จี้ฮองเฮา (จักรพรรดินีอูลาน่ารา) พระอัครมเหสีพระองค์ที่2 ในจักรพรรดิเฉียนหลง
จักรพรรดินีอูลาน่ารา จากสกุลน่ารา เผ่าอูลา (อูลาน่ารา) (11 มีนาคม 1718 -19 สิงหาคม ค.ศ. 1766)
หรือที่รู้จักกันในไทยว่า "จี้ฮองเฮา " จากภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง องค์หญิงกำมะลอ เป็นพระอัครมเหสีพระองค์ที่สองในจักรพรรดิเฉียนหลง
จักรพรรดินีจี้เป็นธิดา ของแม่ทัพเนอเอ่อปู(辉发那拉•讷尔布)) ขุนนางตำแหน่งสูงสุด

พระนางเป็นชาวแมนจูจากกองธงน้ำเงินขอบแดง “หม่านโจวเซียงหลานฉี” (满洲镶蓝旗) ก่อนจะได้รับการยกระดับกองธงเป็นกองธงเหลือง “เจิ้งฮว๋างฉี” (正黄旗 )
กองธงน้ำเงินขอบแดง
กองธงเหลือง
จักรพรรดิเฉียนหลง
พระนางก็ได้อภิเษกสมรสกับองค์ชายหงลี่ (ที่ต่อมาจะเป็นจักรพรรดิเฉียนหลงครับ) ซึ่งขณะนั้นองค์ชายมียศเป็นเป่าชินหวัง (宝亲王/寶親王) ส่วนพระนางมีพระอิสริยยศเป็น เช่อฝูจิ้น (พระชายารอง)
และหลังจากนั้นเมื่อองค์ชายเป่าชินหวังหงลี่ได้ขึ้นเสวยราชย์สมบัติเป็นจักรพรรดิเฉียนหลง จึงทรงแต่งตั้งให้พระนางเป็นตำเเหน่ง จากน้อยไปสูงครับ
-เสียนเฟย (ปี1735)
-เสียนกุ้ยเฟย(ปี 1745)
-เสียนหวงกุ้ยเฟย (ปี1748)
-ฮองเฮา (ปี1750)
.............................................................................
เล่าย้อนนิดนึงนะครับก่อนจะได้ตำเเหน่งจักรพรรดินีองค์ที่สอง(ฮองเฮา)
หลังจากจักรพรรดินีเซี่ยวเสียนฉุนพระอัครมเหสีพระองค์เเรกสวรรคต ทำให้จักรพรรดิเฉียนหลงเสียพระทัยมาก และเพราะยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ (การไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณี คือ 2 ปี ครับผม)
ไทเฮาจึงให้แต่งตั้งพระนางจาก เสียนกุ้ยเฟย ขึ้นเป็น เสียนหวงกุ้ยเฟย เพื่อให้พระนางดูแลวังหลังแทนเสมอจักรพรรดินี คือควบคุมวังหลัง 6 วังใหญ่
หลังจากการไว้ทุกข์ตามโบราณราชประเพณี คือ 2 ปี จักรพรรดิเฉียนหลงจึงเฉลิมพระยศพระนางให้เป็นจักรพรรดินีซึ่งเป็นฮองเฮาพระองค์ที่สอง(จี้ฮองเฮา)ในรัชกาลเฉียนหลงตามพระประสงค์ของไทเฮา
ต่อมาจักรพรรดิเฉียนหลงจะแต่งตั้งลิ่งกุ้ยเฟยให้เป็นลิ่งหวงกุ้ยเฟย จี้ฮองเฮาทรงเห็นว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการทำผิดพระราชประเพณี คือถ้าฮองเฮายังไม่สวรรคตจะไม่มีการแต่งตั้งตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย
พระนางจึงทรงตัดพระเกศาของพระองค์เองเพื่อเป็นการประท้วง และการที่ตัดผมชาวแมนจูถือว่าการตัดผมนั้นเป็นการไว้ทุกข์ให้กับผู้ใหญ่ในครอบครัวของตนหรือของสามี
ซึ่งในตอนนั้นพระราชมารดาของจักรพรรดิเฉียนหลงยังมีพระชนม์ชีพอยู่จึงอาจถือเป็นการแช่งพระราชมารดาของพระองค์
จักรพรรดิเฉียนหลงทรงไม่พอพระทัยในจี้ฮองเฮาเป็นอย่างมาก เมื่อกลับถึงเมืองหลวงจึงริบตราประจำตำแหน่งคืนทั้งหมด และลดนางกำนัลรับใช้ให้เหลือเพียงสองคน ซึ่งเทียบเท่ากับสนมขั้น "ตาอิ้ง"
(ต้าอิ้งคือตำแหน่งต่ำที่สุด) ครับ
ซ้าย พระสาทิสลักษณ์จี้ฮองเฮา
ขวา โจวซวิ่นในบทอูลาน่ารา
พระนางได้ถูกสั่งขังไว้ในตำหนักเย็น เเล้วย้ายมากักบริเวณอยู่ที่พระตำหนักอี้คุน(อี้คุนกง) ที่ประทับของจี้ฮองเฮา ตามพระบรมราชโองการของพระจักรพรรดิเฉียนหลง แต่ไม่ได้ปลดออกจากตำแหน่งฮองเฮา เพราะขุนนางใหญ่หลายคนคัดค้านไว้นั้นเองครับ
หลังจากนั้นไม่เกินปีพระนางก็สิ้นพระชนม์ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1766 (พระชนมายุ 48 พรรษา) ณ
พระราชวังต้องห้าม ปักกิ่ง โดยงานพระศพถูกจัดในขั้นหวงกุ้ยเฟย แต่ถึงอย่างนั้นงานศพของพระนางถูกจัดอย่างเรียบง่ายไม่สมฐานะเท่าใด
พระศพของพระนางถูกฝังในสุสานชิงตะวันออกและไม่ได้ถูกฝังในโถงเดียวกันกับจักรพรรดิเฉียนหลงอีกด้วยครับ
(เเอบเศร้าอยู่ระครับ)
ถ้าข้อมูลผิดพลาดส่วนไหนขออภัยด้วยนะครับเพื่อนๆเพิ่มเติมข้อมูลใต้โพสต์ได้เลยนะครับผมรับฟังทุกคนเเละพร้อมเเก้ไขครับ

Cr.wikipedia
Cr.pantip
“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”
ส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก
มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย
เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทย
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศ
วิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”
ประเทศที่มีร้านสะดวกซื้อเยอะที่สุดในโลก
“ตำนานกลางลาดพร้าว! โรงเรียนปานะพันธุ์วิทยา จากอาคารเรียนสุดล้ำ สู่ห้างใหญ่ในความทรงจำ”
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?
ป่าดิบชื้นที่เก่าแก่ที่สุดในโลกของไทย มีอายุกว่า 160 ล้านปี
รายได้ข้าราชการทหารของไทย
เมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลก
เกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทย
ทำไมต้องดื่มกาแฟ
วิชาอะไรที่ทำให้นักเรียนหลายคนเริ่มนอนดึกเป็นครั้งแรก”
มารู้จัก "ฟิก" ผลไม้โบราณ ที่กลายมาเป็น "ผลไม้หรู"







