Share Facebook LINE Twitter
หน้าแรก เว็บบอร์ด Chat ตรวจหวย ควิซ คำนวณ Pageแชร์ลิ้ง
หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตะไคร้

โพสท์โดย BoraphetZ

ตะไคร้

 

ชื่อที่ใช้เรียก

(ชื่อวิทยาศาสตร์: Cymbopogon citratus); ชื่อท้องถิ่น: จะไคร,จั๊กไคร (ภาคเหนือ), หัวซิงไค (ภาคอีสาน), ไคร (ภาคใต้), คาหอม (แม่ฮ่องสอน), เชิดเกรย, เหลอะเกรย (เขมร-สุรินทร์), ห่อวอตะโป่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ) เป็นพืชล้มลุก ในวงศ์หญ้า (Poaceae)

 

ลักษณะ

ความสูงประมาณ 4-6 ฟุต ใบยาวเรียว ปลายใบมีขนหนาม ลำต้นรวมกันเป็นกอ มีกลิ่นหอม เป็นช่อยาวมีดอกเล็กฝอยเป็นจำนวนมาก ตะไคร้เป็นพืชที่สามารถนำส่วนต้นหัวไปประกอบอาหาร และจัดเป็นพืชสมุนไพรด้วย

โดยทั่วไปแบ่งตะไคร้ออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่

ตะไคร้กอ

ตะไคร้ต้น

ตะไคร้หางนาค

ตะไคร้น้ำ

ตะไคร้หางสิงห์

ตะไคร้หอม

เป็นพืชตระกูลหญ้า ตะไคร้เป็นพืชที่เจริญเติบโตง่าย อาจมีทรงพุ่มสูงถึง 1 เมตร มีลำต้นที่แท้จริงประมาณ 4-7 เซนติเมตร ลำของต้นจะถูกห่อหุ้มไปด้วยกาบใบโดยรอบ ใบยาวแคบเส้นใบขนานกับก้านใบ ใบของตะไคร้อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหย ที่นิยมนำมาปลูกเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกกันโดยทั่วไป

 

 ถิ่นกำเนิด

ตะไคร้มีถิ่นกำเนิด ในประเทศอินโดนีเซีย ศรีลังกา พม่า อินเดีย ไทย ในทวีปอเมริกาใต้ และคองโก

 

การปลูกและขยายพันธุ์

ปลูกได้การปักชำต้นเหง้า โดยตัดใบออกให้เหลือตอนโคนประมาณหนึ่งคืบ นำมาปักชำไว้สักหนึ่งสัปดาห์ก็จะมีรากงอกออกมา แล้วนำไปลงแปลงดินที่เตรียมไว้ หรืออาจใช้วิธีเอาโคนปักลงไปที่ดินซึ่งเตรียมไว้เลย ให้ห่างประมาณหนึ่งศอก ถ้าปลูกในกระถางใช้วิธีปักโคนลงในกระถาง ๆ ละ 2-3 ต้นก็ได้ แล้วหมั่นรดน้ำให้ชุ่มเช้าเย็น ตั้งไว้ให้โดนแดดตลอดวันจะทำให้โตได้เร็ว ตะไคร้ชอบดินร่วนซุย เป็นพืชที่ชอบน้ำ ชอบแดด ดูแลรดน้ำเสมอและโดนแดดได้ตลอดวัน เจริญได้ในดินแทบทุกชนิด เวลาจะใช้ก็ให้ตัดที่โคนสุดส่วนรากเลย แล้วถอนออกมาทั้งต้นตามต้องการ ต้องคอยตรวจดูเมื่อตะไคร้มีกอเจริญเติบโตได้เต็มที่แล้ว ต้องถอนทิ้งหรือแยกออกไปปลูกใหม่บ้างหรือเอาไปใช้บ้าง จะนำมาหั่นเป็นฝอย ๆ ตากลมไว้ให้แห้งสนิทแล้วแพ็คเก็บไว้ใช้ได้นาน ๆ เพื่อให้ต้นอ่อนโตขึ้นมาใหม่ ถ้าไม่แยกออกไปต้นจะเล็กและลีบลงเรื่อย ๆ และบางที่ก็แคระแกร็น ต้นและกอก็จะโทรม ต้องล้างและปลูกใหม่ทั้งหมดเปลี่ยนเป็นการแตกหน่อทำให้การปลูกและการขยายพันธ์ได้ง่าย

 

ประโยชน์ของตะไคร้

ใช้ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น ต้มยำ และอาหารไทยหลายชนิด ให้กลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่มแก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามาก ๆ ช่วยให้สร่างเร็ว ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ โรคนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นยาช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง น้ำมันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอื่น ๆ จะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจากมีกลิ่นที่แรงจึงช่วยทำให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดีมาก ๆ

รรพคุณ : ทั้งต้น ใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่นรักษาโรคได้ เช่น บำรุงธาตุ เจริญอาหาร และขับเหงื่อ และมีกลิ่นฉุนสามารถไล่แมลงได้

หัว เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงไฟธาตุ แก้อาการขัดเบา ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต แก้กษัยเส้น และแก้ลมใบ ใบสดๆ จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้

ราก ใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย

ต้น ใช้เป็นยาแก้ขับลม แก้เบื่ออาหาร แก้ผมแตก แก้โรคทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เป็นยาบำรุงไฟธาตุให้เจริญ แต่ถ้าเอาผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะแก้โรคหนองใน และนอกจากนี้ยังใช้ดับกลิ่นคาวได้ด้วย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

