หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

The Line เมืองแนวตั้งแห่งแรกของโลกที่ปฏิวัติอารยธรรมมนุษย์

เขียนโดย MaYee

        เมื่อเห็นภาพนี้ครั้งแรก บางคนอาจจะคิดว่านี่เป็นท้องเมืองในอนาคตที่ปรากฏในหนังแฟนตาซีหนึ่ง แต่ความจริงกลับไม่ใช่ ภาพนี้เป็นภาพของเมืองจริง ๆ ที่ชื่อว่า 'The Line' ซึ่งเป็นเมืองใหม่ที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายในประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่ได้รับการเปิดตัวเพื่อก่อสร้างในช่วงกลางปีที่ผ่านมา  เมื่อมกุฏราชกุมาร 'โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน' เจ้าชายแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย ประกาศความมุ่งมั่นที่จะสร้างเมืองใหม่ที่มีแนวคิดและวิสัยทัศน์แตกต่างกับที่มีมาโดยใช้คำถามว่าเมืองในอนาคตควรมีลักษณะอย่างไรเป็นจุดเริ่มต้น

        ผลจากคำถามนี้คือ The Line เมืองแนวตั้งเพียงอันเดียวในทะเลทราย มีความยาวถึง 170 กิโลเมตร และสามารถรองรับประชากรมากถึง 9 ล้านคน

        นำเสนอคอนเซ็ปต์การปฏิวัติทางอารยธรรมที่เน้นการให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยมีการมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้คนพร้อมกับการอนุรักษ์ธรรมชาติโดยรอบ โครงการนี้เรียกว่า "The Line" และมีลักษณะพิเศษที่น่าสนใจอย่างมาก เป็นเสมือนกำแพงที่มีเมืองอยู่ตรงกลาง โดยมีความกว้างถึง 200 เมตรและสูงถึง 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รวมถึงพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 34 ตารางกิโลเมตร โครงการนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้กับทะเลแดง

        "The Line" ถูกออกแบบให้เป็นสถานที่อยู่อาศัยที่ทันสมัยและที่สร้างมาอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและการออกแบบที่ยอดเยี่ยมเพื่อให้ผู้คนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็รักษาความสมดุลกับธรรมชาติ โดยการอนุรักษ์และปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในรอบตัว เช่น การใช้งานทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ให้มลพิษ

        โครงการ "The Line" เป็นที่น่าทึ่งที่เน้นการกระจายพื้นที่ให้กับมนุษย์ในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และนำเสนอการใช้ชีวิตในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และยอดเยี่ยม ทั้งนี้เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ โดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมของเราในกระบวนการ

        "The Line" เป็นแนวคิดที่ท้าทายและน่าสนใจที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการใช้ชีวิตของเราและการรักษาโลกของเราให้ยั่งยืนขึ้น เป็นต้นแบบที่น่าติดตามและสอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ที่มุ่งหวังสร้างสังคมที่ยั่งยืนและมนุษย์ที่มีคุณค่าในอนาคตที่กำลังจะมา

        รูปแบบของเมืองถือเป็นการออกแบบใหม่ คือจัดวางฟังก์ชั่นของเมืองในรูปแบบแนวตั้ง ให้ผู้คนสามารถเดินทางแบบ 3 มิติ (ขึ้น ลง หรือข้าม) ได้อย่างไร้รอยต่อ

        ในยุคที่เราต้องเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและความไม่สมดุลในการพัฒนาเมือง มาแนะนำแนวคิดใหม่ที่มีชื่อว่า "Zero Gravity Urbanism" ซึ่งนับว่าเป็นก้าวข้ามจากแนวคิดการสร้างอาคารสูงๆ แบบธรรมดาที่ครอบคลุมพื้นที่เพียงเล็กน้อย แทนที่จะเน้นการสร้างอาคารสูงเป็นส่วนใหญ่ เราจะมองไปที่การรวมสวนสาธารณะ พื้นที่ทางเท้า โรงเรียน บ้าน และสถานที่ทำงานให้อยู่ร่วมกันในองค์ประกอบเดียวของเมือง แนวคิดนี้นำเสนอแบบแผนการพัฒนาเมืองที่มุ่งเน้นความสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการใช้ประโยชน์สูงสุดจากพื้นที่ที่มีอยู่ และการลดโครงสร้างพื้นฐานที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง อาทิเช่น การลดถนนให้มีขนาดเล็กลง แต่เพิ่มพื้นที่สีเขียว และการสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพเพื่อลดการใช้รถส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรในเมืองได้เช่นกัน

        แนวคิด "Zero Gravity Urbanism" ไม่ใช่เพียงการสร้างโครงสร้างที่น่าสนใจภายในเมืองเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างชุมชนที่มีความเชื่อมโยงและเป็นมิตรกัน ที่ผู้คนสามารถมีชีวิตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ สิ่งนี้สามารถทำได้โดยการเตรียมความพร้อมของพื้นที่สาธารณะให้เป็นสถานที่เพื่อการพักผ่อน การเรียนรู้ และการสร้างสรรค์ รวมทั้งการสร้างโอกาสให้กับการเดินทางโดยไม่ใช้รถยนต์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้เดินทาง ในที่สุด "Zero Gravity Urbanism" คือแนวคิดที่ตอบโจทย์ปัญหาการเจริญเติบโตของเมืองในยุคที่เราต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและความเป็นมนุษย์ให้มีชีวิตอย่างยั่งยืนในอนาคตที่กำลังจะมาถึง

