หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกาะกระแสละครดัง พรหมลิขิต เปิดที่มาเทศกาลลอยกระทง


เขียนโดย กัลยลิขิต

สร้างกระแสฮือฮาอย่างต่อเนื่องเลยนะคะสำหรับละครดังแห่งปีอย่าง พรหมลิขิต ซึ่งเป็นภาคต่อจากละครดังเรื่อง บุพเพสันนิวาส ที่กำลังออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3

 

นอกจากนักแสดงใหม่ นักแสดงรับเชิญที่แฟน ๆ ละครคาดไม่ถึง พอปรากฎตัวในละครก็สร้างกระแสฮือฮากันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

หรือแม้แต่เสื้อผ้า หน้าผม ฉากในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นจากเหตุการณ์จริงในหน้าประวัติศาสตร์ ก็ถูกหยิบยกมาเป็นกรณีศึกษาขุดค้นหาข้อมูลความรู้กันอย่างกว้างขวาง

โดยล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ได้ปรากฎฉากพระราชพิธีจองเปรียงในรัชสมัยสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๙ หรือสมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ จนเป็นที่กระแสฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมือง

 

ด้วยความสวยงามสมจริงทั้งเครื่องแต่งกาย บรรยากาศ และพิธีกรรมในพระราชพิธีจองเปรียง จนเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ แล้วยิ่งช่วงนี้ก็ใกล้เทศกาลลอยกระทงของจริงเข้ามาทุกที ก็ได้มีนักวิชาการและชาวเน็ตออกมาให้ความรู้กันอย่างเนืองแน่

พระราชพิธีจองเปรียง อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นพระราชพิธีสำคัญ หนึ่งในพระราชพิธีสิบสองเดือนที่สืบทอดกันในพระราชสำนักมาแต่โบราณ และพระราชพิธีจองเปรียงนี้มีการกล่าวถึงมาตั้งแต่ในสมัยสุโขทัย จะจัดขึ้นราว ๆ เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน โดยถือเอาวันทางจันทรคติในคืนของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 หรือที่เรียกกันว่า เพ็ญเดือนสิบสอง เป็นกำหนดการในการประกอบพระราชพิธี แต่แรกเริ่มนั้นเป็นพิธีกรรมทางศาสนาฮินดูที่สืบทอดกันมาภายในพระราชสำนัก เป็นการจุดพระประทีปเพื่อรับเสด็จพระเป็นเจ้าทั้งสามของฮินดูที่เสด็จลงมาเยือนโลกมนุษย์อันได้แก่

 

พระศิวะ शिव

พระวิษณุ विष्णुः

และพระพรหม ब्रह्मा

ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นพิธีทางพุทธศาสนาตามพระราชนิยมในสมัยหลัง อาทิ บูชารอยพระพุทธบาท ณ ริมฝั่งนัมมทานที บูชาพระจุฬา พระโมลี และพระเขี้ยวแก้วขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ จุฬามณีเจดีย์ ในดาวดึงส์สวรรค์ แม้แต่คติการลอยกระทงในคืนเพ็ญเดือนสิบสอง เพื่อบูชาและขอขมาต่อเทวีคงคา เทวสตรีในฮินดู ก็เกิดขึ้นในหนหลังเช่นกัน

ที่กล่าวเช่นนี้เพราะเมื่อนำเอากำหนดการ คติ พิธีกรรมเดิมที่มีบันทึกที่ไว้ในประวัติศาสตร์ของไทย เกี่ยวกับพิธีกรรมในพระราชพิธีจองเปรียงที่เป็นการจุดพระประทีปเพื่อรับเสด็จพระเป็นเจ้าทั้งสามของฮินดูที่เสด็จลงมายังโลกมนุษย์ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ไปเทียบกับพิธีกรรมทางศาสนาฮินดูในอนุทวีปอินเดีย ก็พบว่าในอินเดียนั้นมีพิธีสำคัญที่มีชื่อเสียงอยู่พิธีหนึ่งเรียกกันว่า เดฟดิวาลี देव दीपावली หรือออกเสียงแบบไทยว่า เทพดิวาลี

