หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เหตุการณ์บิ๊กฟุตถล่มกระท่อมมีจริง!เคยมีบันทึกไว้จริงๆ นะ!


เขียนโดย samuraimasterj

บิ๊กฟุต ไอ้ตีนโต สัตว์ลึกลับครึ่งลิงครึ่งมนุษย์ ตัวสูงใหญ่มีขนดกรุงรัง อาศัยตามป่าและภูเขาสูงในประเทศสหรัฐอเมริกามาช้านาน เป็นตำนานมากมายและยังเป็นตัวแทนของความลึกลับในอเมริกามาช้านานด้วย แต่กับการพบเจอครั้งแรกทุกท่านสงสัยไหมว่า มันเริ่มต้นมาอย่างไร และคนที่เจอสิ่งมีชีวิตพวกนี้กลุ่มแรกนั้น จะทำอย่างไร? ถ้าพร้อมแล้ว ไปฟังกันเลย!

เอป แคนยอน (Ape Canyon) เป็นหุบเขาในเขตภูเขาไฟเซนต์เฮเลนน่า (St. Helena Mountain) ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา โดยเกิดขึ้นจากการเรียงตัวของเปลือกโลกโบราณบริเวณซีกโลกเหนือ เป็นพื้นที่ทางธรรมชาติที่มีการรับการคุ้มครองและอนุรักษ์อย่างดี มีสัตว์หลายชนิดและพืชจำนวนมาก และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกด้วย โดยเคยมีเหมืองทองในสมัยศตรวรรษที่ 18 อยู่อีกด้วย

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1924, นาย เฟรด เบ็ค, เกบ เลเฟเวอร์, จอห์น ปีเตอร์สัน, แมริออน สมิธ, รอย สมิธ (Fred Beck, Gabe Lefever, John Peterson, Marion Smith, Roy Smith) ทั้งห้าคนเป็นนักขุดเหมือง พวกเขาตั้งใจจะออกไปหาสายแร่ทองคำในพื้นที่ห่างไกลของหุบเขาแห่งนี้ ในยุคนั้นเส้นทางยังไม่ได้มีการตั้งชื่อและบุกเบิก พวกเขาจึงออกเดินทางกันมา

ขณะที่เดินทางผ่านป่าในตอนกลางวัน เหล่านักขุดเหมืองทั้งหมดได้สังเกตเห็นสิ่งที่คล้ายคนจำนวนห้าตัวกำลังเดินอยู่ที่ราวป่า เมื่อสิ่งนั้นเข้ามาหาพวกเขา พวกเขาก็ต้องตกใจกับสัตว์คล้ายลิงไร้หางขนาดใหญ่ พวกมันตัวสูงถึง 2.4 เมตร มีหัวสามเหลี่ยม แขนขายาวมีขนสีน้ำตาลเข้มรกรุงรัง และเท้าขนาดใหญ่เป็นจุดเด่น และยังเห็นใบหน้าชัดเจน มันคล้ายมนุษย์และลิงไร้หางอยู่มาก สัตว์เหล่านั้นเมื่อเห็นพวกเขาก็ตกใจและเริ่มส่งเสียงโวยวายเตรียมจะโจมตีพวกเขา หนึ่งในนักขุดเหมืองชักปืนยิงไล่ไปจนพลาดไปโดนสัตว์ลึกลับตัวหนึ่งที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มคล้ายกับลูกของพวกมัน พวกเขาตกใจมากและออกวิ่งไปอีกทางทิ้งซากของพวกมันไว้ในทันที

 

แต่แล้ว นี่แหละ ต้นเหตุของประสบการณ์สยองที่พวกเขาจะได้เจอต่อ!

 

ในคืนนั้นเอง ขณะที่ทั้งห้าเดินทางพักค้างแรมในกระท่อมไม้สาธารณะที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น พวกเขาปิดประตูและเพิ่งทานอาหารเย็นเสร็จ จู่ๆ ก็มีเสียงดังเกิดขึ้นที่ชายป่ารอบข้างพร้อมกับเสียงร้องที่คุ้นเคย สัตว์ประหลาดขนดกจากเมื่อตอนกลางวันพากันมารุมล้อมกระท่อมของพวกเขา เหล่านักขุดทองยื่นปืนออกจากหน้าต่างไล่ยิงสกัดพวกมันไว้ แต่เมื่อเห็นว่าพวกมันพากันออกมาจากป่าถึง 11 ตัว พวกเขาต้องถอยร่นเข้ามาและปิดประตูหน้าต่างลงกลอนให้หมดอย่างแน่นหนากันเหล่าอสูรกายพังเข้ามาได้