        การเลิกพึ่งพากับโมเดิร์นที่เน้นการใช้รถยนต์ส่วนตัวมากเกินไป และการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในเมืองเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบัน แนวคิด "Zero Gravity Urbanism" ไม่เพียงเป็นแนวคิด แต่เป็นแนวทางที่น่าสนใจสำหรับการพัฒนาเมืองในอนาคตที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างการพัฒนาและสิ่งแวดล้อมของเรา และเน้นการสร้างเมืองที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยคุณค่าและสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคนในสังคม

         ซึ่งอ่านแล้วให้เข้าใจก็คือ เมืองนี้ไม่มีถนน ไม่ใช้รถยนต์ ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% โดย 95% ของที่ดินก็สงวนไว้เพื่อธรรมชาติ จึงอาจเรียกได้ว่าเมืองนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี มากกว่าการขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน

        ในเมืองที่ไม่มีรถและถนน แต่มีรถไฟความเร็วสูงบริการประชาชน การเดินทางจากต้นทางไปยังปลายทางเสร็จสิ้นในเพียง 20 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ สิ่งอำนวยความสะดวกและสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวันก็สามารถเข้าถึงได้ภายใน 5 นาทีเท่านั้น

        NEOM บริษัทที่ออกแบบแนวคิดนี้ เชื่อว่าการลดการใช้งบประมาณในการเดินทางจะช่วยเพิ่มเวลาพักผ่อนของผู้คนอย่างมาก และยิ่งลดความซับซ้อนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองรถ เช่น ค่าประกันภัยรถยนต์ ค่าน้ำมัน และค่าที่จอดรถ ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นจากเดิม  แนวคิดนี้อาจจะเป็นเส้นทางสำคัญในการพัฒนาเมืองให้เป็นสถานที่ที่สะดวกสบายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไปในอนาคตของ NEOM

        The Line ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างติดตามอย่างตั้งใจ เนื่องจากมันไม่เพียงแค่เป็นโครงการอาคารที่มีอาคารสูงและที่อยู่อาศัยที่ดี แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการผสมผสานระหว่างความเป็นเมืองและความเป็นธรรมชาติอย่างลงตัว  เพียงแค่ 2 นาทีเดินเท้า คุณสามารถออกมาพบกับสวนและพื้นที่เปิดโล่งที่มีอยู่ในชั้นต่างๆ ของโครงการ ที่นี่ทุกคนสามารถเข้าถึงธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของภูมิทัศน์ ภูเขา และท้องฟ้าโดยรอบได้อย่างเท่าเทียมกัน นี่คือการผสมผสานระหว่างการอยู่ในเมืองและความสุขในการติดต่อกับธรรมชาติ

        นอกจากนี้ การดำเนินงานของอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในเมืองยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างอากาศบริสุทธิ์ ที่ทำให้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยในเมืองเป็นมิตรและสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะพักอาศัย ทำงาน หรือท่องเที่ยวในเมือง เรามั่นใจว่าคุณจะพบความสมดุลที่ยากจะหาในที่อื่น ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คุณได้สัมผัสความสุขและความสงบในทุกช่วงเวลาของชีวิตของคุณที่ "The Line" ได้มอบให้

        สภาพแวดล้อมของ The Line ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เกิดความสมดุลของแสงแดด ร่มเงา และการระบายอากาศตามธรรมชาติ เรียกได้ว่ามีสภาพอากาศแบบในอุดมคติตลอดทั้งปี

        NEOM บอกไว้ว่า โครงการแนวตั้งนี้จะสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับมนุษย์ รวมไปโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยคาดว่าจะเกิดการสร้างงานมากกว่า 380,000 ตำแหน่งภายในปี 2030

        สำหรับโครงการนี้เริ่มก่อสร้างแล้ว โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี 2030 ใช้เม็ดเงินในการก่อสร้างที่สูงถึง 1-2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยได้มากถึง 9 ล้านคนในปี 2045

เนื้อหาโดย: MaYee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
MaYee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 344 ครั้ง
เขียนโดย MaYee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขาพี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดวงหมอลำหนึ่งวงต้องใช้คนทำงานกี่อาชีพ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงหนึ่งคืนก่อนมีบรรจุภัณฑ์พลาสติก คนไทยใช้วัสดุอะไรห่ออาหารและสินค้ารหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันเบื้องหลังอาชีพคนขับรถไฟ คนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบอะไรตลอดหนึ่งเที่ยวเดินทางจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านรายได้จากการชกมวยของ “รถถัง จิตรเมืองนนท์”9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขเด็ด "ทักษามหารานี" งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องให้ไว เลขไหนใช่เลย!ชาวเน็ตจับโป๊ะ! คลิปไวรัลดัง เรื่องจริงหรือ "ละครคุณธรรม"?โลกไร้ความตายจะเป็นสวรรค์จริงไหม? ลองคิดต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนเป็นอมตะ10 เมนูอาหารไทยที่โด่งดังในอเมริกา“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกัน9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โลกไร้ความตายจะเป็นสวรรค์จริงไหม? ลองคิดต่อเมื่อมนุษย์ทุกคนเป็นอมตะ“67” คืออะไร ทำไมเด็กยุคนี้ถึงชอบพูดกันวงหมอลำหนึ่งวงต้องใช้คนทำงานกี่อาชีพ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงหนึ่งคืนเบื้องหลังอาชีพคนขับรถไฟ คนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบอะไรตลอดหนึ่งเที่ยวเดินทาง
ตั้งกระทู้ใหม่