หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ประวัติความเป็นมาของ ยาทาเล็บและประโยชน์ ผลเสีย ของยาทาเล็บ

เขียนโดย Man

ยาทาเล็บ ที่ผู้หญิงใช้ทาเล็บสีต่างๆมีประวัติความเป็นมาอย่างไรเรามีคำตอบมานำเสนอให้คุณ

คุณรู้ไหมว่ายาทาเล็บมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ สำหรับการใช้ในลักษณะยาทาสีเล็บที่แตกต่างกันของผู้หญิง และ คนในยุคก่อน รวมถึงข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ
ยาทาเล็บเช่นผลเสียผลกระทบต่อร่างกายเมื่อใช้ยาทาเล็บ บางทีสิ่งที่มีประโยชน์ก็มักจะมีโทษแอบแฝงไปพร้อมกันเสมอ

ยาทาเล็บ (อังกฤษ: Nail polish; Nail varnish) คือเครื่องสำอางประเภทหนึ่งที่ใช้ตกแต่งเล็บของมนุษย์ ให้มีความสวยงาม

ประวัติ
นักประวัติศาสตร์ได้พบหลักฐานความเป็นมาของยาทาเล็บว่าใน 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวจีนได้ใช้กัมอารบิก, ไข่ขาว, เจลาติน และขี้ผึ้ง เพื่อทำยาทาเล็บ ต่อมาได้พบหลักฐานว่าชาวอียิปต์ใช้เฮนน่ามาทาเล็บ แล้วในช่วงราชวงศ์โจวเล็บจะเป็นการแสดงฐานะทางสังคม เพราะสีนิยมทำเป็นสีทองและสีเงิน และต่อมาพระบรมวงศานุวงศ์จึงได้ใช้ยาทาเล็บตามยศทาเป็นสีดำและสีแดง ยกเว้นผู้หญิงที่ได้รับอนุญาตทาสีอ่อน หากทาเล็บไม่ถูกสีตามยศจะถูกลงโทษ จนมาถึงปัจจุบันยาทาเล็บได้มีการพัฒนาเป็นหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น

ยาทาเล็บในปัจจุบัน
ยาทาเล็บในปัจจุบันมีการเพิ่มสีสันหลากหลายเฉดสีที่แปลกใหม่ พร้อมกับลูกเล่นในยาทาเล็บเพื่อเพิ่มความสวยงาม เช่น การใส่กากเพชร และมีการพัฒนาคุณสมบัติของยาทาเล็บมายิ่งขึ้น

คาเรน แกรนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส จากบริษัทวิจัยตลาด เอ็นพีดี กรุ๊ป ได้เปิดเผยเกี่ยวกับการพัฒนาของยาทาเล็บในปัจจุบันว่า "สินค้าเกี่ยวกับการตกแต่งเล็บทุกวันนี้มาในทุกรูปแบบและรูปลักษณ์ ทั้งยังกลายเป็นเครื่องประดับที่ขาดไม่ได้สำหรับการแต่งตัว ยาทาเล็บเป็นอุปกรณ์เสริมแฟชั่นที่ช่วยเสริมให้ยอดขายของบรรดาผู้ผลิตเครื่องสำอางกระฉูดขึ้นด้วยเช่นกัน"

ปีเตอร์ ฟิลิปส์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของชาแนล ให้ความเห็นว่าเกี่ยวกับยาทาเล็บกับผู้บริโภคว่า "ผู้บริโภคพร้อมที่จะทดลองยาทาเล็บสีสันและลวดลายใหม่ๆมากขึ้น สำหรับผู้หญิงที่ไม่กล้าย้อมผมสีแดงเจิดจ้าหรือไม่กล้าสวมกระโปรงรัดรูปทรงดินสอ เธอมักจะกล้าลองทาเล็บสีเขียวนีออนหรือลวดลายแปลกๆ เพราะมันอยู่ห่างไกลใบหน้า"

นอกจากยาทาเล็บจะมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ยอดจำหน่ายของยาทาเล็บในปัจจุบันนั้นยังดีขึ้น โดยจากข้อมูลการสำรวจของเอ็นพีดีพบว่า ยาทาเล็บโดยรวมในการค้าของประเทศสหรัฐอเมริกา ทำยอดจำหน่ายถึง 710 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี พ.ศ. 2554 มีการเติบโต 67% สำหรับกลุ่มผู้จำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า และโตขึ้น 29% สำหรับกลุ่มผู้จำหน่ายในร้านค้าทั่วไป (เป็นอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2553)

