เผย 5 วิธีจัดการกับ Earworm เพลงติดหู ที่วนอยู่ในหัวเป็นวันๆ
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีอาการนี้ แต่ไม่ได้จริงจังกับมันมากนัก จนกระทั่งมีคนพูดถึงกันมากและมีศัพท์เรียกอาการแบบนี้ว่า Earworm ซึ่งคือชื่อเรียกภาษาอังกฤษโดยทั่วไปของอาการที่เพลงติดอยู่ในหูแบบเอาออกไปไม่ได้สักที ถ้าถอดความหมายแบบตรงตัวเป็นภาษาไทยก็คือหนอนที่ไชอยู่ในรูหู ฟังดูแล้วอาจจะน่าขนลุก แต่ก็เปรียบเทียบได้คล้ายๆ กับอาการที่เกิดขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้ Earworm ยังมีชื่อทางการแพทย์ด้วย เรียกว่า Musical Imaginary Repetition หรือ Involuntary Musical Imagery เป็นลักษณะของการที่เราไม่สามารถดึงเพลงนี้ออกจากความคิดในสมองได้ ถึงแม้ไม่ได้ตั้งใจจะนึกถึง แต่เราก็เผลอฮัมเพลงโดยไม่รู้ตัว จนบางทีก็รำคาญตัวเองจนพานให้หงุดหงิดเอาได้ง่ายๆ ก็มี เพราะมันอาจรบกวนสมาธิการโฟกัสเวลาทำอะไรสักอย่าง ซึ่งแม้อาการนี้จะสร้างความรำคาญให้เจ้าตัวแค่ไหน
แต่ในอีกมุมหนึ่งมันก็อาจเป็นสิ่งที่เจ้าของเพลงจงใจก็ได้ เพราะคนที่แต่งเพลงเหล่านี้ขึ้นมา หรือนักการตลาดที่จงใจบรีฟและเลือกเพลงนั้นๆ มาใช้เพื่อสร้างการจดจำ เขาก็จะรู้สึกว่าตนเองประสบความสำเร็จ ถ้าสามารถทำให้เพลงเหล่านี้ติดเข้าไปในหัวของผู้บริโภคได้ แล้วถ้าเผลอเราตกเป็นเหยื่อของเพลงเหล่านั้นไปแล้ว จะมีวิธีการสลัดเพลงเหล่านั้นจากสมองได้อย่างไร เราขอรวบรวมเทคนิคมาให้ 5 ข้อ ที่แม้จะฟังดูตลกไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วทุกข้อผ่านการวิจัยมาแล้วว่าได้ผลจริง
1. ถ้าอยากจะสลัดเพลงใดๆ ออกจากหัว ให้พยายามฟังเพลงนั้นให้จบ อย่าฟังแต่ท่อนฮุกอย่างเดียว วิธีการนี้ช่วยให้คนหายจากอาการ Earworm ได้ 90%
2. หาทางให้สมองของเราไปโฟกัสกับกิจกรรมอื่นที่ต้องใช้สมาธิ เช่น เล่นเกม ดูทีวี หรือพูดคุยกับเพื่อนในเรื่องต้องใช้สมาธิในการโต้ตอบ
3. เลือกเปิดเพลงอื่นให้สมองฟังบ้าง โดยเฉพาะเพลงที่คุ้นเคยมาทั้งชีวิต แต่ก็ไม่เคยจะหลอนหูสักที เช่น เพลง Happy Birthday
4.การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยแก้อาการ Earworm ได้ โดยนักวิจัยมีคำอธิบายว่า ขากรรไกรของเราจะถูกใช้งานเวลาที่กำลังนึกเนื้อเพลงหรือร้องเพลง ฉะนั้นถ้าเราใช้ขากรรไกรกับกิจกรรมอื่นแทน มันก็จะไม่มีเวลาพอให้เราได้ไปจิตนาการเนื้อเพลงได้อีก
5. ถ้ามันหลอนหูก็ปล่อยให้หลอนไป เพราะมันก็จะติดอยู่ในหัวเราแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ แค่รำคาญนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง เอ็นจอยกับมันไปเถอะ
ปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่น
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทย
GDP โต แต่เงินในกระเป๋าอาจไม่โตตาม 10 ความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง
จากปั๊มสามทหารถึงยุค EV ทำไมปั๊มน้ำมันไทยไม่ใช่แค่ที่เติมน้ำมันอีกต่อไป
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
10 สัญญาณเหนื่อล้าดิจิทัล เมื่อสมองเริ่มล้าจากหน้าจอโดยไม่รู้ตัว
หนี้ครัวเรือนยังสูง คนมีบัตรเครดิตและผ่อนบ้านควรเช็กจุดไหนก่อนตึงมือ
หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
รู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรี
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทย
บูจัง เซนัง ตำนานจระเข้หลังขาวแห่งซาราวัก ที่คนยังเล่าขาน
จากปั๊มสามทหารถึงยุค EV ทำไมปั๊มน้ำมันไทยไม่ใช่แค่ที่เติมน้ำมันอีกต่อไป
รู้จัก “น้องคุ่น” เด็กดินริมแม่กลอง ทำไมถึงกลายเป็นจุดเช็กอินของราชบุรี
ปลานิลกับปลาทับทิม ต่างกันตรงไหน ทำไมเลี้ยงแล้วคุ้มไม่เหมือนกัน
Why Thai Convenience Stores Feel So Different to Foreign Visitors
ของกินของใช้อาจแพงขึ้นอีก เพราะอากาศแปรปรวนกำลังดันต้นทุนขนส่ง
สาวพัทลุงรอดชีวิต หลังพลัดตกสะพานสารสิน สิ่งที่ควรรู้จากเหตุค้นหากลางดึก



