หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

น้ำตาล VS สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

เขียนโดย bongbank

น้ำตาล

        จากอดีตถึงปัจจุบันการบริโภคน้ำตาลในครัวเรือน เพิ่มสูงขึ้นทำให้ส่งผลเสียถึงผู้คนจำนวนมาก การบริโภคน้ำตาลเป็นจำนวนมากนั่นส่งผลเสียต่อรางกายโดยตรง ระบบภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายต่ำลง และเป็นตัวเร่งให้เกิดอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง นอกจากนี้ การทานน้ำตาลจำนวนมากยังส่งผลทำให้ กรดอมิโนที่มีชื่อว่า ทริปโตฟาน ถูกเร่งเข้าสู่สมองมากเกินไป ทำให้เสียสมดุลของฮอร์โมนในสมอง เป็นต้น หากไม่ควบคุมการบริโภคให้ดีอาจะจะเกิดโรคต่างๆ ที่แฝงตัวมากับน้ำตาล ดังนี้

  1. ไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เนื่องจากบริโภคน้ำตาลเป็นจำนวนมากนั่นส่งผลให้ตับเก็บไกลโคเจนเยอะและส่งกรดไขมันนี้ไปไว้ในส่วนต่างๆของร่างกาย
  2. ทำให้กระดูกและฟันไม่แข็งแรง น้ำตาลเป็นอาหารของแบคทีเรียที่เกาะอยู่บริเวนฟันเป็นสาเหตุทำให้ฟันผุได้
  3. ภาวะเลือดเป็นกรด ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไปจะส่งผลให้ร่างกายล้มเหลวได้
  4. ความดันเลือดเพิ่มสูง ได้รับมากเกินไปจะทำให้เกิดกรดไขมันสะสมตาม ตับ หัวใจ ไต และไปกีดขวางการทำงานของเลือด
  5. ทำให้แก่เร็ว เมื่อได้รับน้ำตาลมากเกินไปน้ำตาลจะไม่รบกวนการสร้างคอลเจนและอีลาสตินชั้นในผิด
  6. ง่วงนอนมากขึ้น เมื่อได้รับน้ำตาลแล้วสมองจะทำงานช้าลง

 

สารให้ความหวานแทนน้ำตาล

        สารให้ความหวานแทนน้ำตาลได้รับความนิยมมากกับกลุ่มคนรักสุขภาพเพราะให้พลังงานต่ำ ไม่ส่งผลถึงน้ำตาลในเลือด แต่หลายคนคงมองข้ามจุดด้อยของสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ซึ่งสารให้ความหวานมีหลากหลายตัว เช่น แอสปาแตม (Aspartame)  เอซีซัลเฟมเค (Acesulfame K)  ซูคราโลส (Sucralose) นีโอแตม (Neotame) เป็นต้น สารให้ความหวานทั้งหมดนี้ จะมีความหวานมากกว่าน้ำตาล 100 เท่า จนถึง 13000 เท่า ของน้ำตาลทั้วไป แต่มีพนักงานที่ต่ำ ส่วนคนที่บริโภคนั่น อาจมีผลกระทบ ดังนี้

  1. โรคอ้วน และเบาหวานทางอ้อม ทำให้ร่างกายมีปริมาณการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติ ส่งผลให้ร่างกายยิ่งโหยหาความหวานจากน้ำตาลมากยิ่งขึ้น
  2. ท้องอืด ท้องเฟ้อ เมื่อถูกดูดซึมไปในลำใส้ใหญ่แล้วจะมีแบคทีเรียเข้ามาย่อยและจะเกิดก๊าสในลำใส้
  3. อันตรายต่อสมอง เมื่อสารให้ความหวานแทนน้ำตาลผ่านเข้าสู่เซลล์สมอง และเมื่อมีปริมาณแคลเซียมอยู่ในสมองมากๆ ก็อาจทำให้สมองได้รับอันตรายได้ เซลล์สมองอาจมีความผิดปกติ
  4. ลดแบคทีเรียดีในลำใส้ มีผลการวิจัย แค่เพียง 2 อาทิตย์ก็ สามารถทำลายความสมดุลย์ของระบบนิเวศน์ ในระบบทางเดินอาหาร นอกจากจะไปขัดขวางการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ แล้วยังไปลดจำนวนแบคทีเรียที่ช่วยในการเผาผลาญน้ำตาลเป็นพลังงาน

อย่างไรก็ตามน้ำตาลและสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ต่างให้คุณประโยชน์ถ้าใช้ในปริมานพอดีกับความต้องการของร่างกายและส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกันถ้าใช้ในปริมานที่มาก ผู้บริโภคควรเลือกบริโภคอย่างพอดีและออกกำลังให้เพียงพอ และควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพร่างกายที่แข้งแรง

โพสท์โดย: bongbank
อ้างอิงจาก: https://www.thaihealth.or.th/
อ้างอิงจาก: https://www.vibhavadi.com/Health-expert/detail/181
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bongbank's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 141 ครั้ง
เขียนโดย bongbank
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวันวิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทยคณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทยรูเล็กบนฝาแก้วกาแฟมีไว้ทำอะไร ทำไมไม่ควรปิดตอนจิบ3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไรเขื่อนดินที่มีความยาวสันเขื่อนมากที่สุดในประเทศไทยอำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
นาคาไททัน ไดโนเสาร์ชนิดใหม่ของโลกที่พบในไทยสำคัญอย่างไรรางวัลที่ 1 อาจเพิ่มเป็น 10 ล้าน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คุณอ่านหนังสือเป็นร้อยเล่มแต่ชีวิตไม่เปลี่ยน — นี่คือเหตุผลและวิธีอ่านหนังสือให้ได้ผลจริง"“แค่โดนกิ้งกือ” ทำไมผิวถึงแดงแสบเหมือนโดนไฟทำไมคนที่ 'ไม่โกรธเลย' มักอันตรายกว่าคนที่ระเบิดอารมณ์ — จิตวิทยาของความโกรธที่เก็บกด"เผยผลสำรวจภาคเอกชนที่ติดต่อหน่วยงานรัฐ เปิด 10 อันดับหน่วยงานเสียงสูง ต่อการเรียกรับสินบน🫨
ตั้งกระทู้ใหม่