หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post แชร์ลิ้ง
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย - ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 รางวัลที่1 297411
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

แอบรักลุงข้างบ้าน ตอน3

ตอนที่ 3 วิมานคนจน

บ้านน็อคดาวน์สีฟ้าราคาห้าหมื่นกว่าบาท ที่เขาใช้เวลาเก็บเงินสะสมมาหลายปี ตั้งหันหลังชนกำแพงรั้วบ้านของยายนวล

ปีกทางซ้ายใช้ท่อพีวีซีต่อเติมยื่นออกไปทำเป็นห้องครัว นำป้ายไวนิลโฆษณาและป้ายหาเสียงมาทำเป็นหลังคาคุ้มแดดคุ้มฝน วางแคร่ไม้ไผ่ชิดติดขอบบันไดไว้สำหรับนั่งทานข้าวและทำกิจกรรมอเนกประสงค์

ทุกตารางนิ้วในที่ดินแห่งนี้ล้วนถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า นอกจากจะมีแปลงผักสวนครัวนานาชนิดแล้ว ตามริมตลิ่งยังมีต้นกล้วย ตะไคร้ ขิง ข่า มะละกอ มะนาวและคอกปุ๋ยหมัก ส่วนรอบบริเวณบ้านมีกระถางพริก ขึ้นฉ่าย และขวดน้ำพลาสติกดัดแปลงที่ปลูก
สาระแหน่ห้อยย้อยลงมาสวยงามเหมือนไม้ประดับ

ในวันนี้รุ้งขวัญก็มาเที่ยวเล่นเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อรอที่ศาลาท่าน้ำด้านหลังเป็นนาน ไม่มีวี่แววที่เพื่อนบ้านคนใหม่จะลงมานั่งทำงานเหมือนเดิม เธอจึงขึ้นมาส่องดู เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอยู่ก็เลยเดินคอตกกลับบ้านไป

 

“คุณลุงกลับมาแล้ว ไปทำธุระมาหรือคะ?”

ชายสูงวัยต้องแปลกใจ ที่เห็นสาวน้อยนั่งรอที่แคร่หน้าบ้านและพุ่งพรวดลุกขึ้นมาทำท่าดีใจเมื่อเห็นหน้าตนในทันที

อันที่จริงรุ้งขวัญกลับบ้านไปแล้ว และหวนกลับมาอีกครั้งในเวลาเย็นเพราะนึกว่าเขาจะต้องกลับมารดน้ำแปลงผักที่เคยทำเป็นกิจวัตรประจำวันเหมือนเช่นเคย แต่เมื่อไม่เห็นทีท่าว่าจะกลับมาง่าย ๆ เธอจึงทำหน้าที่นี้แทนและนั่งรออยู่

“หนูรดน้ำแปลงผักให้แล้วนะคะไม่ต้องเป็นห่วง”

มือที่หยิบกระบวยชะงักนิดนึง ก่อนจะจ้วงตักน้ำจากหม้อขึ้นมาดื่มแก้กระหาย

“ขอบใจ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เจ้าของบ้านหันมาจ้องหน้าคนตัวเล็กที่ยืนยิ้มแฉ่งคล้ายได้รับคำชมจากการสอบได้ที่หนึ่งของชั้นเรียน แบบนี้แล้วควรจะให้รางวัลอะไรดี

“กลับไปได้แล้ว” และนี่คือการตอบแทนที่เขามอบให้ ทำให้สาวน้อยหน้าจ๋อยลงทันที อุตส่าห์นั่งรอตั้งนาน เพิ่งมาถึงได้แป๊บเดียวก็ไล่เธอกลับเสียแล้ว

ชายสูงวัยเดินนำหน้าก้าวเท้ายาวตรงไปยังท้ายสวนเพื่อส่งแขกถึงที่ แต่เธอกลับยืนนิ่งตรงปากทางอย่างอิดออด เขาจึงต้องเอ่ยบอกเสียงเข้ม

