เหตุผลที่คนเกาหลียุคใหม่เลือกที่จะอยู่ก่อนแต่ง
เขียนโดย tyuoi
เหตุผลที่คนเกาหลียุคใหม่เลือกที่จะอยู่ก่อนแต่ง
สถานะการอยู่ร่วมกันของคนเกาหลีในปัจจุบัน
ตามรายงานของสถาบันสุขภาพและสังคมแห่งเกาหลี โดยการสำรวจเมื่อปี 2019 จากผู้ชายเกาหลี 1,140 คนและผู้หญิงเกาหลี 1,324 คนที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 44 ปี
ซึ่งทั้งหมดยังไม่ได้แต่งงานค่ะ โดยผู้หญิงโสดมากกว่า 51% ตกลงที่จะอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากปี 2015 ค่ะ
แต่ในทางตรงกันข้ามมีผู้หญิง 52.3% ที่ต่อต้านการอยู่ร่วมก่อนแต่งงานจากคู่รักที่ไม่ได้ตั้งใจหรือจริงจังที่จะแต่งงานตั้งแต่แรก แต่สำหรับผู้ชายเกาหลีกลับมองว่าเห็นด้วยกับการอยู่ด้วยกัน แม้สุดท้ายคู่นั้นจะแต่งงานกันหรือไม่ก็ตามค่ะ
ผู้ชายเกาหลีมากกว่า 77% ที่เข้าร่วมการสำรวจบอกว่าพวกเขาจะอาศัยอยู่กับแฟนก่อนแต่งงาน
และ 56.5% เห็นด้วยกับทัศนะของการอยู่ร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องแต่งงานค่ะ
จากข้อมูลแสดงให้เห็นว่า "ช่องว่างระหว่างชายและหญิงเกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องการอยู่ร่วมกันแสดงให้เห็นว่าสังคมปัจจุบันยังคงมีมุมมองเชิงลบมากมายเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันโดย
ไม่มีจุดประสงค์ในการแต่งงานและผู้หญิงต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายทางอคติมากกว่าผู้ชาย" ค่ะ
ทำไมคนเกาหลียุคใหม่ถึงเลือกอยู่ด้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ?
1. เพื่อศึกษานิสัยใจคอ
แน่นอนว่าคู่รักเกือบทุกคู่มักจะแสเดงภาพลักษณ์ที่ดีต่อกันและกัน,
ไม่ค่อยทะเลาะกัน แต่ในความเป็นจริงมีคู่รักหนุ่มสาวจำนวนมากในเกาหลีที่หย่าร้างไม่นานหลังจากแต่งงานด้วยเหตุผลเพราะว่านิสัยของพวกเขาไม่เข้ากันค่ะ
เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้คนหนุ่มสาวเกาหลีถือว่าการอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงานเป็นสิ่งจำเป็น
เมื่ออยู่ด้วยกันชั่วระยะเวลาหนึ่งจะทำให้เข้าใจนิสัยที่ดีและไม่ดีของกันและกันได้อย่างเต็มที่ และจะสามารถตัดสินใจว่าพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงมันให้เหมาะกับกันและกันได้หรือไม่ค่ะ
นอกจากนี้หลังจากแต่งงานแล้วหากหย่าร้างก็อาจจะทำให้เกิดข้อเสีย แต่การอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกว่านิสัยไม่เข้ากันและเลิกกันไปคนมองว่าเป็นเรื่องปกติ
ดังนั้นการอยู่ร่วมกันจึงเปรียบเสมือนบททดสอบก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิตค่ะ
2. ภาระทางสังคม
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คู่รักตัดสินใจอยู่ร่วมกันเพราะว่าราคาบ้านในเกาหลีเพิ่มขึ้นทุกวันและสร้างภาระให้กับคู่รักหนุ่มสาวค่ะ
ในปี 2020 รายได้เฉลี่ยของครัวเรือน 4 คนที่อาศัยอยู่ในโซลเท่ากับ 57 ล้านวอนต่อปี แต่ราคาเฉลี่ยของอพาร์ตเมนต์ในโซลมากกว่า 900 ล้านวอน
หรือถ้าคิดง่ายๆคือถ้าทำงานโดยไม่ใช้เงินจะต้องทำงานเป็นเวลา16 ปีถึงจะซื้อบ้านได้ซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากๆสำหรับคนยุคนี้ค่ะ
นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการจัดงานแต่งงานก็แพงมากเช่นกัน ราคาถูกที่สุดอยู่ที่ประมาณ 15-20 ล้านวอน ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายมากมายสำหรับเครื่องแต่งกาย, แต่งหน้า, ฮันนีมูน,
ภาพถ่ายงานแต่งงาน ฯลฯ ดังนั้นก่อนจะเตรียมตัวแต่งงานอย่างเป็นทางการ คู่รักที่รักจึงเลือกที่จะอยู่ร่วมกันในห้องพักเพื่อลดต้นทุน ซึ่งเป็นวิธีลดแรงกดดันและยังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสบายใจค่ะ
การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับแนวคิดการอยู่ก่อนแต่ง
เพื่อความต้องการส่วนตัว?
ปัจจุบันมีกลุ่มออนไลน์ประมาณ 2,000 ถึง 3,000 กลุ่มที่พูดคุยเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน แน่นอนว่ามีหลายคนที่มองว่านี่เป็นหนทางในการหาคู่ชีวิตที่แท้จริง
แต่ผู้ชายและผู้หญิงบางคนมีเป้าหมายเพื่อเรื่องทางเพศโดยใช้การอยู่ร่วมกันเป็นข้ออ้าง นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงความหมายของการอยู่ร่วมกันที่สังคมรับรู้ค่ะ
ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่มีเงินมากพอสำหรับจ่ายค่าเช่าและค่าครองชีพสำหรับคน 2 คนเมื่ออยู่ด้วยกัน และผู้หญิงขี้เหงาที่มีเงินตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อความต้องการของตัวเองค่ะ
ดังนั้น ในเกาหลีจึงมีคำพูดว่า "애완남" ที่หมายถึงผู้ชายที่ว่างงาน หรือคนว่างงานในวัย 20-30 ปี ซึ่งยอมที่จะอยู่กับผู้หญิงที่ร่ำรวย
โดยผู้หญิงจะจ่ายเป็นเงินเดือนสำหรับผู้ชายประมาณ 1.5 - 3 ล้านวอน และผู้ชายจะทำอาหาร ซักผ้า ฯลฯ ทำงานบ้านแทนผู้หญิงเมื่ออยู่ด้วยกันค่ะ
ทำให้การรับรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันได้กลายเป็นอาชีพหรือแย่กว่านั้น
เป็นสภาพแวดล้อมสำหรับการซื้อบริการทางเพศ ทำให้หลายคนมีอคติที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ค่ะ
สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรม
จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯ
ประเทศที่ “อาจหายไปจากแผนที่โลก” ในอนาคต
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วย
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทย
พบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ
ประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"
อย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัว
ประเทศที่คน “ใช้ชีวิตอยู่กับงูเห่าได้แบบปกติ”
ประเทศ "ยิ้มง่าย" ที่สุดในโลกในปี 2026 (ไทยได้อันดับ 3)
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว






