หายจากโรคกระเพาะด้วยสมุนไพรบ้าน บ้าน
เมื่อพูดถึงโรคกระเพาะ ผู้ที่เคยเป็นหรือกำลังเป็นโรคนี้อยู่คงทราบดีว่า อาการเป็นอย่างไร
เพราะมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง อึดอัดมาก จนกินอาหารไม่ค่อยได้ ทีแรกตั้งใจว่าจะรักษาด้วยตัวเอง เพราะคิดว่าคงเป็นอาการของโรคกระเพาะแน่ แต่ก็เพื่อความแน่ใจจึงได้เข้ารับการตรวจจากแพทย์แผนปัจจุบัน และผลก็ออกมาว่าเป็นโรคกระเพาะจริง จึงได้ใช้ยาแผนปัจจุบันรักษาเรื่อยมา อาการก็ทุเลาลงแต่ยังไม่หายเป็นปกติ
เนื่องจากผู้เขียนเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับการรักษาโรคกระเพาะด้วยขมิ้นชัน จึงได้ทำยานี้รักษาโรคกระเพาะของตัวเอง โดยนำขมิ้นชันหัวแก่ๆสดๆ (ไม่ควรซื้อขมิ้นผงที่มีขายตามท้องตลาด เพราะขมิ้นเหล่านั้นอาจต้มหรือนึ่ง จนน้ำมันในขมิ้นระเหยออกไปหมด ฤทธิ์ทางยาก็จะหมดไปด้วย ทำให้การรักษาไม่ได้ผล) เอาเฉพาะส่วนที่เป็นแง่งหรือแขนง ส่วนหัวหรือตรงไส้กลางไม่ใช้ นำมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นบางๆ จากนั้นก็นำไปตากแดดจัดๆสักสามแดด (ไม่ควรตากนานกว่านี้ เพราะจะทำให้ยาเสื่อมสภาพ)
เมื่อตากแดดแล้วก็นำมาตำให้ละเอียดเป็นผง ปั้นกับน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเข้มข้นเป็นยาลูกกลอนขนาดปลายนิ้วก้อย ฉันหลังอาหารทุกครั้ง ครั้งละ 2-3 เม็ด โดยงดยาแผนปัจจุบันทุกชนิด
ปรากฏว่าอาการปวดท้องแน่นท้องหายไป แต่ต่อมายาที่ทำไว้หมดลง อาการก็กลับเป็นขึ้นมาอีก ตอนนั้นผู้เขียนกำลังมีงานยุ่งมาก ไม่มีเวลาที่จะหาขมิ้นชันได้ เพราะถ้าจะซื้อก็ต้องไปถึงในตัวจังหวัด
บังเอิญคืนหนึ่งได้อ่านหนังสือการใช้สมุนไพร ซึ่งบอกสรรพคุณของกล้วยไว้ว่า
“ในเนื้อและเปลือกกล้วยทุกชนิดมีเซอโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่มีผลยับยั้งการหลั่งของน้ำย่อยของกระเพาะอาหาร และกระตุ้นให้ลำไส้เล็กบีบตัวมากขึ้น จึงได้บำบัดอาการแผลในกระเพาะอาหารและทำให้ระบายได้”
ด้วยความอยากหายจากโรค ประกอบกับกล้วยน้ำว้า เป็นของที่ผู้เขียนสามารถหาได้ง่ายอยู่แล้ว จึงทดลองทำยาจากกล้วยน้ำว้าใช้ดู
วิธีทำก็คล้ายกับการทำยาจากขมิ้นชัน คือนำกล้วยน้ำว้าดิบที่แก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือก) นำมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นขวางลูกเป็นชิ้นบางๆ เหมือนหั่นแตงกวาใส่ข้าวผัด เสร็จแล้วนำไปเกลี่ยใส่ถาด อย่าให้ชิ้นกล้วยซ้อนกันมากนัก ตากแดดจัดๆ สักสามแดด แล้วจึงนำมาใส่ครกตำให้ละเอียด โดยนำมาตำในขณะเก็บจากแดดใหม่ๆ เพราะกล้วยยังกรอบอยู่จะทำให้ตำละเอียดง่าย เรียบร้อยแล้วก็เก็บใส่ขวดปากกว้างที่มีฝาปิดได้สนิท ใช้ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำค่อนแก้ว ฉันหลังอาหารทุกมื้อ ใช้อยู่ไม่กี่วันอาการก็ดีขึ้น หายปวดท้อง แน่นท้อง และฉันข้าวได้มากขึ้น จึงใช้ยานี้เรื่อยมาจนกระทั่งหมด และก็ทำยาครั้งที่สองขึ้นมาอีก
ใช้ยาขนานนี้อยู่เดือนเศษจึงได้ทดลองหยุดยาดู เพราะคิดว่าอาการคงหายขาดแล้ว และก็ปรากฏว่าอาการไม่กำเริบขึ้นมาอีกเลย จึงมั่นใจว่ากล้วยน้ำว้าดิบสามารถรักษาโรคกระเพาะได้ จึงอยากชวนให้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ได้ทดลองใช้รักษาดูบ้าง เพราะกล้วยน้ำว้าเป็นของที่หาซื้อได้ง่ายโดยทั่วไป และถ้าต้องซื้อก็เป็นของที่มีราคาไม่แพงนัก
แต่อย่าลืมว่าใช้ยานี้รักษาโรคกระเพาะแล้ว เมื่อหายปวดอย่าหยุดยาทันที ควรใช้ต่อไปอีกสัก 1-1 1/2 เดือน เพราะโรคกระเพาะต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา ถ้ารีบหยุดยาเพราะคิดว่าหายแล้ว อาการอาจกำเริบขึ้นอีก ทำให้โรคไม่หายขาด และสิ้นเปลืองเวลาในการรักษามากกว่าที่ควร และที่สำคัญที่จะช่วยให้รักษาโรคนี้ได้หายเร็วขึ้น ก็คือผู้ป่วยต้องงดอาหารรสจัดทุกชนิด และกินอาหารให้เป็นเวลา รวมทั้งงดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ กาแฟ และน้ำอัดลม
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
"คาร์โบไฮเดรตที่ดีที่สุดในโลก" ไม่ใช่ข้าวกล้อง...
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพยาบาลยุภารักษ์ สุขวรรณดี ที่เสียชีวิตขณะดูแลผู้ป่วย
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?














