้ำแห้งเด็ดขาด หลังจากนั้นประมาณ 3 วันต้นกล้าจะเริ่มงอกออกมาให้เห็น
เมื่อต้นกล้าที่งอกออกมีอายุได้ 1 วัน ให้นำต้นกล้าออกมารับแสงแดดประมาณ 5-6 ชั่วโมง แล้วนำไปตั้งไว้ในที่ที่มีแสงสว่างส่องถึง ควรเติมน้ำอย่างสม่ำเสมอระวังอย่าให้น้ำแห้งเป็นอันขาด โดยให้เติมบริเวณโดยรอบอย่ารดลงไปตรงๆ บนต้นกล้า หลังจากนั้นเมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ 14 วัน หรือให้สังเกตว่ามีรากโผล่ออกมาจากฟองน้ำมากขึ้นแล้วให้ย้ายต้นกล้าไปปลูกในรางได้เลย
ก่อนนำผักลงปลูกให้ทำการผสมปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ (AB) ในน้ำที่เราจะทำการปลูก โดยถังน้ำขนาดความจุ 40 ลิตร ต่อปุ๋ย 200 ซีซี ในอัตราส่วน 1 : 200 เมื่อผสมน้ำเรียบร้อยแล้วให้นำต้นกล้าลงไปทำการปลูกในรางได้เลย และระหว่างรอการเก็บเกี่ยวควรตรวจดูระดับน้ำเป็นระยะ ถ้าต้องเติมน้ำให้ทำการผสมปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ (AB) ลงไปด้วยทุกครั้งในอัตราส่วนเท่าเดิม จากนั้นประมาณ 45-55 วัน ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตกันได้แล้ว
อ้างอิงจาก: บ้านและสวน, ปลูกผัก
รายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย
5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน
5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอด
จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
ย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
รวม 10 ทำเลที่ดินนอกกรุงเทพฯ ที่แพงที่สุดในไทย ปี 2569
ร่างกายเป็นชาย แต่หัวใจเป็นหญิงร้อยเปอร์เซ็นต์... ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ 'เพศก้ำกึ่ง'
จังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”
10 อันดับโรงเรียนเก่าแก่ที่สุดในไทย
จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
พื้นที่ในประเทศไทยที่เคยมีหิมะตก
โรงเรียนนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย




