โรคซึมเศร้ากับภาวะเครียดจากการทำงาน

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ต้องยอมรับช่วงนี้มีคนเข้ามาปรึกษาเยอะมากจริงๆ ส่วนมากเข้ามาปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องที่ทำงาน การตัดสินใจเรื่องการเงิน การงาน กับการเดินทาง // ภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น // ค่าใช้จ่ายรายวันสูงขึ้น // แต่รายได้กลับมีเท่าเดิม ค่าแรง เงินเดือนมีเท่าเดิม // เงินเดือนไม่ขึ้น โบนัสไม่มี ฯลฯ และอีกต่างๆ มากมายปัญหาที่ล้วนแต่เป็นภาวะที่ก่อให้เกิดเป็นอาการเครียดสะสม จนเกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด
วันนี้ แอดมินขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของ "ความเครียดเรื่องงาน กับ ภาวะโรคซึมเศร้า" ฟังๆ ดูจากหัวข้อแล้วไม่คิดว่า ความเครียดเรื่องงานจะส่งผลในระยะยาวก่อให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้าได้อย่างใด แต่หากพิจารณาจริงๆ แล้ว ปัญหาทุกอย่าง หากเราไม่มีวิธีการจัดการอย่างเหมาะสม ไม่ถูกที่ถูกเวลาและถูกกับบุคคล ปัญหาทุกอย่างอาจจะเป็นปัญหาที่สะสมและก่อให้เกิดโรคซึมเศร้าได้
แอดมินขออนุญาตนำเอาประสบการณ์ของผู้ที่เข้ามาปรึกษา มาแชร์ให้ผู้อ่านทุกท่านฟัง น้องท่านนี้ด้วยนิสัยส่วนตัว เป็นคนน่ารัก มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลืองานผู้อื่นอยู่เสมอ ใครให้ทำอะไรก็ไม่เคยปฏิเสธ ...แต่มาระยะหลังๆ น้องเริ่มไม่มีความสุขกับการทำงาน ไม่อยากไปทำงาน ทำงานด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวตลอด ด้วยความที่น้องเป็นคนไม่พูด ไม่ปฏิเสธ จึงทำให้หลายๆ ส่วน หลายๆ ฝ่าย ไม่เกรงใจ อยากให้ทำอะไรก็ใช้ให้น้องทำ โดยที่น้องเองก็ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ ถึงแม้ว่างานนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับงานตัวเอง หรือว่างานนั้นน้องเองก็ไม่ได้ถนัดที่จะทำ แต่ก็เต็มใจช่วย
ยิ่งนานวัน ภาระ หน้าที่ และความรับผิดชอบของน้องก็มากขึ้น ซึ่งมากขึ้นจากงานที่คนอื่นเอามาสุมกองให้ จนเกิดเป็นหน้าที่หลักขึ้นมา น้องเก็บเอาปัญหามาคิด มาเครียดเอง จนสางปัญหาทั้งหมด สลัดปัญหาทั้งหมดออกไปไม่ได้ เก็บมาครุ่นคิด เครียด จนส่งผลให้น้องเองรู้สึกไม่สบายใจ ไม่อยากมาทำงาน ในที่สุด น้องจึงตัดสินใจพูดคุยกับหัวหน้างาน ว่าน้องรู้สึกอย่างไรบ้าง ความเครียด ความกดดันต่างๆ ที่น้องได้รับมาจากไหนบ้าง แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของน้องจะไม่เป็นผลเลย หัวหน้างานเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่น้องพูด แต่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดน้อง แต่ก็ยังปลอบน้องต่อไปว่า ใครๆ เขาก็เครียดกันทั้งนั้น ไม่ใช่มีแต่น้องคนเดียวที่เครียด ยิ่งเราเครียดแสดงว่าเราโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว พร้อมที่จะรับงานใหม่ งานที่ใหญ่ขึ้นแล้ว
เหนือสิ่งอื่นใด การที่น้องได้พูดออกไป ปัญหาอาจจะอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่น้องได้ทำลงไป คือการที่ตัดสินใจพูดออกไปนั้น ทำให้น้องสบายใจขึ้น ในขณะที่ปัญหาต่างๆ ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม แต่สิ่งที่ทำให้น้องสบายใจคือ ทุกคนจะได้ไม่ต้องมาคาดหวังว่า งานที่ให้ทำมันจะดี มันจะได้อย่างที่ทุกคนต้องการ เพระมันคือสิ่งที่น้องไม่ได้ถนัด เป็นการไม่ให้ความหวัง และลดการคาดหวังของทุกคนลง
อย่าปล่อยให้ปัญหาที่เราคิดว่าเล็กๆ น้อยๆ มันสะสม จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ แล้วส่งผลไม่ดีกับเราในอนาคตเลย หากหาวิธีการจัดการกับปัญหาดู แอดมินเชื่อว่า ด้วยสถานการณ์บ้านเมืองของเราตอนนี้ คงไม่ได้มีแค่น้องคนเดียว ที่เจอปัญหาแบบนี้ แต่คงมีอีกหลายๆ คนที่เจอแบบน้อง แอดมินอยากขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนมีสติ ต่อสู้กับปัญหา และจัดการปัญหาทุกอย่างได้เป็นอย่างดีและลงตัวที่สุด หากคุณมีปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก สามารถทักมาหาแอดมินเพื่อพูดคุยกันได้นะ
หากคุณไม่มีใคร คุณยังมีเรา
Healing Heart
ภาพโดย: Freepik.com
ติดตามเพจได้ที่ ==>> https://www.facebook.com/thehealingatheart/
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
ถอดรหัสเลขเจาะใจ "ลุงหวัง" งวด 1 กันยายน 2569
เลขปฏิทินจีน งวด 1 กันยายน 2569 เจาะสถิติความถี่ 0–9 ผ่าฤกษ์วันอังคารคัดชุดเด่น 3 ตัวตรง
เรื่องฝาแฝดที่คนมักเข้าใจผิด
หยุดดื่มแล้วหงุดหงิดเป็นอาการถอนเหล้าหรือเปล่า?
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด
ทำไมลูกบาสเกตบอลถึงเป็นสีส้ม
วัดคณิกาผลของยายแฟงมีที่มาอย่างไร?
ทำไมประเทศไทยจึงมีฤดูร้อนยาวกว่าหลายประเทศ และอะไรเป็นตัวกำหนดฤดูกาลของไทย
ทำไมคนทำงานบนเครื่องบินต้องระวังมะเร็งมากขึ้น?
ดราม่าเดือด! ไบเกอร์มาเลย์ประกาศบอยคอตเที่ยวไทย ปมถูกปรับที่หาดใหญ่
เปิดรายได้จริงของธุรกิจรายการทีวี เงินจากโฆษณาไหลเข้าบริษัทปีละเท่าไร
เรื่องฝาแฝดที่คนมักเข้าใจผิด
จับหนุ่มนักบินข้ามจังหวัด หลบด่านตรวจ สิ้นท่าคาซอยตันข้างโรงพัก
หยุดดื่มแล้วหงุดหงิดเป็นอาการถอนเหล้าหรือเปล่า?


