5เรื่องที่ควรเข้าใจ ทำไมคนเกิดหลังปี2523 ถึงเสี่ยงกว่ากลุ่มอายุอื่น
เขียนโดย patyx
ฝีดาษลิง เป็นอีกหนึ่งโรคระบาดที่แพร่ระบาดทั่วโลกอย่างรวดเร็วตั้งแต่กลางปี พ.ศ.2565 และแม้ว่าว่าในประเทศไทยจะพบผู้ติดเชื้อไม่ทากนัก
แต่เพื่อไม่ให้เป็นการประมาทหรือวิตกจนเกินไป เราอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจโรคฝีดาษลิงให้มากขึ้น
1.โรคฝีดาษลิงคืออะไร?
คือโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่สัตว์ และสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้เช่นกัน พาหะของโรคนี้คือ สัตว์ฟันแทะ เช่น กระต่าย หนู กระรอก เป็นต้น และสามารถติดจากคนสู่คนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ เพราะมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 หรือ พ.ศ. 2493 เจอเชื้อครั้งแรกในลิงจึงเรียกว่าฝีดาษลิง
2.ฝีดาษลิงเกิดจากอะไร?
ฝีดาษลิง เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มพอกซ์วิริเด (Poxviridae) จัดอยู่ในจีนัสไวรัสออร์โธพอกซ์ (Orthopoxvirus) ซึ่งเป็นเชื้อในตระกูลเดียวกับไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคไข้ทรพิษหรือโรคฝีดาษในอดีต โดยมีไวรัส 2 สายพันธุ์หลัก คือ สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีอาการไม่รุนแรง อัตราการเสียชีวิต 1% และสายพันธุ์แอฟริกากลาง ที่มีความรุนแรงมาก อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 10% อย่างไรก็ตาม ไวรัสชนิดนี้กลายพันธุ์ได้น้อย เพราะเป็นไวรัส DNA ต่างจากโควิดที่เป็น RNA
3.ฝีดาษลิงติดสู่คนได้อย่างไร?
การติดต่อของโรคฝีดาษลิงสู่คน สามารถติดโรคได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
-
สัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ
-
การแพร่เชื้อจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ เช่น การสูดละอองฝอยจากการไอ จาม ในระยะใกล้ ๆ รวมไปถึงการกอด จูบ และการมีเพศสัมพันธ์
-
การสัมผัสข้าวของเครื่องใช้ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ หรือปนเปื้อนสารคัดหลั่งอยู่ เช่น เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ของใช้ส่วนตัวของผู้ป่วย
-
การติดต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์
-
ถูกสัตว์มีเชื้อกัดข่วน
-
การกินเนื้อสัตว์ติดเชื้อที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ
4.ฝีดาษลิงมีอาการอย่างไร?
หากได้รับเชื้อฝีดาษลิงมา เชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 5-14 วัน และอาจนานถึง 21 วัน จากนั้นจะเริ่มมีอาการ ดังนี้
- มีไข้
- เจ็บคอ
- ปวดศีรษะ
- ปวดกล้ามเนื้อ
- ปวดหลัง
- ต่อมน้ำเหลืองโต
- หนาวสั่น
- อ่อนเพลีย
- ภายใน 1-3 วัน หลังมีไข้ จะมีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า และกระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แขน ขา แต่ก็อาจพบในบริเวณช่องปาก อวัยวะเพศได้ด้วย
- ลักษณะผื่นจะพัฒนาไปตามระยะคือ มีผื่นนูนแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง สีขาวเหลือง มีรอยบุ๋มตรงกลาง จนกระทั่งในระยะสุดท้ายตุ่มหนองจะเป็นสะเก็ดหลุดออกมา
5.ฝีดาษลิง รุนแรงไหม มีโอกาศตายสูงหรือไม่?
สำหรับโรคฝีดาษลิง ผู้ป่วยมักจะมีอาการป่วยอยู่ราว ๆ 2-4 สัปดาห์ และส่วนใหญ่จะหายได้เอง โรคนี้มีความรุนแรงน้อยกว่าฝีดาษคน 3-10 เท่า แต่ทั้งนี้ก็มีเคสที่อาการรุนแรงจนทรุดและเสี่ยงเสียชีวิตได้เหมือนกัน โดยเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อในปอด การขาดน้ำและภาวะสมองอักเสบ ซึ่งมักจะเกิดในเด็กได้มากกว่าผู้ใหญ่ค่ะ รวมทั้งคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ขณะที่อัตราการเสียชีวิตด้วยโรคฝีดาษลิง จากสถิติของทางแถบแอฟริกา พบว่าอัตราเสียชีวิตในเด็กมีอยู่ราว ๆ 3-10% อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกระบุว่าโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 3.6%
อ้างอิงจาก: ข่าว
7 บริษัทไทยกำไรแกร่ง ทำไมยังยืนแถวหน้ามาได้ 10 ปี
รู้จักโซเดียมไนไตรท์ หลังเหตุผงปริศนาในก๋วยเตี๋ยวทำป่วยหลายราย
5 งานเสริมคนอายุ 50+ เริ่มจากมือถือ พร้อมช่องทางเริ่มและรายได้ที่พอคาดได้
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
รู้จักงูเห่าน้ำแอฟริกา งูพิษที่ไม่ได้เป็นแค่งูน้ำธรรมดา
ตุ่มที่ขึ้นบนหน้าอาจไม่ใช่สิวเสมอไป
แม่น้ำสายที่สั้นที่สุดอันดับหนึ่งของโลก
ทำไมประเทศพิมพ์เงินตามใจไม่ได้ ทั้งที่ออกเงินเอง
ทำไมต้องเป่าเทียนวันเกิด ธรรมเนียมเล็ก ๆ ที่มีที่มามากกว่าความเชื่อ
อิหร่านขู่หยุดเกมฟุตบอลโลก หากมีธงหรือสโลแกนต่อต้านทีมชาติ
ทำไมฟันน้ำนมถึงสำคัญ ทั้งที่โตขึ้นก็ต้องหลุดอยู่ดี
7 บริษัทไทยกำไรแกร่ง ทำไมยังยืนแถวหน้ามาได้ 10 ปี
รู้จักโซเดียมไนไตรท์ หลังเหตุผงปริศนาในก๋วยเตี๋ยวทำป่วยหลายราย
มาวิเคราะห์เจาะลึก ...postjung กันดีกว่า เขียนบทความแบบใหน ให้โดนใจได้ขึ้น Hot Topic
5 งานเสริมคนอายุ 50+ เริ่มจากมือถือ พร้อมช่องทางเริ่มและรายได้ที่พอคาดได้
จังหวัดที่มีประชากรเพศชายมากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทย





