"นางทองเลื่อนใจยักษ์" นักโทษประหารชีวิต ด้วยการตัดหัวคนรองสุดท้าย!
........นางทองเลื่อนเป็นชาวสุพรรณบุรี เป็นลูกสาวคนสวยของนางทองทมแม่ม่าย ผัวถูกงูเห่ากัดตาย มีนายทองจบเป็นน้องชายคนสุดท้อง นางทองทม ได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่อุ่ม ให้นางสาวทองเลื่อนแต่งเนื้อแต่งตัวให้สะสวย เพื่อเป็นเทพีนั่งเสลี่ยงคานหามทำพิธีแห่นางแมวขอฝน เพราะในตำบลนี้นางสาวทองเลื่อนรูปร่างสะสวยกว่าเพื่อน นางสาวทองเลื่อนก็แต่งตัวด้วยชุดผ้าโจงกระเบนคาดแถบสไบ ทัดดอกไม้ ทาปากสีแดง ขึ้นคานหามมีขบวนแตรวงกับกลองยาวแห่นำไป ตามด้วยคานหามที่มีแมวตัวเมียหนึ่งตัวใส่ไว้ในกรง ผ่านไปบ้านไหนเจ้าของบ้านก็เอาปี๊บใส่น้ำเตรียมไว้ พอกรงนางแมวผ่านก็สาดโครมนางแมวเปียกม่อลอกม่อแลก กว่าจะแห่ครบรอบหมู่บ้านนางแมวก็ปวดบวมตายในเวลาต่อมา
นายปลูก ลูกชายจอมผลาญของผู้ใหญ่อุ่ม เกิดต้องตาต้องใจนางสาวทองเลื่อนลูกสาวนางทองทม จึงให้ผู้ใหญ่อุ่มไปทาบทามเสนอสินสอดเป็นทองและเงินสดจำนวนมาก นางทองทมเห็นว่าหากลูกสาวได้แต่งงานกับนายปลูก ก็จะอยู่เย็นเป็นสุขและพลอยฟ้าพลอยฝนมาถึงนางด้วยจึงกล่อมลูกสาว แต่นางสาวทองเลื่อนแย้งแม่ว่า "อันการที่แม่จะให้ลูกเป็นฝั่งเป็นฝากับนายปลูกนั้น ลูกเห็นว่านายปลูกเป็นคนเจ้าชู้เที่ยวได้ลูกสาวชาวบ้านแล้วไม่เลี้ยง ผู้ใหญ่อุ่มต้องเอาเงินไปเสียให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงเป็นค่าทำขวัญ เมื่อลูกไปอยู่กับเขาแล้วเขาไปมีเมียใหม่อีกลูกก็ต้องกินน้ำตา"
นางทองทมก็กลาวว่า "เห็นแก่แม่เถอะลูก ทองรูปพรรณที่เป็นสินสอดแม่จะเก็บไว้เป็นทุน พลาดพลั้งเขาทิ้งเราก็ยังอยู่กันได้ ขอให้ลูกช่วยยกฐานะครอบครัวด้วยเถิด"
นางสาวทองเลื่อนจึงตกลงแต่งงานกับนายปลูก ผู้ใหญ่อุ่มจัดพิธีให้อย่างดีสินสอดนางทองทมเป็นคนเก็บไว้ แต่งงานได้หนึ่งปีนายปลูกเกิดไปชอบนางสาวระรวยสาวงามตำบลโพธิ์ทอง จึงวางแผนเอาทองรูปพรรณที่เป็นสินสอดเดิมที่แต่งงานกับนางสาวทองเลื่อนไป เป็นสินสอดสู่ขอนางสาวระรวยโดยที่ผู้ใหญ่อุ่มไม่รู้เรื่อง โดยไปจ้างช่างเงินจำลองแบบเหมือนกับทองคำจากนั้นก็เอาไปกะหลั่ยทองจนดูเป็น ทองคำ ใช้ความสนิทสนมกับนางทองทม นายปลูกก็เปลี่ยนเอาของจริงไปเอาเงินชุบมาใส่ไว้แทน ทองคำแท้กับประคำสายทองที่เป็นสมบัติเก่าของบิดานางสาวทองเลื่อน ที่เป็นเม็ดประคำทองร้อยด้วยสายสร้อยทองก็ถูกนายปลูกเอาไปด้วย นายปลูกนำเอาทรัพย์สินทั้งหมดไปเป็นสินสอดแต่งงานใหม่ แล้วมาหลอกขอเรือนไทยที่ผู้ใหญ่อุ่มปลูกไว้เป็นเรือนสำรองเพื่อเป็นเรือนหอ