เดฟดิวาลี देव दीपावली เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะของพระศิวะที่มีเหนือตรีปุรสูร त्रिपुरासुर จากตริปุรานตกะมูรติ त्रिपुरान्तकमूर्ति ตำนานพระศิวะสังหารอสูรสามเมืองด้วยศรเพียงดอกเดียวจากรุทรธนูของพระศิวะที่สร้างจากพลังแห่งจักรวาลของเหล่าทวยเทพ เทศกาลเทพดิวาลีจึงมีอีกชื่อว่า ตรีปุรารีปูรณิมา त्रिपुरारी पूर्णिमा

โดยแต่แรกเริ่มนั้นได้จัดขึ้นยังเมืองพาราณสี เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ถือว่าเป็นสถานที่สถิตของพระศิวะมหาเทพ

ซึ่งจะจัดขึ้นหลังจากเทศกาลดิวาลี दीपावली เทศกาลแห่งแสงสว่าง เทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะของพระกฤษณะต่อนรากะสูร และยังตรงกับวันมหาลักษมีบูชา ที่จัดขึ้นในวันที่ 1 ของเดือนกรติกตามปฏิทินฮินดูมาแล้ว 15 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 15 ของเดือนกรติก

หากถ้านับตามปฏิทินจันทรคติก็จะตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ในทางฮินดูถือว่าเป็นอีกหนึ่งคืนศักดิ์สิทธิ์ในเดือนกรติก จึงมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า กรติกปูรณิมา कार्तिक पूर्णिमा ซึ่งคล้าย ๆ กับที่คนไทยเรียกกันว่า วันเพ็ญเดือนสิบสอง ซึ่งในปี 2566 นี้ตรงก็กับวัน จันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน ทั้งสองเทศกาล

นอกจากนี้คนอินเดียยังเชื่อกันว่าในคืนนี้มหาเทพตรีมูรติจะเสด็จลงมายังมนุษย์โลก ซึ่งก่อนหน้านี้ในคือที่ 11 ของเดือนกรติกก็เป็นวันปรโพธินี เอกาทศี प्रबोधिनी एकादशी หรือวันแห่งการตื่นบรรทมของพระวิษณุเจ้า และพระองค์จะเสด็จลงมาเยี่ยมโลกมนุษย์ในคืนที่สว่างที่สุดของเดือนกรติก จึงมีการทำความสะอาดจัดแต่งเทวาลัยและบ้านเรือนเพื่อรับเสด็จพระเป็นเจ้ามาสู่สถานที่ของตนและเมืองนั้น ๆ ในช่วงค่ำก็จะมีพิธีบูชาและจุดดียา दिया หรือประทีป โดยใช้ ฆี घी หรือเนยใสเป็นเชื้อเพลิง

จุดถวายแด่พระเป็นเจ้าและประดับบ้านเรือนสถานที่ต่าง ๆ เฉกเช่นเดียวกับเทศกาลดิวาลีที่จัดขึ้นมาก่อนหน้า มีการจุดดียาหรือประทีปนี้ประดับบนฆาฎ घाट หรือขั้นบันไดท่าน้ำ

และจะมีการนำใบไม้แห้ง กาบกล้วย มาทำเป็นโดนา दोना ประดับด้วยดอกไม้สดและดียา หรือก็คือกระทงแบบอินเดีย

เป็นเครื่องสักการะทางน้ำเช่นเดียวกับกระทงที่ทำมาจากใบตองพับเป็นรูปดอกบัวของไทย โดยจะลอยไปบนแม่น้ำคงคาเพื่อสักการะพระศิวะเจ้า

