ไม่มีปัญหาสายตา ไม่ต้องใส่แว่น จริงหรือ?
เขียนโดย Wanmai2022
การใส่แว่นตาในปัจจุบัน สำหรับบางคนต้องใส่เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสายตา ไม่ว่าจะเป็นอาการสายตาสั้นบ้าง ยาวบ้าง เอียงบ้าง หรือหลายอย่างประกอบกัน แต่สำหรับบางคน แว่นตาเป็น accessory ชิ้นหนึ่ง ที่ใส่ไว้เพื่อความสวยงามหรือแม้แต่ใส่เพื่ออำพราง เสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง แต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่ต้องใส่แว่นตาด้วยเหตุผลอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อปรับปรุงการมองเห็น แต่เป็นการใส่เพื่อป้องกันสายตาไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือมีปัญหาสายตาตามมาในอนาคต
ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิต ที่ต้องใช้จอคอมพิวเตอร์ มือถือ หรือแทบเล็ตในการเรียนและการทำงานมากขึ้น อีกทั้งผู้ใช้เองก็มีอายุน้อยมาก อาจจะตั้งแต่ 1 ขวบขึ้นไปหรือน้อยกว่านั้น สิ่งเหล่านี้ ทำให้คนจำนวนมากมีปัญหาเกี่ยวกับสายตาตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กหลายคนจึงเริ่มใส่แว่นตาตั้งแต่ชั้นประถมหรือบางคนก็เริ่มใส่ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล การใช้ชีวิตประจำวันจึงดูยุ่งยากมากขึ้น ทั้งปัญหาแว่นหาย แว่นหัก หรือแม้แต่ความไม่สะดวกในการทำกิจกรรมบางประเภท เช่น การว่ายน้ำ เป็นต้น เด็กเหล่านี้เมื่อโตขึ้น ก็อาจจะเปลี่ยนมาใส่ contact lense แทนแว่นตา จนเข้าสู่วัยทำงาน มีกำลังซื้อมากขึ้น ก็เลือกวิธีการเลสิกตา เพื่อรักษาดวงตาให้กลับมาเป็นระยะปกติ และไม่ต้องใส่แว่นอีกต่อไป กลายเป็นวงจรชีวิตปกติที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในศตวรรษที่ 21 นี้
แล้วคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาสายตา ควรต้องใส่แว่นหรือไม่? คำตอบคือ "ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ก็คลุกคลีอยู่กับการใช้คอมพิวเตอร์ มือถือหรือแทบเล็ตหรือแม้แต่โทรทัศน์ก็ตาม คุณเองก็ควรจะต้องใส่แว่นเช่นเดียวกัน" แต่อาจจะเลือกใส่เฉพาะช่วงเวลาที่จะใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ก็ได้ เพราะหน้าจอของอุปกรณ์เหล่านี้ มีแสงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "แสงสีฟ้า" ซึ่งเป็นแสงที่มองเห็นได้ มีพลังงานสูงใกล้เคียงกับแสงยูวี (UV, ultraviolet) สามารถทำให้จอประสาทตาเสื่อมได้ โดยการส่องทะลุกระจกตา >>เลนส์ตา >> เข้าไปทำลายเซลล์รับแสงในจอประสาทตา และหากใช้สายตาโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้ ความเสียหายของจอประสาทอาจส่งผลให้ตาบอดถาวรได้ นอกจากนี้ แสงสีฟ้า ยังมีผลต่อการนอนอีกด้วย โดยหากมีการสัมผัสกับแสงสีฟ้าก่อนนอนในช่วงเย็น อาจส่งผลให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืนได้ และที่สำคัญลองสังเกตุตัวเองดูว่า ขณะที่เราใช้อุปกรณ์ที่ได้กล่าวมาในข้างต้นนั้น เราจะมีการกระพริบตาน้อยลง มีอาการตาแห้ง ซึ่งอาจรุนแรงจนทำให้มีอาการระคายเคือง ปวดร้าวที่ตา ไปจนถึงกล้ามเนื้อบนใบหน้าใช่หรือไม่ หากคำตอบคือ "ใช่" ในเวลานี้ก็ยังไม่สายไป รีบหาแว่นตากันแสงสีฟ้ามาใช้ในระหว่างที่เราใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเหล่านี้กันเถอะ ยังไงๆ มือถือ แทบเล็ตและคอมพิวเตอร์ ก็จะยังอยู่และพัฒนาต่อไปให้เราได้ซื้อหากันได้ไม่สิ้นสุดแน่ๆ แต่ดวงตาที่ได้มาตั้งแต่เกิดคู่เดียวนี้ต่างหาก... ที่ถ้าใช้กันอย่างไม่ถนุถนอมกันเสียเลย สักวันอาจจะต้องหันไปสัมผัสอักษรเบลล์ แทนการสไลด์หน้าจอที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้แน่ๆ
...รักษาสุขภาพดวงตากันตั้งแต่วันนี้ จะได้มีใช้กันได้นานๆ นะคะ ❤️
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
ประเทศที่ร้อนที่สุดในโลก!!
ย้อนวันวาน “7 สีคอนเสิร์ต” เวทีในตำนาน! เริ่มต้นด้วยคู่ขวัญ มยุรา เศวตศิลา – ธงไชย แมคอินไตย์ ครองใจคนไทยทั้งประเทศ
บุกจับโรงงานน้ำมะพร้าวผสมน้ำบาดาล
บุคคลที่ร่ำรวยและมีทรัพย์สินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของไทย
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
พลังแห่งอีโมจิ เมื่อสัญลักษณ์บนหน้าจอกลายเป็นเครื่องรางยุคใหม่
ประวัติ “โซโล วรมัน” ลูกชาย แอ๊ด คาราบาว ก่อนรับยศ ว่าที่ พ.ต.ท.
สงกรานต์รถแน่นมาก! 9 ทริคขับกลับบ้านให้ถึงแบบไม่เหนื่อยและปลอดภัย
"ช่องแคบฮอร์มุซ" จุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก




