ไม่มีปัญหาสายตา ไม่ต้องใส่แว่น จริงหรือ?
การใส่แว่นตาในปัจจุบัน สำหรับบางคนต้องใส่เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสายตา ไม่ว่าจะเป็นอาการสายตาสั้นบ้าง ยาวบ้าง เอียงบ้าง หรือหลายอย่างประกอบกัน แต่สำหรับบางคน แว่นตาเป็น accessory ชิ้นหนึ่ง ที่ใส่ไว้เพื่อความสวยงามหรือแม้แต่ใส่เพื่ออำพราง เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่ต้องใส่แว่นตาด้วยเหตุผลอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อปรับปรุงการมองเห็น แต่เป็นการใส่เพื่อป้องกันสายตาไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือมีปัญหาสายตาตามมาในอนาคต
ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ต้องใช้จอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแทบเล็ตในการเรียนและการทำงานมากขึ้น อีกทั้งผู้ใช้เองก็มีอายุน้อยมาก อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปหรือน้อยกว่านั้น สิ่งเหล่านี้ ทำให้คนจำนวนมากมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กหลายคนจึงเริ่มใส่แว่นตาตั้งแต่ชั้นประถมหรือบางคนก็เริ่มใส่ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล การใช้ชีวิตประจำวันจึงดูยุ่งยากมากขึ้น ทั้งปัญหาแว่นหาย แว่นหัก หรือแม้แต่ความไม่สะดวกในการทำกิจกรรมบางประเภท เช่น การว่ายน้ำ เป็นต้น เด็กเหล่านี้เมื่อโตขึ้น ก็อาจจะเปลี่ยนมาใส่ contact lense แทนแว่นตา จนเข้าสู่วัยทำงาน มีกำลังซื้อมากขึ้น ก็เลือกวิธีการเลสิกตา เพื่อรักษาดวงตาให้กลับมาเป็นระยะปกติ และไม่ต้องใส่แว่นอีกต่อไป กลายเป็นวงจรชีวิตปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในศตวรรษที่ 21 นี้
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาสายตา ควรต้องใส่แว่นหรือไม่? คำตอบคือ "ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ก็คลุกคลีอยู่กับการใช้คอมพิวเตอร์ มือถือหรือแทบเล็ตหรือแม้แต่โทรทัศน์ก็ตาม คุณเองก็ควรจะต้องใส่แว่นเช่นเดียวกัน" แต่อาจจะเลือกใส่เฉพาะช่วงเวลาที่จะใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ก็ได้ เพราะหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้ มีแสงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "แสงสีฟ้า" ซึ่งเป็นแสงที่มองเห็นได้ มีพลังงานสูงใกล้เคียงกับแสงยูวี (UV, ultraviolet) สามารถทำให้จอประสาทตาเสื่อมได้ โดยการส่องทะลุกระจกตา >>เลนส์ตา >> เข้าไปทำลายเซลล์รับแสงในจอประสาทตา และหากใช้สายตาโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ ความเสียหายของจอประสาทอาจส่งผลให้ตาบอดถาวรได้ นอกจากนี้ แสงสีฟ้า ยังมีผลต่อการนอนอีกด้วย โดยหากมีการสัมผัสกับแสงสีฟ้าก่อนนอนในช่วงเย็น อาจส่งผลให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืนได้ และที่สำคัญลองสังเกตุตัวเองดูว่า ขณะที่เราใช้อุปกรณ์ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนั้น เราจะมีการกระพริบตาน้อยลง มีอาการตาแห้ง ซึ่งอาจรุนแรงจนทำให้มีอาการระคายเคือง ปวดร้าวที่ตา ไปจนถึงกล้ามเนื้อบนใบหน้าใช่หรือไม่ หากคำตอบคือ "ใช่" ในเวลานี้ก็ยังไม่สายไป รีบหาแว่นตากันแสงสีฟ้ามาใช้ในระหว่างที่เราใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้กันเถอะ ยังไงๆ มือถือ แทบเล็ตและคอมพิวเตอร์ ก็จะยังอยู่และพัฒนาต่อไปให้เราได้ซื้อหากันได้ไม่สิ้นสุดแน่ๆ แต่ดวงตาที่ได้มาตั้งแต่เกิดคู่เดียวนี้ต่างหาก... ที่ถ้าใช้กันอย่างไม่ถนุถนอมกันเสียเลย สักวันอาจจะต้องหันไปสัมผัสอักษรเบลล์ แทนการสไลด์หน้าจอที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้แน่ๆ
...รักษาสุขภาพดวงตากันตั้งแต่วันนี้ จะได้มีใช้กันได้นานๆ นะคะ ❤️
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ปรากฏการณ์เดจาวู: รู้สึกเหมือนเคยอยู่ในเหตุการณ์นี้มาก่อน ในมุมมองความเชื่อและวิทยาศาสตร์
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
“เรื่องผี” ที่คุณเคยเจอ... ผีหลอก หรือ สมองหลอก? เปิดวิทยาศาสตร์หลังความขนลุก ที่เปลี่ยนคนกลัวผีให้ตื่นรู้
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ถั่วงอกดิบเสี่ยงเชื้อโรค ทำไมล้างสะอาดแล้วก็ยังควรปรุงให้สุก
เคปคอรัล เมืองแห่งคลองและวิถีชีวิตริมน้ำของรัฐฟลอริดา
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
ไรเดอร์ช่วยสาวถูกชายลวนลาม กลางไฟแดงพิษณุโลก ก่อนตำรวจตามจับ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
เคปคอรัล เมืองแห่งคลองและวิถีชีวิตริมน้ำของรัฐฟลอริดา
ทำความเข้าใจเรื่องปีชง: ความหมายที่แท้จริงตามตำนานจีน และวิธีสบายใจในการดำเนินชีวิต
ต้นหม่อน ต้นไม้ธรรมดาที่แทบทุกส่วนมีคุณค่ามหาศาล
ทำไมเราหาของไม่เจอ ทั้งที่อยู่ตรงหน้า
โลกที่ไร้ต้นไม้จะเป็นอย่างไร? 10 ผลกระทบที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ปักหมุดความอร่อย: 3 เมนูเด็ดจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่กลายเป็นขวัญใจมหาชนคนไทย




