ลดน้ำหนักฉบับสาวออฟฟิศ
อยากผอม!!! แต่ขี้เกียจทำไงดี?
ปัญหาโลกแตกของสาวสมัยนี้คือเสื้อผ้าตัวเล็กเหลือเกิน สั่งฟรีไซต์ได้ของมานึกว่าเสื้อหลาน
วันนี้เลยจะมาแชร์ วิธีลดน้ำหนักฉบับสาสออฟฟิศกันค่ะ
พูดถึงสาวออฟฟิศส่วนใหญ่น่าจะเจอปัญหาเดียวกันคือทำงานทั้งวันแล้ว เดินทางกลับบ้านก็เหนื่อย จะให้ออกกำลังกายอีกไม่ไหวหรอกค่ะ ดังนั้นวิธีที่เราจะลดน้ำหนักได้ง่ายที่สุดคือการจัดการเวลาการกินและอาหารที่กินค่ะ
1. การทำ if ให้เหมาะสม เวลาการทำงาน สาวออฟฟิศคือเข้างาน 8.00 - 8.30 ดังนั้นเราควรทานอาหารเช้าเวลา 7.00 - 7.30 ค่ะ และอาหารที่ทานคือทานปกติเลยไม่ต้องอด มื้อเช้าสำคัญค่ะ
2. ระหว่าง 8.00 - 12.00 ให้จิบน้ำเปล่าไปค่ะไม่ต้องหักโหมกินนะคะ เพราะกินน้ำเยอะไปก็ทำให้ตัวบวมเหมือนกัน ชา-กาแฟ ทานไปค่ะให้อยู่ในช่วงเช้า
3. มื้อเที่ยง อาหารที่ทานควรเลือกที่ข้าวน้อยหน่อยค่ะเพิ่มเนื้อสัตว์และผักเข้ามา ผลไม้ทานในมื้อได้เลย เน้นว่าให้ลดแค่ข้าวนะคะ และควรทานให้อิ่ม เราต้องสวยโดยไม่อดค่ะ
อาหารเที่ยงที่ จขกท ทำไปกินเองกลางวัน
4. ในการทำ if ที่ดีที่สุดคือกิน 8 อด 16 เมื่อเราเริ่มกิน 7.00 เราจะกินได้ถึง 15.00 ค่ะ แนะนำให้คนที่เริ่มใหม่ๆ ทานมื้อเบรคตอน 15.00 นะคะ เป็นไข่ต้ม นมถั่วเหลือง ผลไม้ ขนมปังโฮลวีต ก็ได้ค่ะ พอถึงช่วงเย็นจะได้ไม่หิว
5. ตั้งแต่ 15.00 เป็นต้นไปต้องห้ามใจตัวเองให้ได้แล้วค่ะสาวๆ แต่ถ้าเย็นๆเราหิวมากๆทนไม่ไหวแล้ว แนะนำให้ทานไข่ต้มค่ะ
ในช่วงแรกของการทำif จะยากตอนที่เรารู้สึกหิวแล้วกินไม่ได้ทำให้เราท้อมากๆในการลดน้ำหนัก แต่พอทำไปซักพักร่างกายเราจะปรับได้เองค่ะ จากที่ต้องกินไข่ต้มก็จะไม่กินแล้ว และการลดน้ำหนักแบบif จะไม่โยโย่ค่ะเพราะเราไม่ได้อดอาหารเราแค่จัดเวลาการกินและลดจำนวนแป้งและน้ำตาลจากข้าวที่เรากินเท่านั้น
ถ้าใครออกกำลังกายน้ำหนักก็จะลงเร็วขึ้นอีกค่ะ
ระหว่างวันพยายามทานน้ำให้ได้ 1.5 - 2 ลิตรนะคะ จะได้ผิวชุ่มชื่นไม่เหี่ยวแห้ง
เป็นกำลังใจให้สาวๆทุกคนเลยนะคะ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
“สแครปปี้” แมวลายเปลี่ยนชีวิต จากดำสนิทสู่ขาวล้วน ลวดลายระดับตำนานที่โลกออนไลน์ต้องจำ 🤍🐾
หนุ่มจีนวัย 26 ปี แกะสลัก “รถไม้ทั้งคัน” วิ่งได้จริง แรงบันดาลใจจากลัมโบร์กินี
📸 ย้อนวันวาน Christmas & Happy New Year 1993 พนักงานโรบินสันแต่งตัวเป็น “แซนดี้” เติมสีสันเทศกาลปลาย
ทิชชู่เปียก ยุคนี้ สมัยนี้ ต้องมี


