หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กรดไหลย้อน...ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

เขียนโดย shirewkinew

                       กรดไหลย้อนเป็นโรคที่ฮิตโรคหนึ่งในปัจจุบัน ที่มีคนเป็นกันมากจากภาวะที่น้ำย่อยที่เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปยังหลอดอาหาร จนทำให้เกิดอาการที่รบกวนต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน และเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ  เช่น  การอักเสบของหลอดอาหาร     โรคกรดไหลย้อนเป็นภัยเงียบที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของเราเอง โดยจะทำให้มีอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ ลามขึ้นมาบริเวณหน้าอกหรือลำคอ หลังจากทานอาหารมื้อหนัก และมีอาการเรอมีกลิ่นเปรี้ยว 

                    สาเหตุของโรคกรดไหลย้อน
           เกิดจากหลายสาเหตุเช่น การทำงานที่ผิดปกติชองระบบหลอดอาหาร เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย พันธุกรรม ภาวะความเครียดหรือปัจจัยอื่น (โรคอ้วน การตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ บุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม การรับประทานยาบางชนิด) แต่ที่เป็นปัญหามากและพบได้ในทุกกลุ่มวัยคือพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต เช่น การรับประทานเสร็จแล้วนอนทันที การรับประทานของมันๆ มากเกินไป

                   “รับประทานแล้วนอน” ระวังกรดไหลย้อนมาเยือน
           สาเหตุใหญ่ของการเกิดโรคกรดไหลย้อน ก็คือ พฤติกรรม “กินแล้วนอน” ซึ่งการนอนจะทำให้หูรูดมีการทำงานที่ไม่ดี เกิดอาการกรดไหลย้อนขึ้นไปได้ รวมไปถึงท่านอนราบยังทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปได้ง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้แล้ว การรับประทานอาหารและนอนทันที ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกรดไหลย้อนถึง 2 เท่าอีกด้วย

                  ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นกรดไหลย้อน
          - รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา รับประทานแล้วนอนทันที
          - ชอบรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเป็นประจำ
          - ดื่มสุรา น้ำอัดลม
          - สูบบุหรี่
          - ผู้หญิงตั้งครรภ์
          - มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือโรคอ้วน
          - ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
          - ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง
          - รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาแก้โรคซึมเศร้า เป็นต้น

                  การตรวจสอบว่าตัวเราเป็น “โรคกรดไหลย้อน”หรือไม่
          - แสบร้อนบริเวณหน้าอก ซึ่งจะเป็นมากหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก
          - มีอาการเรอเปรี้ยว มีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก
          - ท้องอืด แน่นท้อง คล้ายอาหารไม่ย่อย
          - คลื่นไส้ อาเจียน หลังรับประทานอาหาร
          - เจ็บหน้าอก จุก คล้ายเหมือนมีก้อนติดอยู่ในลำคอ
          - หืดหอบ ไอแห้งๆ เสียงแหบ
          - เจ็บคอเรื้อรัง

                  การป้องกันที่ถูกต้องเพื่อห่างไกล “โรคกรดไหลย้อน”
          - รับประทานอาหารปริมาณน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
          - ไม่ควรนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
          - หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา
          - หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารที่มีไขมันสูง
          - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้
          - รับประทานอาหารมื้อเย็น ก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง
          - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
          - ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดรูปมากเกินไป

                       หากปล่อยไว้ไม่ทำการรักษา เป็นจนเรื้อรัง จะส่งผลให้เกิดแผลและรุนแรงจนหลอดอาหารตีบ และอาจทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้ ดังนั้นควรรีบไปรับการตรวจวินิจฉัยและจากแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้อง

  

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
shirewkinew's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 135 ครั้ง
เขียนโดย shirewkinew
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศคอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลกจังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักอาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”“จังหวัดที่มีชื่อยาวและอ่านยากที่สุดในไทย”มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทยAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569ถนนสายหลักที่ชาวอีสานใช้เดินทางมากที่สุดรายได้ข้าราชการทหารของไทยเสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทยแนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?5 ภัยเงียบจากการนอนดึก ที่ร่างกายอาจสะสมโดยไม่รู้ตัวเมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รู้จัก 3 ชื่อนี้ให้ชัด‘ลูกไหน ลูกพลัม ลูกพรุน’ ที่แท้เกี่ยวข้องกันแบบนี้ทำไมครูถึงเหนื่อยง่ายกว่าที่เห็น 5 ภาระหนักหลังห้องเรียนทำไมเพลงบางเพลงถึงติดอยู่ในหัว?เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด
ตั้งกระทู้ใหม่