ด้วยเชื่อกันว่าแม่น้ำคงคานี้ไหลมาจากพระเมาฬีของพระศิวะเจ้า ที่ทรงเอาพระเมาฬีรองรับไว้เพื่อชะลอความเชียวกรากของกระแสน้ำจากเทวีคงคา

คนอินเดียจึงเชื่อกันว่าแม่น้ำคงคาแห่งนี้เป็นเสมือนสื่อกลางระหว่างพระเป็นเจ้ากับมนุษย์โลก

เมื่อนำเอาข้อมูลทางประวัติศาสตร์มาเทียบกับข้อมูลทางศาสนาที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าพิธีกรรม จุดประสงค์ของพิธี แม้แต่เครื่องสักการะบูชาที่ยังสามารถพบเห็นได้ในปัจจุบัน

ดียา दिया ประทีปของอินเดีย

ตะคัน หรือ ประทีปดินเผาของไทย

ชาวฮินดูจุดดียาประขั้นบันไดท่าน้ำ

ชาวไทยจุดตะคันประดับศาสนสถาน

ฉากลอยโดนาจากซีรีส์ Siya Ke Ram

ฉากลอยกระทงจากเรื่องพรหมลิขิต

จะเห็นได้ชัดว่าพิธีจองเปรียงที่กลายมาเป็นเทศกาลลอยกระทงในปัจจุบันนั้นก็คือ เทศกาลเดฟดิวาลี देव दीपावली ที่ราชสำนักสยามได้รับเอาพิธีกรรมในศาสนาฮินดูมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโบราณ ก่อนที่จะกลายมาเป็นพิธีกรรมแบบพุทธตามพระราชนิยมและความเสื่อมศรัทธาในศาสนาฮินดูในสมัยหลัง

และจากหลักฐานทางโบราณคดีที่พบในเมืองโบราณคดีศรีเทพ ที่เพิ่งได้รับการรับรองให้เป็นแหล่งมรดกโลก จาก Unesco ที่พบพระพุทธรูปและเทวรูปของฮินดูที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,700 ปี และนักโบราณคดีก็ตั้งข้อสันนิษฐานว่ามนุษย์ในแหล่งโบราณคดีศรีเทพในสมัยนั้นน่าจะเป็นแหล่งชุมชนใหญ่ เป็นต้นรากมรดกภูมิปัญญาในแถบนี้ ทั้งการพบพระพุทธรูป เทวรูป ก็พอจะทำให้สันนิษฐานได้ว่าพระพุทธศาสนาและศาสนาฮินดู เข้ามาสู่ดินแดนของประเทศไทยตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว

ซึ่งมันก็พอจะทำให้สันนิษฐานได้ว่าคติ ประเพณี พิธีกรรม ตลอดจนเทศกาลของศาสนาฮินดูจากอนุทวีปอินเดีย อย่างพิธีจองเปรียงที่มีต้นรากมาจากเทศกาลเทพดิวาลี ก็น่าจะมีมาตั้งแต่ยุคอาณาจักรโบราณแล้วเช่นกัน ในทางประวัติศาสตร์แล้วเรียกยุคสมัยก่อนอาณาจักรสุโขทัยเหล่านี้ว่า ยุคอาณาจักรโบราณ เป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์อีกยุคหนึ่ง

และเมื่อศึกษาประวัติศาสตร์ของทางฝั่งอินเดียก็พบว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ในอินเดียก็มีการสงครามศาสนาเกิดขึ้น มีชาวฮินดูบางส่วนอพยพกระจัดกระจายออกมา และดินแดนในบริเวณของประเทศไทยในปัจจุบัน ก็น่าจะเป็นอีกที่หนึ่งที่ชาวฮินดูจากอินเดียได้อพยพมาตั้งรกรากถิ่นฐานใหม่กันที่นี่ เมื่อหลักฐานทางประวัติศาสตร์มันสอดคล้องกัน ก็ทำให้พอสันนิฐานได้ว่าคติความเชื่อของศาสนาฮินดู หรือแม้แต่ศาสนาพุทธก็ตามที เข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ร่วม ๆ 2,000 ปี ไม่ได้เพิ่งเข้ามาหรือเพิ่งมามีอิทธิพลในยุคประวัติศาสตร์ตามที่เข้าใจกัน และก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสนิยม คติความเชื่อที่ได้จากความรู้อื่น ๆ ที่แตกต่างจากของเดิมที่รับรู้ หรือแม้แต่การเสื่อมศรัทธา ก็อาจจะทำให้คติพิธีกรรมบางอย่างผิดเพี้ยนไปจากเดิม

