ราสป์เบอร์รี่: ปลูกง่าย ปลูกได้แล้วในไทย
พืชตระกูลเบอร์รี่ มักมีภาพจำว่าปลูกยาก ขึ้นในพื้นที่เขตหนาว และดูแลเอาใจยาก เป็นพืชที่ต้องเอาใจใส่อย่างระวัง แต่ว่า มีเบอร์รี่อยู่หนึ่งชนิดที่สามารถปลูกได้แล้วในพื้นที่ของประเทศไทย วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับราสป์เบอร์รี่ พืชที่แสนอร่อย คุณประโยชน์มากมายและน่าลิ้มลอง ถ้าสนใจแล้วมาฟังกันเลย
ประวัติของราสเบอร์รี่
ราสป์เบอร์รี่ (Raspberry) ชื่อวิทยาศาตร์ (Rubus ideaus) เป็นพืชในวงศ์กุหลาบ มีถิ่นกำเนิดในยุโรปและเอเชียเหนือ มีความสูง 1-1.5 เมตรจากพื้นเมื่อโตเต็มที่ เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย มีใบสีเขียวเป็นหยักแฉก มีดอกสีขาวมีห้ากลีบ มีกลิ่นหอมอ่อนเฉพาะตัว มีผลสีแดงกลมเป็นปุ่ม ราสเบอร์รี่ตามธรรมชาติแล้วมักจะเลื้อยขึ้นอิงตามพุ่มไม้ในป่า เป็นพืชที่รู้จักกันโดยชาวยุโรปในยุคโบราณ นิยมนำมาทำขนม แยม น้ำผลไม้ หมักเหล้าหรือเบียร์ โดยถูกบันทึกในบทกวีเอ็ดดา อันเป็นบทกวีโบราณในสมัยยุคนอร์ดิก (140 ปีหลังคริสตกาล) ปัจจุบันมีการเพาะพันธุ์ราสป์เบอร์รี่ให้มีสีสันต่างๆ มากมาย ทั้งสีเหลือง ม่วง แดง อีกด้วย โดยราสเบอร์รี่ป่ามักมีสีแดงอมชมพูอ่อน
สรรพคุณของราสป์เบอร์รี่
ราสป์เบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถทานสดหรือเป็นน้ำผลไม้ได้ โดยมีวิตามินเอ บี 12 ไลโคปีน เบต้าแคโรทีน เหล็ก แมกนิเซียม วิตามินซี วิตามินดี และธาตุอาหารอื่นๆ อีกมาก ควรรับประทานแต่พอเหมาะ
การปลูกราสป์เบอร์รี่
ราสป์เบอร์รี่สามารถปลูกได้ทั้งในกระถางและแบบลงดิน
การลงดิน:
แปลงปลูกควรมีความกว้างไม่เกิน 60 เซนติเมตร โดยทำแปลงกั้นคอกให้สูง 20-30 เซนติเมตร ดินที่ปลูกควรมีการระบายน้ำได้ดี ควรจะหมักดินด้วยปุ๋ยหมักเป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนจะทำการเริ่มนำต้นพันธุ์มาปลูก ในแปลงก็ควรมีฟางข้าวหรือขุยมะพร้าวโรยหน้าเพื่อรักษาความชื้นด้วย
การลงกระถาง:
กระถางที่ควรใช้ในการปลูกราสป์เบอร์รี่ ควรมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 นิ้วขึ้นไป ใส่ดินร่วน 3ส่วน และกาบมะพร้าว 1 ส่วน ระวังดินเป็นด่างมากเกินไป ราสป์เบอร์รี่ชอบดินที่มีค่าพีเอชที่ 5-6PH จึงจะเหมาะสม ดินที่ปลูกก็ควรจะมีวัสดุอย่างพัมมิสหรือเพอร์ไลท์ โปร่งและเบาเพื่อให้ระบายน้ำได้ดี หากดินชื้นไปจะเกิดเชื้อราได้
การดูแล
ราสป์เบอร์รี่เติบโตในป่าที่ดินระบายดีและจะรับน้ำนานๆ ที่ ทำให้ไม่ต้องรดน้ำบ่อย โดยรดน้ำตอนเช้าหรือก่อน 16:00 น. หากหน้าดินแห้งแปลว่าถึงเวลารดน้ำ และปุ๋ยให้ใส่ทุกๆ 12 วัน
ศัตรูพืช
ราสป์เบอร์รี่มีศัตรูพืชอยู่หลายชนิดที่ต้องระวัง มีดังนี้
1. เชื้อราไฟทอปเธอร่า เชื้อราชนิดนี้มีความอันตรายต่อรากและลำต้นของราสป์เบอร์รี่ โดยเป็นราที่มีความอันตราย วิธีป้องกันสามารถโรยยาป้องกันเชื้อราลงไปในดิน ปรับปรุงดินให้ร่วนซุยและโปร่งขึ้น หากมีต้นที่ติดเชื้อให้ถอนแล้วเผาต้นทิ้งพร้อมกับโรยปูนขาวลงดิน
2. ด้วงกุหลาบ แมลงปีกแข็งกลุ่มด้วงดอกไม้ที่ชอบกินใบและผลของต้นราสป์เบอร์รี่ มักหากินกลางคืน ให้จับไปทิ้งช่วงกลางคืนหรือกางมุ้งกันแมลง
3. ไรแดง ไรขนาดเล็กที่ชอบดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ สังเกตได้ง่ายด้วยตาเปล่าโดยพลิกดูและการกินจะทำให้ใบไหม้หงิกงอ สามารถกำจัดด้วยการฉีดน้ำส้มควันไม้ หรือน้ำสะเดาไล่แมลงได้
ราสป์เบอร์รี่ สามารถให้ผลได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ผลมากที่สุดในฤดูหนาว และมีอายุได้ถึง 5 ปีหากดูแลอย่างดีทีเดียว
https://www.baanlaesuan.com/221433/garden-farm/farming-101/raspberry
https://www.baanlaesuan.com/books/garden-guide/334612.html
ศิษย์เศร้า "หลวงตานวย" ละสังขาร เผยเลขเด็ดฝาโลง 3 ตัวตรง
ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของพยาบาลยุภารักษ์ สุขวรรณดี ที่เสียชีวิตขณะดูแลผู้ป่วย
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
เซอร์อังกฤษวัย 79 ปี เสนอเงินเดือนให้สาวที่จะมาผลิตทายาท เพื่อรักษาตระกูลในคฤหาสน์ 5,000 ไร่
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
นทท.ไต้หวัน เห็นสิ่งนี้ถึงกับให้ทิปรัว ๆ ทุกวัน
ซีแลนเดีย (Zealandia): ทวีปที่ 8 ของโลก ขุมทรัพย์ลึกลับใต้ก้นมหาสมุทรแปซิฟิก
ย้อนรอย 6 อารยธรรมโบราณที่ล่มสลายอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาให้โลกค้นหา
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
"Sunday Scaries" เมื่อบ่ายวันอาทิตย์กลายเป็นความสยองขวัญ
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
"เด็กเขมร" อยากกลับมาเรียนหนังสือในไทย คุณคิดยังไง?