เมื่อถูกปิดกั้น พวกสัตว์ประหลาดพากันหยิบเอาก้อนหินในป่าและกิ่งไม้ขว้างปาและส่งเสียงอื้ออึง เหล่าคนงานนั่งตัวสั่นกันในกระท่อมด้วยความกลัว เหตุการณ์นี้ดำเนินไปจนถึงตอนเช้ามืดที่พระอาทิตย์กำลังค่อยๆ ขึ้น เหล่าอสูรกายเหล่านี้พากันถอยออกไปจนปลอดภัย เหล่านักขุดเหมืองทั้งหมดเมื่อออกมาจากกระท่อมก็พากันเก็บของกลับและยกเลิกการตามหาทองคำต่อ พวกเขาจึงได้เรียกชื่อพื้นที่แห่งนั้นว่า หุบเขาวานร หรือเอปแคนยอนนั่นเอง เหตุที่ใช้ชื่อนี้เพราะในสมัยนั้น บิ๊กฟุตยังเป็นอะไรที่ใหม่มาก และเหล่านักขุดเหมืองก็เชื่อว่าในป่าแถวนั้นมีวานรไร้หางขนาดใหญ่แบบนั้นอยู่จริงๆ และนั่นเองคือการปะทะและการพบเจอบิ๊กฟุตครั้งแรกของชาวตะวันตกในสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นชื่อบิ๊กฟุตจะเริ่มถูกนำมาใช้เรื่อยๆ เมื่อมีการพบเห็นมันมากขึ้น

นักสัตว์ลึกลับวิทยากล่าวว่า เรื่องราวจากบันทึกนี้จัดว่าช่วยให้พวกเขาเข้าใจสิ่งมีชีวิตลึกลับเหล่านี้ได้มากขึ้น จากความรู้เก่าที่เชื่อว่าบิ๊กฟุตมักออกหากินตัวเดียว แต่จากเคสนี้ อาจจะมีประชากรบิ๊กฟุตบางกลุ่มเลือกออกหากินกันหลายๆ ตัว เพื่อดูแลเด็กๆ ในฝูงให้พ้นจากสัตว์ชนิดอื่น และการกลับมาแก้แค้นนั้นถือว่าสัตว์เหล่านี้มีความคิดซับซ้อน สามารถโกรธเป็นและเข้าใจถึงความสูญเสียในฝูงได้ ซึ่งเอปหลายๆ ชนิดในปัจจุบันอย่างชิมแปนซี กอริลล่า และอุรังอุตังต่างมีพฤติกรรมและสติปัญญาเช่นนั้น ทว่า หลักฐานก็ไม่หนักแน่นพอจะเชื่อได้ว่าพวกมันมีอยู่จริงหรือไม่ แต่ความเป็นไปได้ในแง่ของความจริงที่ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้มีอยู่จริงนั้นพอฟังเป็นไปได้อย่างแน่นอน

ทุกวันนี้ เอปแคนยอนและเรื่องราวของนักขุดทองทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คึกคัก หากใครสนใจตำนานนี้สามารถเดินทางไปชมได้ และมีไกด์ท้องถิ่นที่สามารถพาคุณไปชมจุดเกิดเหตุได้อีกด้วย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
samuraimasterj's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 246 ครั้ง
เขียนโดย samuraimasterj
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผม5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดเลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้มีบันทึกเล่าว่า “พญานาคจำแลงกายเป็นมนุษย์มาใส่บาตร” หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เรื่องนี้ให้ข้อคิดอะไรนอกจากความอัศจรรย์?5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AI
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ทำไม 3 คำนี้ถึงเกี่ยวกับชีวิตของเราทุกวันดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?ลอง AiPASS ตั้งแต่ 9 โมงวันแรก โมเดลเยอะจริง แต่ถ้าเอาไว้ “ทำงาน” ยังแทน AI ฟรีทั่วไปไม่ได้สำหรับผมไขสงสัย! ทำไมหมอลำต้องตะโกน "สอย สอย" ก่อนร้องกลอน? (เกร็ดอีสานที่หลายคนไม่เคยรู้)เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด Creepy Info: ท่องตำนานสยองขวัญ
10 สัตว์โลกที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์ประหลาดในนิทานเท่านั้น พาร์ท 2มนุษย์กิ้งก่าแห่งสเก็ปออร์: ความสยองใต้ผิวตะปุ่มตะป่ำเลอ มาร์คเช่ เดส์ เฟติเชอร์ส ตลาดวูดูแห่งโตโก10 สัตว์โลก ที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นสัตว์ประหลาด ในนิทานเท่านั้น พาร์ท 1
ตั้งกระทู้ใหม่