ผลต่อสุขภาพ
ยาทาเล็บมีผลต่อสุขภาพ ต่อไปนี้

กลิ่นของยาทาเล็บมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์โซลเวนต์หรือสารอินทรีย์ระเหยที่ใช้เป็นตัวทำละลายซึ่งช่วยให้ยาทาเล็บแห้งเร็วและเรซินที่ทำให้สีของยาทาเล็บติดทนทาน ไม่ลอกล่อนโดยง่าย
ไดบิวทิล พทาเลต ที่ผสมอยู่ทำให้ก่อเกิดปัจจัยเพิ่มอัตราการเป็นหมันในหญิงและชาย ในระยะยาวจะส่งผลต่อไตและตับ
ไทลูอิน ที่ผสมอยู่ทำให้รบกวนการเจริญเติบโตและระบบสืบพันธุ์แต่ยังสร้างความระคายเคืองต่อผิวหนังและส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เหนื่อย สับสน และสูญสียความทรงจำ หากสูดดมเข้าไปมาก ๆ จะมีอาการหน้ามืด ตาลาย ปวดศีรษะ
ฟอร์มาลดีไฮด์ ที่ผสมอยู่หากสัมผัสกับผิวหนังจะปรากฏเป็นผ่นแพ้และคัน และถ้าหากสูดดมเข้าไปในระยะสั้นจะสร้างความระคายเคืองในลำคอและไอในระยะยาวทาให้เป็นโรคมะเร็งในระบบทางเดินหายใจได้
อะซิโตน และเอทิลอะซิเตต ที่มีผสมอยู่กับยาทาเล็บส่วนใหญ่จะทำให้ระคายเคืองแก่ดวงตาและระบบทางเดินหายใจ ผิวหนังแห้ง และทำให้ลดทอนความแข็งแรงของเล็บ


สารตะกั่ว ที่มักจะถูกพบในยาทาเล็บตามท้องตลาดอาจทำให้ต้องเสี่ยงกับโรคโลหิตจาง, โรคไตวาย และเนื้อเยื่อถูกทำลาย
รศ. พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มาบอกกล่าวเกี่ยวกับโทษของยาทาเล็บเกี่ยวกับการแพ้ของยาทาเล็บ ซึ่งเกิดจากสีที่ผสมในยาทาเล็บจะต้องใช้ชนิดไม่ละลายเข้าในเนื้อเล็บ

ในยาทาเล็บส่วนมากมีสารฟอร์มาลินเจืออยู่ เพื่อเพิ่มความแข็งของเล็บ สารเหล่านี้ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้ สำหรับยาทาเล็บแบบสีมุก จะผสมด้วยผงกวานีน ซึ่งได้จากเกล็ดปลา อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้ในบางราย แต่ส่วนใหญ่การแพ้ยาทาเล็บจะไม่มีผื่นบริเวณรอบเล็บ เพราะในขณะทาเล็บผู้ทาต้องระมัดระวังไม่ให้ยาทาเล็บโดนผิวหนัง ดังนั้นรอยผื่นแพ้ยาทาเล็บมีลักษณะรอยแดงเป็นทางยาวพบในบริเวณใบหน้า หนังตา แก้ม รอบ ๆ ปาก ด้านข้างคอ หรือบริเวณหน้าอก เพราะในขณะรอให้ยาทาเล็บแห้งผู้ทาเล็บอาจขยับทำกิจกรรมต่าง ๆ ยาทาเล็บที่ยังไม่แห้งสนิทจึงสัมผัสผิวหนังในบริเวณดังกล่าว ส่วนยาทาเล็บเมื่อแห้งสนิทจะไม่ทำให้เกิดการแพ้

เป็นผู้หญิงก็อยากสวยอยากงาม เรื่องธรรมชาติ นะครับ

ก็เลยต้องมีอุปกรณ์เครื่องสำอางมาแต่งเติมเสริมแต่งไม่ว่าจะลิปสติกทาปากให้เป็นสีแดงแป๊ดหรือว่ายาทาเล็บทาจนสีแดงแสบลูกตา อย่างไรก็ตามมันก็เป็นความสุขของผู้หญิงที่อยากสวยอยากงามนะครับ

ถ้าสาวๆอยากสวยก็ต้องทนไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีพิษหรือไม่มี..ก็ต้องรู้จักเลือกใช้เลือกดูดีๆนะครับสำหรับการใช้เครื่องสำอางต้องให้มีคุณภาพเพื่อสุขภาพร่างกายของคุณผู้หญิง

โพสท์โดย: Man
อ้างอิงจาก: YouTube,commons.m.wikimedia.org/wiki/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Man's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 99 ครั้ง
เขียนโดย Man
Man บอร์ดรวมสาระความรู้แบ่งปันกัน สาระที่นำเสนอมาเพื่อแบ่งปันความรู้ และเป็น ข้อมูล เพื่อ เป็นสาธารณประโยชน์ หวังว่า สาระความรู้ ต่างๆ คงจะมี ประโยชน์พอสมควร.. นะครับ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควรประเทศที่นอนน้อยที่สุด10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุดชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคนประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลกราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขายทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
ฟอสซิลมนุษย์ต่างดาวมันคือเรื่องจริงหรือหลอกลวงดอกไม้ใหญ่ที่สุด และ เหม็นที่สุดในโลก ในโลกคือมนุษย์ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการฟอสซิลแมงมุมตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก สรุปแล้วมันใช่แมงมุมหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่