“วันนี้หมดเวลาแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาเล่นใหม่”

เท้าสะเอวยืนส่งจนเห็นหลังบางหายลับไปอีกฝั่งหนึ่ง คิดว่าควรหลบหน้าหลบตาต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนี้จนกว่าจะถึงเวลามหาวิทยาลัยเปิดดีไหม เมื่อไม่สามารถพูดตรง ๆ ได้ว่าไม่อยากให้เธอมาขลุกตัวอยู่ที่นี่บ่อยเกินไป

เธอไม่ได้ทำอะไรผิด...เขาไม่ได้ทำอะไรผิด.....

แต่คนอื่นภายนอกที่รู้เข้าจะเชื่อไหมว่า ผู้ชายวัยกลางคนอาศัยอยู่คนเดียวจะเป็นเพื่อนกับสาวน้อยข้างบ้านที่ล่วงเข้าสู่วัยสาวเต็มตัวด้วยความบริสุทธิ์ใจ เขามีความเป็นห่วงเป็นใยอยู่ข้างในลึก ๆ กลัวว่าหากมีใครรู้จักเขาและจำเรื่องราวในอดีตได้ คนที่จะเป็นฝ่ายเสียหายมากที่สุดก็คงไม่พ้นสาวน้อยไร้เดียงสาคนนั้น

 

วันนี้รุ้งขวัญไม่รอให้ถึงเวลาบ่าย รีบไปเที่ยวหาเพื่อนบ้านเร็วกว่าที่เคยเพื่อชดเชยจากการรอเก้อในเมื่อวาน และต้องแปลกใจว่าทางที่เคยใช้ผ่านประจำนั้นมันกว้างขึ้นมาก ไม่ต้องนั่งยอง ๆ มุดออกไปอีกแล้ว แค่ย่อตัวค้อมต่ำลงก็โผล่ไปอีกฝั่งได้สบาย แถมพวกเศษซากอิฐที่ระเกะระกะก็ถูกเก็บกวาดเรียบ แม้แต่ต้นเฟื่องฟ้าที่ขวางทางก็ถูกตัดจนกุดเหลือแต่ตอ

“คุณลุงทำทางเดินข้างหลังให้หนูหรือคะ ขอบคุณค่ะ”

ทีแรกเขาตั้งใจจะปิดรูโหว่นั้นเพื่อไม่ให้สาวน้อยเดินข้ามมาได้ คิดอีกทีก็รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อันใดสำหรับเด็กดื้อตาใสคนนี้จึงไม่ได้ทำอย่างที่คิดแต่แรก

“วันนี้คุณลุงไม่สานกระเป๋าหรือคะ?”

“ไม่”  

“แล้ววันนี้เราจะทำอะไรกันดี?”

เรา...ได้ยินคำนี้เข้าทำเอาคนที่ใช้ชีวิตอยู่ลำพังคนเดียวมานานรู้สึกแปลกพิกล แต่แล้วก็ถูกความชาชินจากความโดดเดี่ยวมานานตัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะฟูฟ่องด้วยความยินดี เพราะความหมายของคำว่าเราของรุ้งขวัญ กับคำว่า ‘เรา’ ของเขาอาจจะคนละความหมายกัน

“แล้วอยากทำอะไรล่ะ?”

“ไม่รู้ค่ะ แล้วแต่คุณลุง”

ชายสูงวัยเดินนำหน้าสาวน้อยไปริมห้วยอีกด้าน ยื่นคราดให้ ส่วนตนถือจอบอยู่ในมือ ช่วยกันกลับด้านกองปุ๋ยหมักเอาข้างล่างสลับขึ้นข้างบนที่มีอยู่ด้วยกันถึงหกกอง

“หนูเคยเรียนมา มันมีวิธีทำกองปุ๋ยหมักแบบไม่ต้องพลิกกองด้วยนะคะ ทำแบบนั้นมันง่ายกว่าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยแบบนี้”

พูดหอบพร้อมยกแขนปาดเหงื่อที่ซึมออกมา เห็นดังนั้นเขาจึงถอดหมวกสานปีกกว้างที่ตนสวมอยู่ใส่ให้ แล้วแกะผ้าขาวม้าที่มัดเอวตนออกใช้โพกศีรษะแทน

“แล้วมันทำยังไงล่ะ?”

