ภาพถ่ายเก่า ผู้หญิงในสมัยสาธารณรัฐจีน, แต่งกายด้วยชุดกี่เพ้า
1. สาวงามยืนอยู่ในสวน, หุ่นดี, มือหนึ่งอยู่ข้างหลัง มือข้างหนึ่งอยู่ด้านหน้า
2. ผู้หญิงที่ร่ำรวยและมีอำนาจของสาธารณรัฐจีนคนนี้ แต่งตัวดี, ใบหน้าสง่างาม ผู้หญิงธรรมดาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
3. ผู้หญิงคนนั้นเอนตัวพิงกรอบประตู ตัวสูง สง่างาม, เต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะ ถึงแม้ภาพจะเบลอ แต่ก็ยังเห็นเธอยิ้มอย่างมีความสุข
4. ถ่ายภาพหมู่นักเรียนหญิง โรงเรียนมัธยมศึกษาสตรีเทียนจิน สาธารณรัฐจีน หญิงสาวในภาพเต็มไปด้วยพลัง ยิ้มแย้ม
5. ผู้หญิงคนนั้นผมสั้นสลวย ยิ้มแย้ม สวยมาก. เธอสวมเสื้อแขนสั้น สง่างาม วันที่บนภาพถ่ายแสดงให้เห็น ภาพนี้ถ่ายเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2484
6. ผู้หญิงเป็นแฟชั่น สง่า และสวยงาม ผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหน เป็นจุดสนใจของฝูงชน
7. ใบหน้ารูปไข่ของหญิงสาว, สง่างามและผ่าเผย เผยให้เห็นความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสตรีแห่งสาธารณรัฐจีน
8. ถ่ายรูปหมู่สามสาวทันสมัยแห่งสาธารณรัฐจีน สวมเสื้อคลุม แต่งตัวเก๋ไก๋, น่าประทับใจ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70






