แดรกคิวลาแห่งยุคไดโนเสาร์ ค้นพบ “เห็บดูดเลือด” ในก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี!
วันนี้เราก็จะมีหัวข้อที่จะมานำเสนอในบทความนี้เกี่ยวกับสัตว์ตัวเล็กๆชนิดหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในยุคไดโนเสาร์แต่มันได้ชื่อว่าเป็นแดรกคิวลาแห่งยุคไดโนเสาร์ มันก็คือตัวเห็บนั่นเอง ค้นพบ “เห็บดูดเลือด” ในก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี!
🔜ค้นพบ “เห็บดูดเลือด” ในก้อนอำพันอายุ 99 ล้านปี! (แดรกคิวลาแห่งยุคไดโนเสาร์)
มีการค้นพบฟอสซิลของเห็บสายพันธุ์โบราณชนิดหนึ่ง ในก้อนอำพันที่ได้จากประเทศเมียนมา ซึ่งมีความเก่าแก่ถึง 99 ล้านปี โดยฟอสซิลตัวเห็บนี้เกาะติดอยู่ในขนของไดโนเสาร์กลุ่มเทอโรพอด (Theropods)
เห็บที่อยู่ด้านนอกคือ เห็บในยุคปัจจุบันจากประเทศสเปน [เอามาเปรียบเทียบเฉยๆ]
การค้นพบดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications โดยระบุว่าพบฟอสซิลของเห็บชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้วซึ่งนักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Deinocroton draculi
หรือ “เห็บที่น่าสะพรึงกลัวของแดร็กคิวลา” เห็บสายพันธุ์นี้สามารถดูดเลือดได้มากถึง 8 เท่าจากขนาดร่างกายของมัน และเป็นสิ่งที่ไม่เคยค้นพบมาก่อนจากเห็บที่มีอยู่ในสายพันธุ์ในยุคปัจจุบัน
มีการค้นพบอำพันทั้งหมด 4 ก้อน
โดยตัวหนึ่งติดอยู่กับขนของไดโนเสาร์ที่มีลักษณะคล้ายขนนก อีกตัวหนึ่งดูดเลือดเข้าไปจนพุงกาง ส่วนอีกสองตัวติดอยู่กับขนของด้วงหนังสัตว์ ดร. ริคาร์โด้ เพเรซเดอลาเฟนเต (Dr. Ricardo Pérez-de la Fuente) จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกล่าวว่า “ขนนกไดโนเสาร์ที่พบพร้อมกับเห็บดึกดำบรรพ์นี้เป็นหลักฐานชิ้นแรก ของความสัมพันธ์ระหว่างปรสิตกับไดโนเสาร์ที่มีขน”
บันทึกจากฟอสซิลได้บอกเราว่าขนไดโนเสาร์ที่เหมือนขนนกนี้ จัดอยู่ในกลุ่มไดโนเสาร์ประเภท ทีโรพอด
ซึ่งเป็นกลุ่มไดโนเสาร์ที่อยู่อาศัยบนพื้นราบแบบไม่มีความสามารถในการบินหรืออาจจะเป็นไดโนเสาร์กลุ่มเหมือนนกที่มีสามารถในการบินก็เป็นได้ ซึ่งฟอสซิลอำพันนี้คาดว่าอยู่ในยุคกลางครีเทเชียส และอำพันที่ค้นพบได้ยืนยันแล้วว่า ขนนกที่อยู่ด้านในไม่ใช่ขนนกที่มีชีวิตอยู่ในยุคปัจจุบัน
นายเอนริเก เปนญาลแวร์ ผู้นำทีมวิจัยจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสเปน (IGME) ซึ่งค้นพบและศึกษาฟอสซิลนี้ระบุว่า “ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ถึงบทบาทของเห็บในระบบนิเวศยุคดึกดำบรรพ์ แม้ไดโนเสาร์จะสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน แต่เห็บยังคงสามารถดำรงเผ่าพันธุ์และวิวัฒนาการมาเป็นเห็บที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน”
เห็บทั้ง 2 ตัวนี้ เป็นตัวผู้โตเต็มวัย ที่เห็นเป็นสีเขียวเพราะจะได้เห็นถึงตัวเห็บได้ชัดมากขึ้นกว่าการมองด้วยสีเหลือง
แม้การค้นพบนี้จะคล้ายกับเรื่องราวในภาพยนตร์ยอดนิยมเรื่องจูราสสิก พาร์ก ที่มีการสกัดเอาดีเอ็นเอของไดโนเสาร์ออกมาจากเลือดในท้องยุงซึ่งติดอยู่ในก้อนอำพัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว
นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถจะสกัดเอาดีเอ็นเอของสัตว์ดึกดำบรรพ์ออกมาจากก้อนอำพันได้ เพราะโมเลกุลที่ซับซ้อนและเปราะบางของดีเอ็นเอจะได้รับความเสียหายแต่อย่างไรก็ตาม ก้อนอำพันโบราณที่เกิดจากยางไม้ได้ช่วยรักษาสภาพชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์ให้คงเดิมมานานนับร้อยล้านปี เหมือนกับการบันทึกภาพเอาไว้ ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้เห็นและได้ศึกษากันในทุกวันนี้
จากการค้นพบนี้ทำให้เราได้รู้ว่าสัตว์หรือแมลงในยุคไดโนเสาร์นั้นก็ยังมีพวกเห็บ ทีอาศัยการดูดเลือดในการดำรงชีวิตเช่นยุงหรือเห็บ มัด ริ้น ไร อะไรต่างๆนานาเนี่ยมันก็มีมาตั้งแต่สมัยยุคดึกดำบรรพ์แล้วนะครับ
อ้างอิงจาก: generalmenmen,google search
5 อันดับ มหาวิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในภาคอีสาน
ประเทศที่ "อยู่ทุกที่" แต่ไม่มีผืนแผ่นดิน
ประเทศที่นิยมกินข้าวไทย และนำเข้าข้าวจากประเทศไทยมากที่สุด
เครียดแล้วกินแหลก Stress Eating เทคนิคแก้ Stress Eating โดยไม่ต้องอด
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
10 ประเทศที่ขึ้นชื่อว่ามีภาษีรถยนต์สูงที่สุดในเอเชีย
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
เดินไปทางไหนก็มีแต่ "เxี้ย" เต็มไปหมด..นึกว่าอยู่ในยุค "จูราสสิค" ซ่ะอีก!(มีคลิป)
รู้หรือไม่..7 สิ่งอัปโชคไม่ควรมีหน้าบ้าน..สายมูต้องห้ามพลาด
เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
เปิดภาพล่าสุด “อสังหาฯทุนจีน” สนามบินน้ำ หลัง ปปง. สั่งยึดทรัพย์
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
“มาม่า” รายได้หด กำไรดิ่งกว่า 17% พิษเศรษฐกิจ-ต่างประเทศชะลอซื้อ แม้ยังครองบัลลังก์เจ้าตลาด 50%