“หนูจำไม่ได้แล้วค่ะ พอดีวันนั้นไม่ค่อยตั้งใจเรียน แหะ ๆ”

ผู้อาวุโสจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่พวงแก้มแดงสดอย่างลูกตำลึงด้วยพิษแดดและอากาศร้อนอยู่นาน เธอจึงร้อนตัว กลัวจะถูกเข้าใจผิดว่าตนเป็นเด็กเกเรชอบหนีเที่ยว เพราะพฤติกรรมที่ชอบมาเล่นขลุกอยู่ที่นี่ทั้งวันมันก็ฟ้องออกมาอย่างนั้น

“แต่ว่า ๆ เฉพาะวิชานี้เท่านั้นแหละค่ะ ส่วนวิชาอื่นหนูได้เต็มหมดเลย.....จริงสิคะ ดูจากยูทูบเอาก็ได้ง่ายจะตาย มันมีบอกเยอะแยะ”

“อะไร? ยูทูบ”

“เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการวีดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตค่ะ ดูได้จากโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต คล้ายดูรายการในทีวีนั่นแหละค่ะ แต่อันนี้เราเลือกได้ว่าอยากจะดูอะไร...คุณลุงไม่มีโทรศัพท์หรือคะ?”

“ไม่มี”

“ไม่มี! แล้วอย่างนี้จะติดต่อกับครอบครัวเพื่อนฝูงยังไง อย่าบอกนะคะว่าใช้เขียนจดหมายเอา เชยจัง”

“ไม่รู้จะติดต่อกับใคร” 

สาวน้อยละมือจากการใช้คราดดึงกองปุ๋ยหมัก หันมามองคนข้างกายที่มีใบหน้าเรียบเฉยสนิท

“อย่าบอกนะคะว่าคุณลุงอยู่ที่นี่คนเดียว”

“ก็เห็นว่าอยู่กับใครล่ะ?”

“คุณลุงไม่มีญาติพี่น้องจริงหรือคะ หรือว่าคุณลุงเป็นลูกกำพร้า”

ทีนี้เขาผละจากงานที่ทำอยู่ตรงหน้าบ้าง หันมาสบตากับคนตัวเล็กด้วยแววตาขุ่น รุ้งขวัญจึงรู้ตัวว่าพูดจาอะไรไม่เข้าท่าออกไป รีบกล่าวคำขอโทษผู้อาวุโสกว่าด้วยความรู้สึกผิด

“ขอโทษค่ะ”

“ไม่ใช่หรอก ญาติพี่น้องมีก็เหมือนไม่มี”

“เหมือนหนูเลยค่ะ หนูก็มีพี่น้องและก็มีพ่อแม่ แต่มีก็เหมือนไม่มีจึงต้องระเห็จมาอยู่ที่นี่กับยาย”

น้ำเสียงที่พยายามทำให้ร่าเริงเข้มแข็งในทีแรกเพื่อกลบปมด้อยในใจเศร้าสลดลงในตอนท้าย สาวน้อยทิ้งคราดในมือเดินหนีไปนั่งซุกตัวในกอกล้วยด้วยท่าทางเชื่องซึมอย่างน่าสงสาร

เธอมาอยู่กับยายหลายวันแล้ว แต่ไม่มีวี่แววคนทางบ้านจะตามหา พ่อคงคิดว่าเธออยู่กับแม่ ส่วนแม่คงคิดว่าเธออยู่บ้านพ่อ นี่ทุกคนคงลืมไปแล้วใช่ไหมว่ามีเธออีกคนอยู่ในชีวิตของพวกเขา

