ปลูกกะหล่ำปลี รายได้งามไร่ละแสน 60 วันเก็บเกี่ยวผลผลิตได้
ชาวโคราช หันมาปลูกกะหล่ำปลีกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชอายุสั้น เก็บเกี่ยวได้เร็ว ได้เงินไว ต่างจากพืชเชิงเดี่ยวที่เคยปลูก อย่าง มัน และ อ้อย
เกษตรกรที่บ้านใหม่สมบูรณ์ ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืช จากการทำเกษตรแบบเชิงเดี่ยว ปลูกมันสำปะหลังหรืออ้อย หันมาปลูกพืชอายุสั้น อย่างเช่น กะหล่ำปลี กันเป็นจำนวนมาก
สาเหตุมาจากมีผู้ทดลองปลูกแล้วได้ผลดี และยังมีตลาดใกล้บ้าน อย่างตลาดดอนแขวนเป็นจุดรับซื้อและกระจายผลผลิตทางการเกษตร ทั้งผักและผลไม้ อยู่ใกล้ๆ บ้านอีกด้วย ทำให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับภาระค่าขนส่งที่สูงมากนัก และมั่นใจว่าผลผลิตที่ออกมาจะมีผู้รับซื้ออย่างต่อเนื่อง
ตอนนี้ มีเกษตรกรในบ้านใหม่สมบูรณ์ เปลี่ยนมาปลูกกะหล่ำปลีส่งจำหน่าย แทนการปลูกมันสำปะหลังและอ้อยแล้วกว่า 10 ราย แถมยังปลูกผักอายุสั้นอย่างอื่นอีกกว่า 10 ชนิด เป็นการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น
หนึ่งในเกษตรกรบ้านใหม่สมบูรณ์ กล่าวว่า ตนมีพื้นที่เพาะปลูก 4 ไร่ ก่อนหน้านี้ปลูกมันสำปะหลังเป็นประจำทุกปี คุ้มทุนบ้างขาดทุนบ้าง เพราะราคามันสำปะหลังผันผวน อีกทั้งต้นทุนการเพาะปลูกก็เพิ่มขึ้นประจำ เก็บเกี่ยวได้เป็นรายปี ทำให้มีรายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว
แต่มาในช่วงหลังลงทุนเจาะน้ำบาดาล ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี จึงเริ่มหาพืชอายุสั้นมาปลูกทดแทน เพราะเก็บเกี่ยวได้เร็ว ได้เงินไว อีกทั้งยังมีตลาดรับซื้ออยู่ใกล้บ้าน ไม่ต้องลงทุนค่าขนส่งมากนัก โดยหันมาปลูกกะหล่ำปลีส่งขาย เพราะใช้ระยะเวลาเพาะปลูกเพียง 60 วันเท่านั้น สภาพอากาศตอนนี้กำลังเย็นสบาย ทำให้ผักกะหล่ำเจริญเติบโตดี
ส่วนราคาก็เป็นที่น่าพอใจ อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 8–10 บาทที่หน้าสวน เพราะราคาที่คุ้มทุนจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 6 – 7 บาท และหากช่วงไหนราคาดี จะพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 15 บาท ซึ่งเมื่อช่วงเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ตนปลูกกะหล่ำปลี 3 ไร่ ได้เงินกว่า 3 แสนบาทเลยทีเดียว
เดิมทีพื้นที่การเกษตรของหมู่บ้านแห่งนี้ จะปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างอ้อยและมันสำปะหลังเป็นหลัก แต่ช่วงหลัง มีการเจาะน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ในการเกษตรกันมากขึ้น ประกอบกับมีการก่อตั้งตลาดดอนแขวน ซึ่งเป็นตลาดรับซื้อผักผลไม้และกระจายสินค้าการเกษตรท้องถิ่นขึ้น
เกษตรกรจึงมีทางเลือกที่จะปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เพราะการปลูกมันสำปะหลังและอ้อยนั้นต้องใช้ระยะเวลาเกือบ 1 ปี จึงเก็บเกี่ยวได้และไม่แน่นอน ต้นทุนก็สูงขึ้นทุกปี ดังนั้น พืชอายุสั้นอย่างผักจึงเป็นที่สนใจและกำลังเป็นที่นิยมของเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก โดยเฉพาะกะหล่ำปลี
ตอนนี้เกษตรกรกำลังเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกต่อเนื่อง เพราะเป็นพืชที่ลงทุนไม่สูงมากนักหากเทียบกับรายได้ตอบแทน โดยต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณไร่ละ 7 – 8 พันบาท ขณะที่รายได้ในช่วงที่กะหล่ำปลีราคาสูงจะสูงกว่า 1 แสนบาทต่อไร่ ทำให้ตอนนี้มีเกษตรกรในหมู่บ้านหันมาปลูกกะหล่ำกันเกือบ 10 รายแล้ว รวมพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 30 ไร่
จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า สาเหตุที่ชาวโคราชหันมาปลูกกะหล่ำปลีกันมากขึ้น เนื่องมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
- สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของกะหล่ำปลี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นสบาย
- มีตลาดรองรับผลผลิตที่ชัดเจนและมั่นคง โดยเฉพาะตลาดดอนแขวน ซึ่งเป็นแหล่งรับซื้อและกระจายผลผลิตทางการเกษตรท้องถิ่น
การปลูกกะหล่ำปลียังเป็นพืชอายุสั้น ใช้เวลาเพาะปลูกเพียง 60 วันเท่านั้น จึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เร็ว และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
เติมน้ำมันเต็มถังดีไหม เรื่องที่ควรรู้ก่อนกดหัวจ่ายจนล้น
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมคนไทยเชื่อเรื่องผี รากความเชื่อที่อยู่คู่สังคมมานาน
GTR-R35
ไฟน้ำมันขึ้นบ่อย ๆ รถจะพังไหม? เรื่องเล็กที่อาจกระทบระบบเชื้อเพลิง
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
เกาะของประเทศเวียดนามในอ่าวไทยที่อยู่ไกล้กัมพูชา
5 จังหวัดที่คนไปทำงานต่างประเทศเยอะที่สุด
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
10 อันดับโรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 2569
5 ความเชื่อของคนไทยที่สืบทอดกันมาหลายร้อยปี
ตำนานการร่ำสุราของมนุษย์เริ่มขึ้นเมื่อไร และเหล้าอาจเก่าแก่กว่าที่เราคิดมาก
สุดยอดค่ายมวยในไทย ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเรียนมวยไทยมากที่สุด
"เป้ย-เมย์" ไขข้อสงสัย! ดาราไปงานแต่งใส่ซองกันเท่าไหร่
ช่องเล็ก ๆ บนไม้เสียบลูกชิ้นมีไว้ทำอะไร รายละเอียดเล็กที่หลายคนเพิ่งสังเกต
มารัง: ราชาแห่งผลไม้กลิ่นหอมจากบอร์เนียว
ดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเรา


