ท่องเที่ยวเวียดนามตั้งเป้าจะแซงไทยในปี2566–2567
เขียนโดย shirewkinew
การท่องเที่ยวไทยโดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ “เศรษฐา ทวีสิน” ประกาศกระตุ้นภาคท่องเที่ยวไทย ให้ฟื้นกลับมาเป็นที่หนึ่งของเอเชียและของโลกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น เล็งให้ฟรีวีซ่าคนจีน ขยายเวลารัสเซียอยู่ไทยนานขึ้น ธุรกิจการบินเสนอลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน โรงแรมเร่งลงทุน และการดำเนินการด้านบริการต่างๆแก่นักท่องเที่ยว
ในขณะเดียวกันเวียดนามก็มีการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อแข่งขันกับไทยและแย่งจำนวนนักท่องเที่ยวจากไทยและทั่วโลกให้มากที่สุด โดยเฉพาะมาตรการให้วีซ่าแก่นักท่องเที่ยวง่ายขึ้นและให้อยู่นานขึ้น โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา เวียดนามใช้มาตรการวีซ่าหนุนการท่องเที่ยวดังนี้
-ต่างชาติอยู่ได้นานขึ้น 90 วัน ( เดิม 30 วัน ) สามารถเดินทางเข้าออกเวียดนามได้ไม่จำกัด โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกเพื่อสนับสนุนเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวตามเป้า 8 ล้านคน ซึ่งช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ยอดนักเที่ยวมีประมาณ 6 ล้านกว่าคน
ทั้งนี้ยอดค้นหาวีซ่าเวียดนามจากเว็บ อโกด้าเพิ่มขึ้นมากกว่า33% อย่างมีนัยยะสำคัญโดยที่ ซีอีโอของอโกด้า (Agoda) เว็บไซต์ท่องเที่ยวและจองที่พัก มองว่า ภาคการท่องเที่ยวของเวียดนามนั้นกำลังเติบโตแซงหน้าไทยและญี่ปุ่น แต่ไทยยังสามารถรักษาความได้เปรียบได้ด้วยการลดข้อจำกัดด้านวีซ่า การเปิดเส้นทางเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น และกระตุ้นการเดินทางด้านธุรกิจ
อ้างอิงจาก: https://pixabay.com/th/ท่องเที่ยวเวียดนาม,https://pixabay.com/th/ท่องเที่ยวไทย
อำเภอที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในไทย
เงินเดือนทหารไทย VS เงินเดือนทหารกัมพูชา
โรงเรียนที่สอบติดคณะแพทยศาสตร์ม.ขอนแก่นมากที่สุด
เปิดชื่อ 7 ปลาน้ำจืด ‘ราคาสูงที่สุดในไทย’ ไม่ใช่แค่ปลาน้ำเงิน
ปลาน้ำจืดที่มีมูลค่าสูงในปัจจุบัน
มาดูอันดับความหล่อในเอเชีย หนุ่มไทยอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?
เงิน 1 ล้าน ใช้ได้กี่ปีในไทย
5 ท่าสัมผัสละลายใจ สร้างสายใยรักให้แน่นแฟ้น
จังหวัดที่ พระอาทิตย์ ตกช้าที่สุดในไทย
จังหวัดที่ไม่มี รถไฟผ่านเลยแม้แต่เส้นเดียว
2 อำเภอที่อยู่ติดกัน แต่ต้องขับรถกว่า 14 ชั่วโมง ระยะทางทะลุ 850 กม.
5 อาหารใกล้ตัวที่คนไทยกินทุกวัน แต่กำลังกระตุ้น “ฮอร์โมนความเครียด”
ประเทศที่บริโภคเนื้อสุนัขมากที่สุดในโลก
จังหวัดที่ไม่มี รถไฟผ่านเลยแม้แต่เส้นเดียว
ทองคำไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
12 ผักผลไม้ “สารเคมีตกค้างสูงสุด” ปี 2569
2 อำเภอที่อยู่ติดกัน แต่ต้องขับรถกว่า 14 ชั่วโมง ระยะทางทะลุ 850 กม.