“ฮือ ๆ ฮือ ๆ”

จู่ ๆ สาวน้อยก็นั่งกอดเข่าร้องไห้ ซุกตัวอยู่ในกอกล้วยด้วยความเสียใจ หนุ่มใหญ่ก็นึกไม่ถึงว่าคนร่าเริงสดใสที่เห็นจะซ่อนหัวใจบอบช้ำเอาไว้ภายใน มิน่าเล่า เธอถึงชอบมาขลุกอยู่ที่นี่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน ก็เพราะต้องการหนีปัญหาส่วนตัวอย่างนี้นี่เอง

รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปเขาคงเลิกรำคาญใจ ไม่กล้าไล่เธอกลับไปบ่อย ๆ อีกแล้ว พร้อมกันนั้นก็เกิดความรู้สึกเห็นใจเพราะตนเองก็ไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก เลยทิ้งจอบในมือเดินกลับไปที่บ้าน ปล่อยให้รุ้งขวัญนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวโดยไม่เข้าไปปลอบใจ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป คนเจ้าน้ำตาก็ขยับออกจากตรงนั้นเพราะร้องไห้จนหมดแล้ว และเพิ่งรู้สึกตัวว่าร้อนมากเพราะแดดแรง ตอนที่ลุกขึ้นยืนหัวก็ไปโหม่งเข้ากับของสิ่งหนึ่งที่ชายสูงวัยแอบนำมาไว้ให้อย่างเงียบ ๆ

มันคือปลาตะเพียนสานจากใบมะพร้าว ที่ปลายก้านผูกไว้กับตัวปลา ส่วนด้ามจับปักเสียบไว้กับต้นกล้วย เธอดึงมันออกมาเช็ดน้ำตาป้อย ๆ เดินสาวเท้ากลับไปหาเขาที่นั่งพิงตัวบ้านอยู่บนแคร่ไม้ไผ่

รุ้งขวัญนั่งห่างออกไปใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าอีกครั้ง มองมือหยาบกร้านที่สาละวนอยู่กับการประดิษฐ์อะไรบางอย่าง แล้วก็โยนลูกบาศก์ทรงสี่เหลี่ยมขนาดเล็กมาให้กับเธอ

“อะไรคะ?”

“ลูกตะกร้อ”

“ไม่เห็นเหมือนลูกตะกร้อเลยเหมือนลูกบอลมากกว่า”

“นี่แหละเขาเรียกลูกตะกร้อ”

เธอวางปลาตะเพียนลงข้างตัว แล้วถอดหมวกออก ยืนขึ้น ทำท่าเดาะกับโหม่งลูกตะกร้อเล่นอย่างสนุกสนาน รู้สึกคลายความเสียใจและอารมณ์แช่มชื่นขึ้นมาได้บ้าง

“นั่นอะไรคะ?”

เธอถามอีก เมื่อเห็นเขายังสานอะไรแปลก ๆ ต่อ

“ยื่นแขนมาสิ”

เธอยื่นแขนทั้งสองข้างออกไปอย่างว่าง่าย ชายสูงวัยนำของสิ่งนั้นวางทาบไปบนข้อมือซ้าย

“อุ๊ย! นาฬิกา...คุณลุงทำเก่งจังเลย ทำอะไรเป็นอีกบ้างคะ?”

“แค่นี้แหละ”

“อันนี้คือของเล่นสมัยคุณลุงหรือคะ ทำไมมันน่ารักจังเลย หนูเคยเห็นจากภาพยนตร์รู้จักแต่มอญซ่อนผ้ากับม้าก้านกล้วย”

“เด็กสมัยนี้เค้าไม่เล่นกันหรือ?”