และถ้าหากพูดถึง กระทง ในประเทศไทยถ้าเกิดเห็นใครลอยกระทงนอกเทศกาลลอยกระทงแล้วล่ะก็ เราก็อาจจะมองว่าเป็นเรื่องแปลก ๆ แต่ถ้าใครได้มีโอกาสได้เดินทางไปประเทศอินเดีย ก็จะเห็นชาวอินเดียบางส่วนทำพิธีกรรมและลอยโดนา หรือ กระทงใบไม้แห้ง กระทงกาบกล้วยแบบอินเดีย ไปตามแม่น้ำคงคากันเป็นเรื่องปกติ เพราะโดนานั้น เป็นเครื่องสักการะทางน้ำ สามารถใช้ลอยไปบนแม่น้ำคงคาเพื่อบูชาพระเป็นเจ้าผ่านแม่น้ำคงคาได้ตลอดทั้งปี ไม่ใช่เครื่องสักการะเฉพาะเทศกาล หรือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลอย่างกระทงใบตองของไทย แต่ในปัจจุบันนี้เอง ก็ได้มีคนไทยบางส่วนที่ใช้กระทงลอยน้ำเป็นเครื่องสักการะบูชาสิ่งศักดิ์กันนอกเทศกาล เช่น การลอยนำอัฐิผู้เสียชีวิตแทนการลอยพวงมาลัยในการลอยอังคาร ก็ถือว่าเป็นคติความเชื่อเกี่ยวกับการลอยกระทงแบบใหม่ที่เราสามารถพบเห็นกันได้นอกเหนือจากการลอยกระทงแค่ในช่วงเทศกาล

เนื้อหาโดย: กัลยลิขิต
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กัลยลิขิต's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 255 ครั้ง
เขียนโดย กัลยลิขิต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทยนกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทยประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียนเพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชน10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทย10 อันดับนักเตะไทยที่ค่าตัวแพงที่สุดในไทยลีก ปี 2025/2026มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทะเลสาบน้ำจืดที่สวยงามระดับโลกภาพสุดเศร้า งานอีเวนต์ของวงไอดอลหญิงญี่ปุ่นมีผู้เข้าร่วม "0 คน"!มาดูซีรีส์ออนแอร์รับสงกรานต์กันจ้า6 ข้อ ต่างชาติ มั่นใจสงกรานต์ไทยสนุกที่สุดในโลก"นก" สัญลักษณ์แห่งความวืดและพลาดหวังเช็กด่วน! 5 เมนูควรเลี่ยง "สายธาตุอ่อน" ถ้าไม่อยากหมดสนุกกลางวงสงกรานต์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
ถึงเวลาเลือกคู่ #บ้านนางรำEP16เปิดประวัติ “ตี๋ตี๋ วันพิชิต” จากเด็กเชียงใหม่สู่บทบาทนักแสดงนำรู้จักครูมิ้น AF3 โชว์พลังเสียง ในงาน "TrueAF 2026 Public Vocal Workshop"(รีวิวซีรีย์) บันทึกหิมะแห่งรุ่งอรุณ ไขคดีฆาตกรรมไปกับนิติเวชสาว ที่ปลอมตัวกลับมาล้างแค้น
ตั้งกระทู้ใหม่