ไขปริศนา!ทำไมหอยแมลงภู่ถึงมีสีส้มกับสีขาว? สีไหนอร่อยกว่ากัน
ทำไมหอยแมลงภู่ถึงมีสีส้มกับสีขาว? หอยแมลงภู่ที่เราทานกันนั้น มี 2 สีหลักๆ คือ สีส้มและสีขาว
สีส้ม : เกิดจากสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เป็นสารกลุ่มเดียวกับที่พบในแครอท มะเขือเทศ ฟักทอง ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยให้หอยแมลงภู่มีสุขภาพแข็งแรงฉะนั้น สีส้มเข้ม แสดงว่าหอยมีสุขภาพดี
สีขาว : เกิดจากสารคอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่พบในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำหน้าที่เชื่อมเนื้อเยื่อต่างๆ เข้าด้วยกัน สีขาว แสดงว่าหอยอ่อนแอ อาจเกิดจะแก่ หรือไม่แข็งแรง ปริมาณสารคอลลาเจนจะลดลงตามอายุ หอยแก่จะมีเนื้อสีขาวมากกว่าหอยอ่อน สรุป * สีส้มและสีขาวของหอยแมลงภู่
สีของเนื้อหอยแมลงภู่ ยังสามารถบอกเพศได้อีกด้วย
หอยเพศผู้ มักจะมีสีเหลืองนวล หรือสีอ่อน หอยเพศเมีย มักจะมีสีส้มแดง หรือสีเข้ม หอยแมลงภู่สีส้ม จะมีรสชาติอร่อยเนื้อแน่น นิยมนำมาปรุงอาหาร
ส่วนหอยแมลงภู่สีขาว มีรสชาติไม่ค่อยอร่อย เนื้อนิ่ม ไม่นิยมนำมาปรุงอาหาร
แหล่งข้อมูล: * https://pantip.com/topic/36452620
หัวใจทำด้วยอะไร? ทำไมสัตว์ตัวแค่นี้ถึงกล้าบวกกับทั้งป่า
ประเทศที่มีขนาดพื้นที่น้อยที่สุดในทวีปเอเชีย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/3/69
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/3/69
จังหวัดเดียวมีทั้งเขื่อนผลิตไฟฟ้าและเขื่อนชลประทานมากที่สุดในไทย
AI วิเคราะห์เลขเด็ด น่าจะออกรางวัลงวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
เมืองแห่งขุมทรัพย์! จังหวัดที่มีเหมืองเยอะที่สุดในไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวดวันที่ 1 มีนาคม 69..โดยใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
เปิด 5 เรื่องราวที่พีต้าแบนสินค้าไทย
ตำนานรักแท้ 24 ปี วิวาห์กลางกองขยะสู่ศักดิ์ศรีที่สังคมยอมรับ
ส่องเลขเด่นเน้นรับทรัพย์ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569
จังหวัดที่เคยใหญ่ที่สุด มีขนาดพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย
ชอบนั่งท่าไหน ท่านั่งที่ชอบ บ่งบอกบุคลิกสะท้อนนิสัย
รู้ไหม? ใส่เกลือในน้ำมันทอดปลา.. ปลาที่ทอดไม่ติดกะทะ
นายกฯอนุทินนั่งรถตุ๊กๆ ไปวัดพระธาตุเจดีย์หลวง
เมนูที่ได้รับตำแหน่งให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
ด่วน! ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน 🇮🇷 “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว – ประเทศประกาศไว้ทุกข์ 40 วัน
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : "หยาดน้ำค้าง" พืชที่เปลี่ยนน้ำหวานให้กลายเป็นกับดักอันน่าสะพรึงสำหรับเหล่าแมลง แต่ก็มีระบบที่มหัศจรรย์เหมือนไว้ชีวิตให้กับแมลงที่เป็นแบบแมลงนักผสมเกษรด้วยล่ะ....