ตะไคร้ (100 กรัม) มีคุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

•ให้พลังงาน 143 กิโลแคลอรี่

•มีโปรตีน 1.2 กรัม

•มีไขมัน 2.1 กรัม

•มีคาร์โบไฮเดรต 29.7 กรัม

•มีเส้นใย 4.2 กรัม

•มีแคลเซียม 35 มิลลิกรัม

•มีฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม

•มีเหล็ก 2.6 มิลลิกรัม

•มีวิตามินเอ 43 ไมโครกรัม

•มีไทอามีน 0.05 มิลลิกรัม

•มีไรโบฟลาวิน 0.02 มิลลิกรัม

•มีไนอาซิน 2.2 มิลลิกรัม

•มีวิตามินซี 1 มิลลิกรัม

•มีเถ้า 1.4 กรัม

 

สารสำคัญที่พบ

สารสำคัญพบที่ส่วนของลำต้นและใบซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย (Volatile oil) ที่ประกอบด้วยสารจำนวนหลายชนิด ได้แก่

•ซิทราล (Citral) พบมากที่สุด 75-90%

•ทรานซ์ ไอโซซิทราล (Trans-isocitral)

•ไลโมเนน (Limonene)

•ยูจีนอล (Eugenol)

•ลินาลูล (Linalool)

•เจอรานิออล (Geraniol)

•คาริโอฟิวลีน ออกไซด์ (Caryophyllene oxide)

•เจอรานิล อะซิเตท (Geranyl acetate)

•6-เมทิล 5-เฮพเทน-2-วัน (6-Methyl 5-hepten-2-one)

•4-โนนาโนน (4-Nonanone)

•เมทิลเฮพทีโนน (Methyl heptennone)

•ซิโทรเนลลอล (Citronellol)

•ไมร์ซีน (Myrcene)

•การบูร (Camphor)

โพสท์โดย: BoraphetZ
อ้างอิงจาก: https://th.m.wikipedia.org/wiki/ตะไคร้
อ้างอิงจาก:https://puechkaset.com/ตะไคร้/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
BoraphetZ's profile


โพสท์โดย: BoraphetZ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: BoraphetZ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"โรงแรมเมืองทอง" อดีตที่พักเก่าแก่แห่งโคราช สู่อาคารอนุรักษ์เคียงข้างลานย่าโมข่าวดีรออยู่! นักแสดงหนุ่มยืนยันไม่ติดถ้าได้เล่นซีรีส์วายเขาคือผู้ชายที่หล่อ และดูดีที่สุดในกัมพูชา ณ เวลานี้เซบาสเตียน ลี เผยภาพคู่ดิว อริสรา อธิบายปมไม่ร่ำรวยรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 21/03/68 วันที่ท้องฟ้าครึ้มๆ อากาศเย็นสบายขึ้น ดีแท้เด้อคนใกล้ชิดเชื่อ ดิว รวยจริง เปิดเหตุผลชีวิตพลิกไม่เหมือนเดิมแอร์สายการบินดังโพสต์ขอโทษใบเฟิร์น อัญชสา หลังเกิดดราม่าคอมเมนต์ประโยชน์ของ"ฟักข้าว"ที่หลายคนยังไม่รู้4 เรื่องจริงเมื่อคุณได้ไปเที่ยวลาวขุมทรัพย์ที่ซ่อนในเหมือง: เมื่อกองกำลังพันธมิตรค้นพบทองคำและเงินที่ถูกปล้นใน Merkersผู้อพยพชาวพม่าในไทย เผชิญกับความขุ่นเคืองที่เพิ่มขึ้นคุณแม่ลูกดก! บุ๋ม ปนัดดา พร้อมหน้า ทายาทความสุขเต็มบ้าน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดิว อริสรา-เจ้าของ แจงดราม่า Audi R8 หลังเข้าใจผิดประโยชน์ของ"ฟักข้าว"ที่หลายคนยังไม่รู้ขุมทรัพย์ที่ซ่อนในเหมือง: เมื่อกองกำลังพันธมิตรค้นพบทองคำและเงินที่ถูกปล้นใน Merkersประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกในปี 2025ผู้อพยพชาวพม่าในไทย เผชิญกับความขุ่นเคืองที่เพิ่มขึ้น"โรงแรมเมืองทอง" อดีตที่พักเก่าแก่แห่งโคราช สู่อาคารอนุรักษ์เคียงข้างลานย่าโม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
พระบารมีคู่แผ่นดินไทยและปากีสถาน: เมื่อในหลวงรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เสด็จฯ เยือนเมืองเปชาวะถนนมิตรภาพยุคสองเลน: ภาพอดีตและปัจจุบันของเส้นทางสายหลักสู่แดนอีสานประโยชน์ของ"ฟักข้าว"ที่หลายคนยังไม่รู้Wilson’s Bird of Paradise – นกปักษาสวรรค์วิลสัน นกสีสันสดใสแห่งอินโดนีเซีย
ตั้งกระทู้ใหม่
หน้าแรกเว็บบอร์ดหาเพื่อนChatหาเพื่อน Lineหาเพื่อน SkypePic PostตรวจหวยควิซคำนวณPageแชร์ลิ้ง
Postjung
เงื่อนไขการให้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม ข่าวประชาสัมพันธ์ ลงโฆษณา
เว็บไซต์นี้ใช้ Cookie
เพื่อประสบการณ์ที่ดีและการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดูข้อมูลเพิ่มเติม อ่านนโยบายการใช้งาน
ตกลง