มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล แตกต่างกันยังไง
หลายคนคงคุ้นเคยกับมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล เพราะทั้งสองสถาบันมีวิทยาเขตกระจายอยู่ทั่วประเทศ แต่อาจมีคนสงสัยว่าสองสถาบันนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร งั้นไปดูกันเลย
แนวคิดที่เป็นจุดเริ่มต้นของทั้งสองสถาบันนั้นแตกต่างกัน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏนั้นเกิดขึ้นจากการเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาได้พัฒนาไปเป็นวิทยาลัยครู และได้รับพระราชทานนาม “สถาบันราชภัฏ” ในปี พ.ศ. 2535 ก่อนยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏ” ในปี พ.ศ. 2547 ส่วนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลนั้น พัฒนามาจากโรงเรียนช่างฝีมือและวิทยาลัยเทคนิค ก่อตั้งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรด้านงานช่างฝีมือ ต่อมาได้รับพระราชทานนาม “สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล” ในปี พ.ศ. 2531 และยกฐานะเป็น “มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล” ในปี พ.ศ. 2548
มหาวิทยาลัยราชภัฏจะมุ่งเน้นผลิตอาชีพครูให้กับสังคม โดยมีหลากหลายสาขาวิชา ในขณะที่ฝั่งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล จะมุ่งเป้าไปที่สายงานช่างมืออาชีพ ดังนั้นจบการศึกษาแล้ว โอกาสในการทำงานของผู้สำเร็จการศึกษาหรือบัณฑิตจากทั้งสองสถาบันนั้นก็มีเส้นทางที่แตกต่างกัน คือ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มักมีโอกาสทำงานในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และสถานศึกษา ในขณะที่ บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มักมีโอกาสทำงานในภาคอุตสาหกรรม บริษัทเอกชน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
Flash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ส่องสถิติ 10 เลขดังมาแรง "แม่ทำเนียน" งวดรับวันครู 17 มกราคม 2569
แนวทางเลขธูป 3 ตัวตรงจากเจ๊ฟองเบียร์ งวด 17 มกราคม 2569
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีภาษาเป็นอัตลักษณ์เป็นของตนเอง
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก



