ไททานิค: เรื่องจริงที่น่าเศร้า
ไททานิคเป็นเรือเดินสมุทรสัญชาติอังกฤษที่ล่มในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือในคืนวันที่ 14–15 เมษายน พ.ศ. 2451 ขณะเดินทางจากซานฟรานซิสโกไปยังเมืองเซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ไททานิคเป็นเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น และถือเป็นเรือที่ปลอดภัยที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา อย่างไรก็ตาม เรือได้ชนกับภูเขาน้ำแข็งและจมลงภายในเวลาเพียงสองชั่วโมงครึ่ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน
สาเหตุที่ไททานิคจมลงนั้น สันนิษฐานว่าเกิดจากภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ชนเข้ากับตัวเรือด้านกราบขวา ส่งผลให้ตัวเรือฉีกขาดถึงห้าห้องกั้นน้ำ ส่งผลให้เรือจมลงสู่ก้นมหาสมุทรอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์นี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลทั่วโลก กฎใหม่ ๆ กำหนดให้เรือเดินสมุทรมีเรือชูชีพเพียงพอสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด กฎใหม่ ๆ ยังกำหนดให้เรือเดินสมุทรต้องเดินเรือด้วยความเร็วที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
รายละเอียดเหตุการณ์
ไททานิคออกจากเมืองซานฟรานซิสโกเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2451 โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 2,224 คน เรือเดินทางด้วยความเร็วสูง 22 นอต เพื่อที่จะไปถึงเมืองเซาแธมป์ตันก่อนกำหนด
ในคืนวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2451 ไททานิคได้รับสัญญาณเตือนจากเรือเดินสมุทรอื่น ๆ ว่ามีการพบเห็นภูเขาน้ำแข็งในบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บนเรือไททานิคไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัญญาณเตือนเหล่านี้
เมื่อเวลา 23:40 น. ไททานิคชนกับภูเขาน้ำแข็งที่ด้านกราบขวา ส่งผลให้ตัวเรือฉีกขาดถึงห้าห้องกั้นน้ำ เรือเริ่มเอียงลงอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่บนเรือพยายามลดระดับน้ำในเรือด้วยการปล่อยน้ำออกจากเรือชูชีพ อย่างไรก็ตาม เรือชูชีพมีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,500 คน
ไททานิคจมลงในเวลา 02:20 น. ของวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2451 ซากเรือยังคงอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงปัจจุบัน
บทเรียนจากเหตุการณ์
เหตุการณ์ไททานิคถือเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มีการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลทั่วโลก กฎใหม่ ๆ กำหนดให้เรือเดินสมุทรมีเรือชูชีพเพียงพอสำหรับผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด กฎใหม่ ๆ ยังกำหนดให้เรือเดินสมุทรต้องเดินเรือด้วยความเร็วที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
กฎใหม่ ๆ เหล่านี้ช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มครั้งใหญ่ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยทางทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้โดยสารและลูกเรือจะได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ไททานิคเป็นเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น โดยมีความยาว 269.06 เมตร กว้าง 28.19 เมตร และสูงจากน้ำถึงดาดฟ้า 32 เมตร
- ไททานิคมีเครื่องยนต์ไอน้ำสองเครื่องและหม้อไอน้ำ 29 หม้อ เครื่องยนต์เหล่านี้สามารถขับเคลื่อนเรือด้วยความเร็วสูงสุด 23 นอต
- ไททานิคมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 2,224 คน
- มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไททานิคมากกว่า 1,500 คน
- ซากเรือไททานิคยังคงอยู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกจนถึงปัจจุบัน
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70



