ท่องโลกดึกดำบรรพ์: ดินแดนแห่งหยกและซาฟารี
หมวดหินอเกต สปริงส์ (Agate Springs Fossil Bed) เป็นแอ่งฟอสซิลชั้นหินที่ประกอบด้วยอัญมณีอย่างอเกต (Agate) มีลักษณะสวยงามเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์และตกผลึกกลายเป็นอเกต ตั้งอยู่ในรัฐเนบราสก้า สหรัฐอเมริกา เมื่อ 20 ล้านปีก่อน เป็นช่วงเวลาสุดท้ายของยุคโอลิโกซีนที่ใกล้จะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่แล้ว ในสถานที่แห่งนี้ เราสามารถเรียนรู้ได้จากบรรดาสิ่งมีชีวิตที่ถูกพบในหมวดหินเหล่านี้ได้ ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ไปดูกันเลย
ย้อนไปในรัฐเนบราสก้า สมัย 20 ล้านปีที่แล้ว ช่วงเปลี่ยนผ่านของทวีปอเมริกาเหนือที่โลกเริ่มเย็นตัวลง ทุ่งหญ้าซะวันน่าแบบที่ทวีปแอฟริกาสามารถพบเห็นได้มากที่สุด สลับกันกับป่าโปร่งที่มีพื้นที่ให้พืชต่างๆ ขึ้นมาได้ ถึงแม้ส่วนอื่นๆ ของโลกจะยังแห้งแล้ง ที่แห่งนี้ยังได้รับอิธิพลจากดินภูเขาไฟที่มีธาตุอาหารมาก โป่งน้ำพุร้อนก็อุดมด้วยเกลือแร่ และยังมีลมและฝนที่จะหอบมาเป็นฤดูทำให้พืชเติบโตดี พืชจำพวกหญ้าตีนกาที่ใช้เมล็ดและต้นทานตะวันเริ่มมีการปรากฏชัดเจนขึ้นมาตามทุ่งหญ้าแล้ว
(มอโรปัส)
คุณเดินทางตามทุ่งหญ้าเข้ามาในผืนป่าโปร่ง ต้นเบิร์ชและโอ๊กปกคลุมป่าพร้อมกับผลไม้ที่สุกงอม ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะมีสัตว์อพยพมาออกลูกมากมาย ในราวป่า มีร่างขนาดใหญ่บางอย่างกำลังยืนสูงเขย่าต้นไม้เพื่อกินพืชบนยอด สัตว์ประหลาดหัวคล้ายม้าแต่มีแขนยาวคล้ายกอริลล่าที่สูง 3 เมตร กำลังค่อยๆ ใช้ลิ้นยาวตวัดกินพืชและโน้มกิ่งไม้ลง นั่นคือ มอโรปัส (Moropus) เป็นสัตว์ในวงศ์คาลิโคเธียร์ (Chalicothere) ซึ่งเป็นสัตว์กีบคี่ที่วิวัฒนาการได้แปลกประหลาด มันสามารถเดินสี่ขาด้วยการใช้หลังมือเดิน และยกตัวสูงใช้เล็บจับหรือยึดเกาะลำต้นของต้นไม้เพื่อขย่มและกินพืช สัตว์ในวงศ์คาลิโคเธียร์มีการกระจายพันธุ์กว้างมาก พวกมันเจอได้ในยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และแม้แต่ในบางส่วนของแอฟริกา
มอโรปัสตัวผู้ตัวนี้ขณะที่กำลังกินใบไม้ มีมอโรปัสอีกตัวเดินเข้ามาหาใกล้ๆ ตัวนี้เป็นตัวผู้อีกตัวที่มาท้าทายมันอย่างแน่นอน ทั้งสองหยุดกินพืชและมองหน้ากันก่อนจะเริ่มชูตัวสูงคล้ายหมี เมื่อมีจังหวะ สัตว์ทั้งสองตบตีกันใช้ร่างกายกระแทกกันไปมา แขนที่มีเล็บยาวสามนิ้วที่ตวัดฟาดอีกฝ่ายคล้ายการใช้มีดสั้นเพื่อแทงคู่ต่อสู้ ในไม่ช้า เจ้าตัวผู้เจ้าถิ่นก็ฟาดอีกฝ่ายได้หนึ่งหมัดวาดกรงเล็บลงไปที่หน้าอกของอีกตัวนึง เจ้าผู้บุกรุกก็ต้องหยุดต่อสู้และเปลี่ยนใจเดินหันหลังหนีไปในที่สุด
(ไดเซราเธอเรี่ยม)
เมื่อเดินต่อมาอีกหน่อย มีแหล่งน้ำขนาดเล็กเป็นบ่อโคลน มีแรดโบราณไร้นออย่าง ไดเซราเธอเรี่ยม (Diceratherium) แรดดึกดำบรรพ์ชนิดนี้ตัวเล็ก ไม่มีนอ และชอบแช่ปลักโคลนเหมือนกับญาติในปัจจุบัน โคลนช่วยป้องกันพวกมันจากแมลงและปรสิตดูดเลือดโดยจะทำให้ปรสิตเกาะยากหรือทำให้ปรสิตขาดอากาศหายใจจากโคลนที่พอกไปตามตัว ไดเซราเธอเรี่ยมมีขนาดตัวเล็กคล้ายหมู จึงกินพืชที่อยู่ต่ำหรือผลไม้พวกเบอร์รี่ตามพืชพุ่มเป็นอาหาร และข้างๆ กันก็มี โปรเมริโคเชรัส (Promerycocherus) ซึ่งเป็นสัตว์กีบคู่ดึกดำบรรพ์คล้ายฮิปโปที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำหรือบ่อโคลนเช่นกัน
(โปรเมริโคเชรัส)
(ไมโอฮิปปุส)
เมื่อออกมาถึงทุ่งหญ้า อันตรายก็มากขึ้นในพื้นที่แห่งนี้เช่นกัน รอบๆ ทุ่งหญ้าเต็มไปด้วยมาโบราณหลายชนิด เช่น ไมโอฮิปปุส (Miohippus) เมอริชิปปุส (Merychippus) และ พาราฮิปปุส (Parahippus) สัตว์กีบคี่กลุ่มม้าประสบความสำเร็จและกระจายพันธุ์ไปมาก ถึงกระนั้นก็ไม่ได้ตัวใหญ่เท่าม้าปัจจุบันมากนัก พวกนี้คือบรรพบุรุษในสายตรงของม้าในปัจจุบัน เนื่องด้วยทุ่งหญ้ามากขึ้น ม้าทั้งหลายจึงออกวิ่งหาหญ้ากินได้อย่างง่ายขึ้น
(สเตนโนไมลัส)
นอกจากนี้ ในทุ่งก็มี สเตนโนไมลัส (Stenomylus) เป็นสัตว์กลุ่มอูฐในยุคดึกดำบรรพ์ น่าแปลกมากที่อูฐในทวีปเอเชียและแอฟริกากลับมีบรรพบุรุษอยู่ในอเมริกาเหนือ พวกมันปรับตัวเพื่ออาศัยในทุ่งหญ้าและทุ่งน้ำแข็งหนาวเย็นมาก่อน แต่อูฐในปัจจุบันก็กลับไปอาศัยในทะเลทราย สเตนโนไมลัสมีเพียงขนตาสองชั้นและขาที่ยาวกับเท้าแบนๆ ใช้ในการวิ่งที่คล้ายอูฐปัจจุบัน หากดูเผินๆ แล้ว มันคล้ายแอนทิโลปเสียมากกว่าด้วยซ้ำ
ในฤดูใบไม้ผลิ ทั้งม้าโบราณและอูฐก็ต่างพากันมาออกลูกสืบเผ่าพันธุ์และกินอาหารที่มีมาก พวกมันจะอพยพลงใต้ไปเรื่อยๆ ตามอากาศอบอุ่นและหญ้า แต่กระนั้นเอง นักล่าที่น่ากลัวที่สุดก็อาศัยช่วงเวลานี้เพื่อกินลูกสัตว์ขนาดเล็กเช่นกัน
(เดโอดอน)
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับหญ้า ไมโอฮิปปุสตัวหนึ่งได้เดินเข้าไปใกล้พุ่มไม้ ก่อนที่จะมีสัตว์ขนาดใหญ่วิ่งออกมาแล้วกัดงับสะบัดร่างของมันในทันที เสียงดังนี้ทำให้สัตว์อื่นๆ วิ่งแตกฮือกันจำนวนมากหนีไปอีกฝากของทุ่งหญ้า สัตว์ตัวนั้นคือ เดโอดอน (Daeodon) เดโอดอน เป็นสัตว์จำพวกเดียวกับเอนเทโลดอน ซึ่งใกล้ชิดกับฮิปโป รูปร่างของมันอาจจะคล้ายหมูป่า แต่มีขาเรียวยาว และฟันหลากหลายชุดในหัวโตๆ นี่คือสัตว์นักล่าขนาดใหญ่ที่สุดในระบบนิเวศนี้ จนกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกินเนื้ออย่างสุนัขและแมวจะปรากฏตัว เดโอดอนจะยังคงออกล่าไปอีก 1-5 ล้านปีนี้ในอเมริกาเหนือ
(เมโนเซราส)
กระนั้นเอง ไม่ใช่ว่าสัตว์ทุกชนิดจะยอมเป็นเหยื่อง่ายๆ มีแรดขนาดเล็กที่ตัวใหญ่ไม่เกินม้าแกลบกำลังกินหญ้า นอสองข้างของมันนั้นดูแปลกตามาก นี่คือ เมโนเซราส (Menoceras) เมโนเซราส มีนอขนาดเล็กสองชิ้นที่สั้นและคม อาวุธนี้ทำให้สัตว์กินเนื้อไม่อยากเข้าใกล้ หากถูกชนอาจจะตายได้ แม่เมโนเซราสและลูกของมันกำลังกินหญ้า โดยไม่ทันสังเกต มีนักล่าเดินเข้ามาในดงหญ้าข้างๆ รูปร่างของมันคล้ายหมาที่ตัวยาว