ช่วงไหนบ้าง ? ที่ไม่ควรตัดใบข้าว !
เขียนโดย teetete
มีเหตุผลหลายประการที่ไม่ควรตัดใบข้าวในช่วงนี้ ได้แก่
- ในระยะข้าวตั้งท้องหรือใกล้ออกรวง ข้าวจะสะสมอาหารไว้ที่ลำต้นและใบข้าวเพื่อใช้ในการสร้างเมล็ดข้าว หากตัดใบข้าวในช่วงนี้ จะทำให้ต้นข้าวขาดอาหารและผลผลิตข้าวลดลง
- ในช่วงที่มีฝนแล้งหรือช่วงเสี่ยงน้ำท่วม ต้นข้าวต้องการน้ำอย่างเพียงพอในการเจริญเติบโต หากตัดใบข้าวในช่วงนี้ จะทำให้ต้นข้าวขาดน้ำและอาจตายได้
- ในช่วงที่อากาศหนาวจัด ต้นข้าวจะอ่อนแอและไวต่อโรคและแมลงศัตรูพืช หากตัดใบข้าวในช่วงนี้ จะทำให้ต้นข้าวอ่อนแอและอาจตายได้
นอกจากนี้ การตัดใบข้าวในช่วงเหล่านี้อาจทำให้ต้นข้าวเสียหายและไม่สามารถฟื้นตัวได้ ส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลงหรืออาจทำให้ต้นข้าวตายได้
สูตรการตัดใบข้าวไม่ให้กระทบต่อการเจริญเติบโต มีดังนี้
- ระยะเวลาที่เหมาะสม ควรตัดใบข้าวในระยะข้าวแตกกอ หรือประมาณ 50-60 วัน หลังปลูกข้าว โดยไม่ควรตัดใบข้าวในระยะข้าวตั้งท้องหรือใกล้ออกรวง เพราะจะทำให้ต้นข้าวขาดอาหารและผลผลิตข้าวลดลง
- ความสูงของใบข้าว ควรตัดใบข้าวให้มีความสูงประมาณ 20-25 เซนติเมตร จากผิวดิน เพื่อให้ต้นข้าวยังมีอาหารสะสมอยู่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
- สภาพอากาศ ควรตัดใบข้าวในช่วงที่มีฝนตกหรือดินมีความชื้นสูงพอให้ข้าวแตกใบใหม่ได้ดี ไม่ควรตัดใบข้าวในช่วงที่มีฝนแล้งหรือช่วงเสี่ยงน้ำท่วม เพราะจะทำให้ต้นข้าวขาดน้ำและอาจตายได้
- เครื่องมือในการตัดใบข้าว ควรใช้เครื่องมือที่คม เช่น เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง หรือเคียวเกี่ยวข้าว เพื่อไม่ให้ใบข้าวช้ำหรือฉีกขาด เพราะอาจทำให้ต้นข้าวติดเชื้อโรคหรือแมลงศัตรูพืชได้
หากปฏิบัติตามสูตรเหล่านี้ จะทำให้การตัดใบข้าวไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าว และยังสามารถช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของต้นข้าวหลังตัดใบข้าว ได้แก่
- พันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวบางพันธุ์มีความต้านทานต่อการตัดใบข้าวมากกว่าพันธุ์ข้าวทั่วไป
- สภาพดิน ดินที่อุดมสมบูรณ์จะช่วยให้ต้นข้าวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังตัดใบข้าว
- การดูแลรักษา ควรใส่ปุ๋ยและน้ำให้เพียงพอหลังตัดใบข้าว เพื่อให้ต้นข้าวมีอาหารและน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
หากชาวนาปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัด ก็จะสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้มากขึ้นจากเทคนิคการตัดใบข้าว
สูตรการใส่ปุ๋ยหลักหลังจากตัดใบข้าว มีดังนี้
- ปุ๋ยเคมี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-5-20 หรือ 16-8-8 ในอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารหลักอย่างเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
- ปุ๋ยอินทรีย์ ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
นอกจากนี้ ควรใส่ปุ๋ยน้ำเพื่อเร่งการแตกใบใหม่ของข้าวด้วย โดยควรใส่ปุ๋ยน้ำสูตร 21-0-0 หรือ 22-0-0 ในอัตรา 1-2 ลิตรต่อไร่ ทุกๆ 7-10 วัน การใส่ปุ๋ยหลักหลังจากตัดใบข้าว ควรใส่ปุ๋ยให้ทั่วแปลงข้าวและควรรดน้ำตามหลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง เพื่อให้ปุ๋ยละลายและซึมเข้าสู่ดินได้ดี หากปฏิบัติตามสูตรเหล่านี้ จะช่วยให้ต้นข้าวฟื้นตัวได้เร็วขึ้นและสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้อีกด้วย
ข้อควรระวังในการใส่ปุ๋ยหลักหลังจากตัดใบข้าว
- ควรใส่ปุ๋ยให้ถูกสูตรและถูกอัตรา เพราะหากใส่ปุ๋ยมากเกินไป อาจทำให้ต้นข้าวตายได้
- ควรใส่ปุ๋ยให้ถูกเวลา เพราะหากใส่ปุ๋ยก่อนหรือหลังกำหนด อาจทำให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต
- ควรใส่ปุ๋ยให้ทั่วแปลงข้าว เพื่อให้ต้นข้าวได้รับธาตุอาหารอย่างทั่วถึง
หากปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้ จะทำให้การใส่ปุ๋ยหลักหลังจากตัดใบข้าวมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อต้นข้าว
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
ค่าไฟ พ.ค.–ส.ค. 2569 ขึ้นแค่ไหน 7 เครื่องใช้ไฟที่กินเงินเงียบ
โตมาถึงได้รู้… “ความเหงา” ไม่น่ากลัวเท่า “ชีวิตที่ไม่ใช่ของตัวเอง” (หลายคนเพิ่งรู้ตอนสาย!)
รวยแบบไม่รู้ตัว! 5 "ของใช้ในบ้าน" ที่มีทองแท้ซ่อนอยู่ เปลี่ยนขยะเป็นเงินล้าน พร้อมวิธีสังเกตง่ายๆ 💰🔍
โตมาถึงได้รู้… “ความเหงา” ไม่น่ากลัวเท่า “ชีวิตที่ไม่ใช่ของตัวเอง” (หลายคนเพิ่งรู้ตอนสาย!)
พ่อปลื้มสุดหัวใจ! “น้องวีจิ” ลูกสาว “หนุ่ม ศรราม” คว้าเหรียญทองบัลเลต์จากเวทีอังกฤษ สร้างความภาคภูมิใจระดับอินเตอร์
7 ยาใกล้ตัวที่กินผิดคู่แล้วตับเสี่ยง เภสัชเตือนดูฉลากก่อน
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
"ไข้สูง-ง่วงนอน" สัญญาณมรณะ! อุทาหรณ์เด็ก 4 ขวบเสียชีวิตด้วยโรคสมองอักเสบเฉียบพลัน (ANE)
อุทาหรณ์โซเชียล: เมื่อแม่ป่วยหนักแต่ลูกชายเมินเฉย บทเรียนราคาแพงของการเลี้ยงลูกด้วย “อารมณ์”