นายปลูกนำนางสาวระรวยสาวงามบ้านพานทองมาอยู่กินตำตานางสาวทองเลื่อน วันหนึ่งนางสาวทองเรือนไปหานายปลูกที่เรือนหอ แต่นายปลูกไปเล่นเบี้ยโบกที่บ่อน นางสาวทองเลื่อนจึงรู้จากปากนางสาวระรวยว่า นายปลูกบอกว่ายังไม่มีลูกไม่มีเมีย ขณะคุยนางสาวทองเลื่อนก็เหลือบไปเห็นประคำสายทองสมบัติเก่าคล้องที่คอนางสาวระรวย จึงถามว่า "ประคำสายทองนี้ได้มาจากไหนหรือจ๊ะ สวยจัง ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย" นางสาวระรวยกล่าวตอบว่า"อ๋อ...พี่ปลูกเขาให้จ้ะ เขาบอกว่าเป็นสมบัติเก่าของพ่อ ฉันสวมประจำแหละเพราะชอบมาก"
นางสาวทองเลื่อนกลับมาหานางทองทมแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง นางทองทมบอกว่านายปลูกมักจะเข้าไปขลุกอยู่ในห้องที่เก็บสินสอดอยู่เสมอ แต่ไม่แน่ใจว่าขโมยไปหรือเปล่าเพราะเปิดกำปั่นดูก็เห็นว่าของอยู่ครบ นางสาวทองเลื่อนจึงให้นางทองทมไปหยิบกำปั่นมาเปิดดู เห็นว่าประคำสายทองหายไปส่วนสินสอดที่เป็นทองคำก็ลอกกระดำกระด่าง นางทองทมกรีดร้องและเป็นลม ต่อมานางทองทมล้มป่วยหนักด้วยความช้ำใจไม่นานก็ตาย หลังเผาศพนางทองทมแล้วนางสาวทองเลื่อนก็เก็บความแค้นไว้ในใจ วันหนึ่งได้เรียกนายทองจบน้องชายมาปรึกษา
นางสาวทองเลื่อนพูดกับน้องชายว่า "เจ้าปลูกมันทำร้ายพวกเราจนแม่ตรอมใจตาย มันหลอกเอาทองที่ควรเป็นของเราไปแต่งงานใหม่ แถมประคำสายทองสมบัติของพ่อมันก็เอาไปให้ผู้หญิงคนใหม่ คนแบบนี้ปล่อยไว้ไม่ได้มันจะก่อความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่สิ้น หากน้องเห็นด้วยกับพี่เรามาร่วมมือกันฆ่ามันให้ตายแก้แค้นให้แม่เถอะ" นายทองจบพูดตอบว่า "พี่ทองเลื่อนเห็นอย่างไร ฉันก็เห็นดีด้วย ลงมือเมื่อใดบอกฉันก็แล้วกัน"