นี่คือ ดาฟิโนดอน (Daphoenodon) เป็นสัตว์กลุ่มสุนัขและหมี อยู่ในวงศ์แอมฟิซิออนนิด (Amphicyonidae) ซึ่งอยู่กึ่งกลางในสายวิวัฒนาการของสุนัขและหมี มีเท้าที่ยืดหดสำหรับปินต้นไม้ แต่ก็มีสรีระเพรียวสำหรับการวิ่งระยะสั้นเพื่อตะปบเหยื่อ ขณะที่ลูกเมโนเซราสเดินเตร่ออกมา ดาฟิโนดอนพุ่งตัวออกมาในทันที แต่กลับถูกนอสองข้างชนกระแทกเข้าที่ซี่โครงอย่างจัง แม่ของเมโนเซราสตัวน้อยเข้ามาช่วยไว้ได้ทันและโจมตีนักล่าไปหนึ่งดอก ดาฟิโนดอนที่ตัวเล็กกว่าและอ่อนแอได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกเมื่อครู่ มันหันหลังวิ่งหนีออกไปในทันทีอย่างไม่คิดชีวิต
(ดาฟิโนดอน)
(ซินไดโอเซราส)
ดูสิ! มีสัตว์กีบคู่หน้าตาประหลาดด้วย เขารูปตัววายที่จมูกและหน้าผากนั้นสะดุดตามาก นี่คือ ซินไดโอเซราส (Syndyoceras) เขาของมันมีเฉพาะในตัวผู้ และจะเด่นชัดเมื่อมีอายุ 2 ปีขึ้นไป พวกมันใช้เขาในการจีบตัวเมีย ตัวเมียจะไม่มีเขาและดูมีหน้ายาว คล้ายกับแอนทิโลปในปัจจุบัน พวกมันเองก็วิ่งไวและต่อสู้ไม่เก่ง ดาฟิโนดอนและเดโอดอนจึงล่าพวกมันกินได้อีกด้วย
ช่วงเวลาของยุคโอลิโกซีน สภาพแวดล้อมของโลกเย็นตัวลงอย่างช้าๆ และเริ่มเข้าสู่ยุคไมโอซีน ที่ทวีปต่างๆ ในโลกจะเริ่มเกิดระบบนิเวศใหม่ๆ และสิ่งมีชีวิตในยุคใหม่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน เดโอดอนและดาฟิโนดอนจะเริ่มค่อยๆ หมดลง เมื่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มสุนัขและแมวที่ช่ำชองการล่าพัฒนามากขึ้นเริ่มปรับตัวให้ล่าเหยื่อที่วิ่งเร็วมากขึ้นได้ และสัตว์กินพืชก็ไม่น้อยหน้า วิวัฒนาการให้วิ่งไวขึ้น พวกสัตว์นักล่าที่เชื่องช้าจะสูญพันธุ์ไปอย่างช้าๆ ในที่สุด
ตอนต่อไป ขอต้อนรับสู่อเมริกาใต้ ทวีปที่สาบสูญเต็มไปด้วยสัตว์พิลึกพิลั่นมากมาย ช่วงเวลาของยุคไมโอซีน ยุคเฟื่องฟูของสัตว์ยักษ์ได้เริ่มต้นขึ้น จะมีอะไรรอเราอยู่กันแน่ โปรดติดตามใน ท่องโลกดึกดำบรรพ์!
อ้างอิงจาก: https://npshistory.com/publications/agfo/nrr-2009-080.pdf
https://www.nps.gov/agfo/learn/nature/mammalfossils.htmhttps://www.google.com/search?sca_esv=0e526ec8824269be&rlz=1C1CHZN_thTH1016TH1016&sxsrf=ADLYWIK7kx1eVryKqtGqryKrxEzietzzvg:1722935524466&q=agate fossil beds paleofauna&source=lnms&fbs=AEQNm0DPvcmG_nCbmwtBO9j6YBzMGI-rIah7qbGvoUnQw8TFIqi9o0uuHszM7QNHgmvvC6aevVBV3e0BT034Sv-niXNm9EW5qkkxkD0W2Vu1mteaKmXR3D6gF9lJolVy1ajEHo1xW6MG4cpgc4moyWAvUUxwCHimCECknLx3koj325UaTUFwXJpy7PpVwtJ8NF6HjSGvEyHEKXPQPR5gBSiVLEg9scOfrA&sa=X&ved=2ahUKEwjxmaD_guCHAxWE2TgGHS7ZBHgQ0pQJegQIExAB&biw=1260&bih=713&dpr=2
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ซูยุไม่ใช่โชยุ ต่างกันตรงไหน เลือกใช้ให้ถูกกับอาหารญี่ปุ่น
"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย













