หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ดร.โสภณกระทุ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้

โพสท์โดย doctorsopon

ดร.โสภณกระทุ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้

  AREA แถลง ฉบับที่ 354/2567: วันพฤหัสบดีที่ 09 พฤษภาคม 2567

ผู้แถลง: ดร.โสภณ พรโชคชัย
ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส  

            เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าดอกเบี้ยเงินกู้ของไทยสูงมาก ธนาคารแห่งประเทศไทยควรแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม ดร.โสภณจึงขอกระทุ้ง ดร.เศรษฐพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารฯ ให้แสดงบทบาทดังกล่าว

            ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะผู้ประเมินค่าทรัพย์สินเพื่อการอำนวยสินเชื่อแก่สถาบันการเงินต่างๆ ให้ความเห็นว่า ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ควรเร่งเจรจากับธนาคารพาณิชย์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง

 

 

            ในการนี้ ดร.โสภณได้รวบรวมอัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศเพื่อนบ้าน ปรากฏว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำที่สุดแล้ว อยู่ที่ 2.5% แต่เมื่อนำมาเทียบกับอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยกลับปรากฏว่ามีส่วนต่างมากถึง 4.72% ยิ่งหากนำไปเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ก็จะเห็นได้ชัดว่าสวนต่างมีมากเกินควรอย่างชัดเจน

            ในกรณีมาเลเซียส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ห่างกันเพียง 1.33% ที่ประเทศอินเดียและฟิลิปปินส์ก็ต่างกันเพียง 2.38% และ 2.5% ตามลำดับ ส่วนที่อินโดนีเซียต่างกัน 3.34% แต่ก็ล้วนต่ำกว่าส่วนต่างของประเทศไทยอย่างชัดเจน ดังนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย จึงควรเจรจากับธนาคารพาณิชย์เพื่อการลดดอกเบี้ยเงินกู้โดยไม่ลดดอกเบี้ยเงินฝาก

            ดร.โสภณกล่าวต่อไปว่าหากสามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงไปได้ 1% เช่น ถ้าวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ในเวลา 30 ปี ณ อัตราดอกเบี้ย 7% ผู้กู้ต้องเสียเงินผ่อนชำระเดือนละ 6,653 บาท แต่ถ้าลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ 1% คือคิดเพียง 6% ก็จะทำให้ผู้กู้ต้องจ่ายเงินผ่อนลดลงเป็นเดือนละ 5,996 บาท หรือลดลง 10% อันจะช่วยผ่อนเบาภาระของประชาชนและถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีที่สุดทางหนึ่ง

            ในขณะนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปคงค้างทั่วประเทศณ ไตรมาสที่ 4/2566 มีมูลค่า 4,950,185 ล้านบาท หากลดอัตราดอกเบี้ยจาก 7% เป็น 6% ในเบื้องต้นอาจอนุมานได้ว่า ก็จะทำให้เงินผ่อนชำระลดลงจาก  32,934 ล้านบาท เป็น 29,679 ล้านบาท ทำให้เกิดความต่างที่ 3,255 ล้านบาท และหากสมมติว่าเงินผ่อนจำนวนนี้ ราว 40% เป็นดอกเบี้ยให้สถาบันการเงิน ส่วนที่เหลือเป็นการผ่อนเงินต้น ก็จะทำให้สถาบันการเงินสูญเสียรายได้จากดอกเบี้ยไปราว 1,302 ล้านบาท หรือปีละ 15,624 ล้านบาท ในขณะที่กำไรของธนาคารพาณิชย์โดยรวมในปี 2566 อยู่ที่ 224,476 ล้านบาท ทำให้รายได้ของธนาคารหายไปเพียง 7% เท่านั้นในขณะที่ธนาคารก็สามารถประกอบกิจการอื่นได้อีกมากมายเป็นแหล่งรายได้อยู่แล้ว

            ดร.โสภณ จึงเสนอให้ ดร.เศรษฐพุฒิ ร่วมมือกับรัฐบาล กำหนดนโยบายให้

            1. เจรจากับธนาคารพาณิชย์ให้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 1%

            2. ให้ธนาคารของรัฐลดดอกเบี้ยเงินกู้ลง 1% ไปก่อน

            3. ถ้าธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถลดได้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ควรพิจารณาให้เปิดธนาคารเพิ่มจากทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้เกิดการแข่งขันยิ่งขึ้น อันจะทำให้อัตราดอกเบี้ยลดลงตามลำดับ ทั้งนี้สังเกตได้ว่าธนาคารในประเทศอื่นมีจำนวนมากกว่าในประเทศไทย

            ถ้าสามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ได้ ทำให้ความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินกู้และดอกเบี้ยเงินฝากลดลง จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล รัฐบาล ธนาคารแห่งประเทศไทยและสถาบันการเงินทั้งหลายต้องร่วมมือกันเพื่อประชาชน

 

https://fb.watch/rYcmLJsX0_/

 

https://youtu.be/FwatyR15UwQ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.area.co.th/t/7641
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 44 ครั้ง
โพสท์โดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Sarasin Satayasuk
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการพริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทยฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?ถ้ามนุษย์ทุกคนมีบรรพบุรุษ แล้วมนุษย์คนแรกของโลกมีพ่อแม่เป็นใครไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยรีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรก5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยสิ้นเดือนนี้กินอะไรดี? 10 เมนูสุดครีเอทีฟสำหรับคนรอเงินเดือนออก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้ามทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น
ตั้งกระทู้ใหม่