ในวันพระ นางสาวระรวยหาบสำรับไปทำบุญที่วัด นายปลูกนั่งกระดิกเท้าอยู่บ้านวันนี้บ่อนปิดมันจึงไม่ต้องเสียเงิน ส่วนนางสาวทองเลื่อนก็นัดนายทองจบมาหาที่บ้าน นางสาวทองเลื่อนถอดหอกใบข้าวเอาแต่ใบหอกห่อผ้าใส่กระจาด แลัวจึงเอาผลไม้วางทับไว้ด้านบนส่วนนายทองจบน้องชายให้ถือไม้คมแฝกพากันเดิน ไปหานายปลูกที่เรือน นางสาวทองเลื่อนกระเดียดกระจาดผลไม้ขึ้นไปบนเรือน นายปลูกเห็นดังนั้นก็แปลกใจร้องถามว่า "หายโกรธกูแล้วหรือ เมิงจึงมาเหยียบเรือนกู เอาผลหมากรากไม้มาด้วยอย่างนี้" นางสาวทองเลื่อนตอบว่า "ฉันคิดถึงพี่ ไม่ได้หลับนอนกันมานานแล้ว ตอนนี้แม่ระรวยไปวัด ฉันจึงแอบมาหาพี่ยังไงล่ะ"
นายปลูกพูดต่อว่า "วางกระจาดไว้ตรงนั้น อย่าเสียเวลาเลย เราเข้าห้องไปหาความสุขกันเถิด"
ว่าแล้วก็หมุนตัวกลับเดินนำหน้านางสาวทองเลื่อนไปที่ห้องนอน นางสาวทองเลื่อนก็พยักหน้าให้นายทองจบน้องชาย ดึงไม้คมแฝกออกมาจากถุงผ้าแล้วร้องเรียกนายปลูกพี่เขยว่า "ไอ้ปลูก หันหน้ามาหน่อยซิ " พอนายปลูกหันหน้ามา คมแฝกในมือนายทองจบก็ซัดเข้าให้ที่ทัดดอกไม้ ความคมของเหลี่ยมที่ทำไว้เปิดบาดแผลกว้าง นายปลูกเซแซดๆ เลือดจากบาดแผลพุ่งกระฉูดล้มลงกับพื้น นางสาวทองเลื่อนร้องบอกน้องชายว่า "ส่งไม้มาให้พี่แล้วหลบลงจากเรือนไป ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของพี่เอง"
ขณะนายปลูกนอนชักกับพื้น นางสาวทองเลื่อนก็ใช้ไม้คมแฝกตีซ้ำที่ศีรษะและใบหน้า จากนั้นได้หยิบหอกใบข้าวออกมาจากก้นกระจาด เอาหอกใบข้าวแทงคอหอยแทงหัวใจจนหนำใจแล้วจึงหนีกลับไปบ้าน นางสาวระรวยกลับมาก็พบนายปลูกนอนตายจมกองเลือดจึงวิ่งไปบอกชาวบ้าน ผู้ใหญ่อุ่มแจ้งไปยังสถานีตำรวจเดิมบางนางบวชเพื่อจับคนร้าย ติดตามร่องรอยจนได้เค้าว่าฆาตกรคือนางสาวทองเลื่อนเมียคนแรกของนายปลูก ส่วนนางสาวทองเลื่อนก็ไม่ได้หนีไปไหนอยู่รอมอบตัว และให้การกับตำรวจว่าเป็นคนลงมือฆ่านายปลูกสามีตัวเอง รับสารภาพว่าตีด้วยไม้คมแฝกและแทงด้วยปลายหอกใบข้าว สาเหตุเพราะผู้ตายหลอกเอาทองรูปพรรณที่เป็นสินสอดไป แล้วให้ช่างทำเทียมด้วยเงินนำไปชุบทองมาให้แทน และยังขโมยประคำสายทองสมบัติตกทอดของพ่อตนไปให้ภรรยาใหม่
