"สรุปว่ายังไงแน่ เรื่อง ป้ายว่างแท็กซี่ สีเขียวVSสีแดง"
ล่าสุดทางเพจ ของอ.เจษฏา ได้ออกมาโพสเกี่ยวกับเรื่องของป้ายว่างของแท็กซี่ ว่าดังนี้..
"สรุปว่ายังไงแน่ เรื่อง ป้ายว่างแท็กซี่ สีเขียวVSสีแดง"
ช่วง 2-3 ปีนี้ เคยเห็นข่าวแนะนำให้เลือกขึ้นแท็กซี่ ที่ป้ายไฟบอกว่าว่าง นั้น "เป็นสีเขียว" จะปลอดภัยกว่าที่เป็น "สีแดง" เพราะเป็นมาตรฐานใหม่ของกรมขนส่งทางบก ที่ให้กับรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ด้วยป้ายไฟสีเขียวมีปุ่มฉุกเฉิน SOS ติดตั้งไว้ และติดตั้ง GPS Tracking พร้อมอุปกรณ์แสดงตัวผู้ขับรถ กล้องบันทึกภาพในรถ รวมถึงตรวจสอบด้วยว่ามีประวัติอาชญากรรมมาก่อนไหม (เช่นข่าวนี้ https://www.thaipost.net/columnist-people/330879/)
แต่ล่าสุด ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้บอกว่า ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม พบว่าประเด็น "แท็กซี่ป้ายว่างสีเขียว ปลอดภัยมากกว่าแท็กซี่ป้ายว่างสีแดง " เป็นข้อมูลเท็จ !? งงเลยซิ
ตามข้อมูลที่เช็คย้อนกลับไป พบว่า เดิมที กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้รถแท็กซี่ติดป้ายไฟว่าง ”สีแดง” เพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล
แต่ต่อมา มีการจัดทำโครงการ "TAXI OK แท็กซี่ โอเค"เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการแท็กซี่ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัย และการให้บริการที่มีคุณภาพ ซึ่งโครงการ TAXI OK นี้ เริ่มเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2560 โดยรถแท็กซี่ดังกล่าวมีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการตามหลักเกณฑ์ภายใต้โครงการ TAXI OK ประกอบด้วย
- ไฟสัญญาณ “ว่าง” สีเขียว
- โป๊ะไฟบนหลังคาแบบใหม่
- ปุ่มฉุกเฉินสำหรับผู้โดยสาร (Emergency)
- กล้องบันทึกภาพในรถแบบ Snap Shot
- ระบบ GPS Tracking
- มาตรโดยสารแบบ Real-time
- แอปพลิเคชัน TAXI OK
เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สามารถตรวจสอบและติดตามรถแท็กซี่ที่ใช้บริการได้ มีปุ่มฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือ และมีกล้องบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในรถ เป็นต้น โดยประชาชนสามารถโบกเรียกใช้เหมือนกับรถแท็กซี่ทั่วไป และมีอัตราค่าโดยสารเท่ากัน
และกรมการขนส่งทางบก ยังมีข้อกำหนดให้รถแท็กซี่ทุกคันที่จดทะเบียน "ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 " เป็นต้นมา จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัยดังกล่าวด้วย
ส่วนแท็กซี่ที่ใช้ป้ายไฟว่าง “สีแดง” จะเป็นแท็กซี่ที่จดทะเบียนก่อนวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 และไม่ได้เข้าร่วมโครงการ TAXI OK ก็ยังคงเป็นรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีมาตรฐานภายใต้เงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเช่นกัน
ดังนั้น จึงน่าจะเป็นที่มาของการที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและกรมการขนส่งทางบก ออกมาระบุใหม่ว่า "แท็กซี่ป้ายว่างสีเขียวปลอดภัยมากกว่าแท็กซี่ป้ายว่างสีแดง เป็นข้อมูลเท็จ" ด้วยการอ้างว่า ไม่ว่าจะเป็นป้ายไฟสีเขียวหรือสีแดงก็ตาม ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แสดงแก่ผู้เรียกใช้บริการทราบว่าพร้อมให้บริการรับจ้างหรือไม่ ... ไม่ได้เป็นการระบุว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องของความไม่ปลอดภัยแต่อย่างใด
แต่โดยส่วนตัว ผมว่า ถ้ารถแท็กซี่มีเยอะ เลือกได้ ก็คงเลือก "แท็กซี่โอเค ป้ายไฟเขียว" แหละครับ ดูแล้วปลอดภัยกว่าจริงๆ แหละ
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/219186678564393/posts/pfbid093M3r26VT7KHQV2MWLQ99jJcej9Z5XtJYWAoJBrFMi128UBwyg3WxrpvUYosboWyl/
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
"งูจงอาง" โผล่หน้ารถใช้เวลา 4 ชั่วโมง กว่าจะจับได้ คอหวยแห่ส่องเลขทะเบียนรถ
10 ไม้ประดับราคาแพงที่สุดในประเทศไทย
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
อาวุธลับใต้กีบม้า เมื่อ "รองเท้าหิมะม้า" (Horse Snowshoes) คือ เทคโนโลยีอันชาญฉลาดของนักรบไวกิ้ง
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ฮือฮา!ฮุน มาเนต ประดับยศ พลตำรวจตรี ให้ตำรวจวัยแค่ 27 ปี
ในอวกาศไม่มี "ออกซิเจน" แล้ว "ดวงอาทิตย์" เผาไหม้ได้อย่างไร ?
เมื่อน้องเพนกวินกระโดดขึ้นเรือคายัค เพื่อขอความช่วยเหลือ เรื่องนี้น่ารักละมุนใจมากเลยเน่อ