“ไม่ค่ะ ไม่ค่อยได้เล่น มีแต่เรียน ๆ เรียน แล้วก็เรียนพิเศษ ถ้าจะเล่นก็เล่นโทรศัพท์แทน”

“อ่อ งั้นตั้งเตก็คงไม่รู้จักสินะ”

“อะไรนะคะตั้งเต”

เอียงคอถามพร้อมทำคิ้วย่นกับชื่อเรียกแปลก ๆ นึกภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร

 

ผู้อาวุโสใช้ไม้ขีดช่องสี่เหลี่ยมลงบนพื้นดิน โดยเขียนตัวเลขกำกับไว้ข้างใน บอกให้เธอไปเก็บก้อนหินขนาดเล็กเหมาะมือมาให้

“อันนี้ใช้ได้ไหมคะ?”

“ได้ มะ มายืนตรงนี้”

จับเธอหันหลังแล้วบอกวิธีการละเล่น

“โยนก้อนหินข้ามหัวไป ไม่ต้องไกลมาก”

ยืนกอดอกสอนวิธีการเล่นอยู่ข้าง ๆ

“เอาใหม่ใช้ไม่ได้ ให้ตกภายในช่องห้ามเลยกรอบ ดี! ทีนี้ยืนขาเดียว กระโดดไปทีละช่องแต่ข้ามช่องที่มีก้อนหินนี้ไป ตรงนี้วางสองเท้าได้.....กลับหลังหัน มาเหมือนเดิม ก้มเก็บก้อนหินขึ้นมา ห้ามเอาขาลง กระโดดข้ามไป...เก่งมาก”

“สนุกจังเลยค่ะคุณลุง”

ท่าทางรื่นเริงและใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใสของเธอกลับคืนมาอีกครั้ง และมันก็สร้างความประทับใจให้กับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

รุ้งขวัญ ชื่อนี้ดูเหมาะสมกับเธอดี ไม่รู้ใครเป็นคนตั้งให้ สายรุ้งหลากสีอันงดงามสดใสหลังฝนตกใหม่ ที่ พลอยทำให้หัวใจแห้งแล้งของใครบางคนรู้จักกับความชุ่มฉ่ำไปด้วย

 

สาวน้อยวิ่งกลับมาหลังจากเล่นสนุกจนเหน็ดเหนื่อย ใช้กระบวยตักน้ำในหม้อดินเผาดื่มแก้กระหาย แล้วไปนั่งเก้าอี้ที่เก็บได้จากกองขยะฝั่งตรงข้ามมองเจ้าของบ้านที่นั่งกินข้าวเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อย

“กินมั้ย?”

เอ่ยถามขึ้นโดยไม่เงยหน้ามา เมื่อหางตาเห็นว่าถูกจ้องมองอยู่

“ไม่ค่ะ” 

‘จ๊อก ๆ จ๊อก ๆ’

เสียงท้องร้องขึ้นมาเบา ๆ คิดว่าคงไม่ได้ยินเพราะนั่งห่างกัน

“ไม่หิวหรือ?”

“ไม่ค่ะ หนูยังไม่หิว”

‘โครก...คราก’

ทีนี้มันส่งเสียงประท้วงหนักขึ้นกว่าเดิมจนเขาหันมามองแล้วยกไหล่พร้อมเสียงหึในลำคอ รุ้งขวัญทำหน้าไม่ถูก รู้สึกอายมากที่เสียมารยาทจึงก้มลงทำมือพันกันอยู่บนตัก

“น้ำพริกผักนึ่งคงกินไม่เป็นสินะ กลับบ้านไปเถอะเดี๋ยวค่อยมาใหม่”

สาวน้อยลุกขึ้นยืนวิ่งหนีกลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว แล้วตลอดบ่ายนั้นก็ไม่ได้กลับมากวนอกกวนใจเขาอีกเลยไม่รู้เพราะสาเหตุใด

 

กิจวัตรประจำวันของชายสูงวัยต่อเนื่องกันไปไม่เคยหยุด เริ่มตั้งเช้ามืดตอนตีสี่ นำผักที่เก็บไว้ในเย็นวานไปส่งแม่ค้าเจ้าประจำในตลาด รอใส่บาตรพระ บางวันขี้เกียจทำอาหารก็หิ้วกับข้าวสำเร็จรูปติดมือเข้ามาด้วย

หลังทานอาหารเช้าก็เข้าไปทำงานในสวนผักอย่างขยันขันแข็งจนถึงตอนสาย เมื่อแดดเริ่มแรงก็กลับเข้ามาผลัดผ้าอาบน้ำ ทานข้าวกลางวันเสร็จก็ซักชุดทำงานตาก นอนกลางวันหนึ่งงีบที่แคร่ข้างบ้านหรือศาลาท่าน้ำ ถ้ามีงานสานกระเป๋าที่ไปรับคนอื่นมาก็จะทำถึงเย็น หากวันไหนคนจ้างไม่มีงานให้ก็จะคัดแยกขยะที่เก็บมา

ตอนเย็นรดน้ำแปลงผักและเก็บผักเตรียมไปส่งในวันรุ่ง เข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ตื่นมาอีกทีกลางดึกก็จูงจักรยานเก่า ๆ ไปเที่ยวเก็บขยะตามถนนหนทางเพื่อนำมาขายจนถึงเวลานำผักไปส่งก็กลับเข้ามาอีกที

ทุกอย่างดำเนินมาเป็นระยะเวลาหลายปีก่อนรุ้งขวัญจะเข้ามาในชีวิตเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ที่ทำให้ความเป็นอยู่อันเรียบง่ายของเขาวุ่นวายขึ้นนิดหน่อย นาฬิกาที่เดินอยู่ตามเวลาของมันกลับหมุนเร็วขึ้นกว่าเดิม ความเบื่อหน่ายซ้ำซากจำเจที่เคยเป็นอยู่ในทุกเมื่อเชื่อวันกลับมีสีสันสดใส

โลกใบเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ขยายใหญ่ขึ้น และเขาเองคงไม่รู้ตัวว่า ความมืด ความเหงา ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย และความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่อยู่เป็นเพื่อนกันมานาน ค่อย ๆ ทยอยเก็บข้าวของออกจากวิมานแห่งนี้ไปทีละน้อย

เนื้อหาโดย: ว.วลัยพรรณ
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: wvalai
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แห่แชร์!! ภาพครุฑเขมร ของจริงเป็นแบบนี้ อย่าหาเคลมของไทยอีกแบล็คการ์ดที่ลิซ่าถือ ไม่ใช่ใครจะมีได้ ต่อให้มีเงินก็ตาม10 มหาลัยที่สอบเข้ายากที่สุด ใครเข้าได้ถือว่าสุดยอดมากๆย้ายทะเบียน ขอเลขที่บ้าน ทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องไปอำเภอแล้วมีอีก ใดๆ ล้วนในโลกเขมรร้านอาหารเขมร ในต่างประเทศ ต้องมีคำว่าไทยต่อท้าย ถึงจะมีคนเข้าไปกินไม่น่าเชื่อ กัมพูชาเคยยื่นเสนอขึ้นทะเบียน วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีต่อ UNESCO!กระเป๋าหลุยส์วิคตอง ก็บ่รอด !!! อีลวดลายนี้ มีมานานแล้วบนกำแพงนครวัด พวกสูเชื่อกันบ่ ?ปลาหยก ( Jade Perch ) ปลาเอเลี่ยนอีกชนิดหนึ่ง เริ่มถูกพบเจอในธรรมชาติบ้านเราแล้ว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
ถ้าไม่มีฉัน… ep1สัญญาณสื่อรักสองใจหนึ่งดวงความหมายของ"ยันต์เสือคู่"มีอะไรบ้าง
ตั้งกระทู้ใหม่