ส่วนที่มีพยานเห็นนายทองจบร่วมทางไปกับนางสาวทองเลื่อน เมื่อส่งสำนวนฟ้องไม่มีหลักฐานยืนยันว่านายทองจบร่วมฆ่านายปลูก จึงยกประโยชน์ให้จำเลยที่ 2 พ้นผิด ศาลพิพากษาให้ประหารชีวิตนางสาวทองเลื่อนจำเลยให้ตายตกตามกันไป ให้ส่งตัวมาที่บางกอกเพื่อทำการประหารชีวิต คุกที่นางสาวทองเลื่อนถูกนำมากักตัวต่อมาเป็นที่ตั้งของศาลอาญากรุงเทพฯ ริมคลองหลอดในปัจจุบัน สถานที่ประหารคือวัดโคก (วัดพลับพลาชัย) ตอนนั้นเป็นป่าช้าอันสงบเงียบ สมัยนั้นก่อนประหาร 3 วันเขาจะพาตระเวนบกให้ผู้คนได้เห็นหน้านักโทษพร้อมป้ายบอกความผิด สถานที่และเวลาประหารให้คนเข้าไปดูได้
ในที่สุดนางทองเลื่อนก็มา ถึงแดนประหาร โดยถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนมีตำรวจถือปืนยาวคุมมาสี่คน เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้อ่านคำสั่งประหารให้นางทองเลื่อนฟัง นางทองเลื่อนฟังด้วยความสงบเจ้าหน้าไขปลดโซ่ออกจากมือนางทองเลื่อน เหลือไว้แต่ตรวนที่ขาแล้วจูงเดินไปยังแดนประหาร มัดติดกับหลักประหารมือทั้งสองข้างพนมมัดด้วยสายสิญจน์ ที่มือมีดอกบัวกับธูปเทียนมัดเป็นกำยัดไว้ในมือ ปลายข้อเท้ามีตรวนล่ามเหยียดยาวไปข้างหน้า เจ้าหน้าหยิบก้อนสำลีมาอุดหูทั้งสองข้างแล้วปิดด้านนอกด้วยดินเหนียว เพื่อป้องกันนางทองเลื่อนได้ยินเสียงปี่เสียงกลอง ผ้าดำแถบใหญ่ถูกนำมาผูกตารวบไปมัดปมไว้ด้านหลัง ขุนรอนฯ เพชฌฆาตดาบหนึ่งเดินออกจากด้านหลังประตูป่า ตอนนี้ปี่ชวากับกลองเริ่มบรรเลงเพลงเพื่อเพชฌฆาตจะได้ร่ายรำ
ขุนรอนฯ เข้าประจำที่เงื้อดาบขึ้นสุดแขน หวดใบดาบลงที่คอของนางทองเลื่อน ศีรษะเลื่อนพับลงไปด้านล่างแต่ไม่ขาดออกจากตัวห้อยอยู่ที่หน้าอก เพชฌฆาตดาบสองเดินเข้าไปจิกผมนางทองเลื่อนดึงศีรษะให้หงายขึ้น ใช้ดาบเชือดหนังกำพร้าที่ติดอยู่ขาดออกจากกัน แล้ววางศีรษะนางทองเลื่อนไว้ที่ปลายเท้า ใช้มีดเชือดส้นเท้าที่ใต้เอ็นร้อยหวายให้ขาดเพื่อรูดตรวนออก จากนั้นก็วิ่งกลับออกไปจากแดนประหารทางประตูป่า เจ้าหน้าที่นำร่างที่ปราศจากศีรษะของนางทองเลื่อนลงไปในเฝือกที่อยู่ก้นหลุม เอาศีรษะมาต่อเข้าด้วยกันกลบหลุมศพเอาป้ายชื่อปักไว้
ต่อมาขุนรอนฯ บอกว่าวิญญาณนางทองเลื่อนมาเข้าสิงนางสาวเกลียว ญาติพาไปที่บ้านให้ช่วยขับไล่ผีนางทองเลื่อน ตอนขุนรอนฯ ใช้มงคลที่สวมศีรษะเวลาประหารมาสวมคอนางสาวเกลียว นางสาวเกลียวร้องว่า "โอยร้อนเหลือเกิน ร้อนเหมือนไฟบรรลัยกัลป์ ฉันชื่อทองเลื่อนไม่ได้มาทำร้ายใคร แต่ไปไหนไม่ได้เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเอาประคำสายทองของพ่อฉันไว้ แล้วไปมอบให้ผู้ใหญ่อุ่ม ช่วยฉันด้วยเถิดช่วยติดตามทวงให้ด้วย ฉันจะให้น้องชายตกทอดต่อไป" ขุนรอนฯ รับปากจะช่วยผีนางทองเลื่อนจึงยอมออกจากร่าง ขุนรอนฯ ได้นำเรื่องไปแจ้งแก่นายอำเภอและตำรวจว่า ประคำสายทองที่เป็นเหตุให้ฆ่ากันตายเป็นของนางทองเลื่อน เกิดการสอบสอนกันขึ้นประคำสายทองจึงคืนกลับไปยังน้องชายนางทองเลื่อนตามที่ นางทองเลื่อนต้องการ
ศพนางทองเลื่อนถูกนำไปฌาปนกิจศพตามประเพณี นั่นแหละจึงประจักษ์ว่านางทองเลื่อนท้องอ่อนๆ ไม่มีใครรู้ จึงดุร้ายตายทั้งกลม
นางสาวทองเลื่อน ที่ผู้คนให้ฉายาว่า (นางทองเลื่อนใจยักษ์) ฆ่าสามีตัวเองตายอย่างทารุณ แต่ไม่ได้บอกถึงความเลวของสามีที่เป็นเหตุให้นางสาวทองเลื่อนต้องกลายเป็นฆาตกร
ขอบคุณข้อมูลจาก ชมรมประวัติศาสตร์สยาม
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/groups/2270546403218940/permalink/3371349633138606/
จังหวัดที่ถูกยุบในไทยมีที่ไหนบ้าง ย้อนดู 10 ชื่อเดิมที่วันนี้กลายเป็นอำเภอ
เปิด 1 บริษัทน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรและปริมาณการผลิด มากที่สุดในไทย
เปรียบเทียบเงินเดือนและสวัสดิการ ของสายการบินในไทยกับต่างชาติ..
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
เอกสารครบก็ไม่รอด สนามบินสุวรรณภูมิ ปฏิเสธชาวกัมพูชาเข้าประเทศ
หญิงญี่ปุ่นตะลึง หลังเปิดกระป๋องปลา ที่เก็บไว้นานกว่า 50 ปี
ราคาทองคำ 2026 แนวโน้มผันผวน เสี่ยงฟองสบู่หรือพักฐาน
โยเกิร์ตธรรมดา vs กรีกโยเกิร์ต ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนได้ประโยชน์กว่า
หมวกขุนนางจีน ทำไมต้องมีปีกยาว และแท่งที่ถือเข้าเฝ้าฮ่องเต้คืออะไร?
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีเพียงอำเภอเดียวอยู่ติดชายฝั่งทะเล
ภาพทรัมป์ที่ถ่ายคู่กับลูกสาว กำลังเป็นไวรัลทั่วโลก
เที่ยวพนมเปญครั้งที่ 2 สาวต่างชาติผิดหวัง เจอปัญหาเดิมอีกครั้ง จนต้องขอความช่วยเหลือ
ขีปนาวุธอิหร่านตก ใกล้ฐานทัพอังกฤษ ในยูเออี
จังหวัดและเมืองของประเทศไทย ที่มีคนยากจนน้อยสุดเป็นอันดับหนึ่ง
สหรัฐ–คิวบาตึงเครียด ทรัมป์เดินเกมแข็ง ผู้นำคิวบาไม่อ่อนข้อ
ราคาทองคำ 2026 แนวโน้มผันผวน เสี่ยงฟองสบู่หรือพักฐาน



