10 สัตว์สีรุ้งธรรมชาติที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด / 10 Most Amazing Naturally Rainbow Coloured Animals
สัตว์บางตัวโชคดีเมื่อพูดถึงเรื่องสีสัน ทั้งนกสีสันสดใส แมลงหลากสี และสัตว์บางชนิดก็โชคดีมากกว่า ที่พวกมันมีทุกสีภายใต้ดวงอาทิตย์ เพื่อดึงดูดคู่ครอง และนี้คือสัตว์ที่มีสีสันที่สุดในโลก ซึ่งดูเหมือนรุ้งที่มีชีวิต
10. Rainbow Leaf Beetle
แมลงปีกแข็ง ที่มีถิ่นกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศแถบยูเรเชียส่วนใหญ่ ตั้งแต่นอร์เวย์ไปจนถึงอิตาลีตอนเหนือ และจากอุสสูรี่ตะวันออกไปจนถึงสโนว์โดเนีย (เวลส์)ตะวันตก ด้วงนี้สามารถพบได้ในป่าไม้ ทุ่งหญ้า และบนภูเขาสูงกว่า 600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
โดยทั่วไปแล้วตัวเมียจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ มีความยาวระหว่าง 5.5–10 มิลลิเมตร และเปลือกมีสีสันโดดเด่น โดยปกติแล้วจะเป็นสีเขียวเมทัลลิก มีแถบยาวสีน้ำเงินและสีแดงสามแถบ มีการสะท้อนแสงสีทอง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียก
9. Chameleons
กิ้งก่าที่ค่อนข้างมีความเชื่องช้า อีกทั้งยังถือว่าเป็นกิ้งก่าที่สามารถเปลี่ยนสีได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย เพื่อใช้ในการพรางตัว กิ้งก่าคาเมเลี่ยนหากินและใช้ชีวิตในเวลากลางวัน ขณะที่กลางคืนจะเป็นเวลาพักผ่อน เซลล์เม็ดสีก็จะพักการทำงานด้วย
ดังนั้นในเวลากลางคืน สีต่าง ๆ ของกิ้งก่าคาเมเลี่ยนจะซีดลง บางตัวอาจจะซีดเป็นสีขาวทั้งตัว กิ้งก่าคาเมเลี่ยนมีทั้งหมดด้วยกันประมาณ 140–150 สปีชีส์ และในปัจจุบัน ได้รับความนิยมอย่างยิ่งในการนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง
8. Rainbow Anise Swallowtail Butterfly
ผีเสื้อขนาดใหญ่ที่สวยงาม กว้าง 52–80 มม. ขอบปีกมีสีดำและจุดสีเหลือง และมีแถบสีเหลืองขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง ทำให้ผีเสื้อมีลักษณะส่วนใหญ่เป็นสีเหลือง จุดเด่นคือสีน้ำเงินที่ขอบด้านล่างของปีก และส่วนหางที่เป็นลักษณะเป็นแฉก
ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ รูปแบบสีสันอาจแตกต่างกันไป แม้ว่าผีเสื้อหลายชนิดจะมีสีเหลือง ส้ม แดง เขียวหรือน้ำเงินบนปีก ความแตกต่างทางเพศและสีตามฤดูกาลก็มีส่วนเช่นกัน
7. Cuckoo wasp
แมลงจำพวก ผึ้ง, ต่อ, แตน โดดเด่นด้วยสีเมทัลลิกสดใสบนตัว ซึ่งเป็นแมลงมีความหลากหลายมากที่สุดในภูมิภาคทะเลทราย คำว่าตัวต่อคัคคู หมายถึงพฤติกรรมที่คล้ายนกคัคคู โดยที่ตัวต่อมักจะแอบวางไข่ในรังของแมลงชนิดอื่น
เพื่อให้ลูกๆของมันฟักตัวแล้วกินลูกเจ้าของรังเป็นอาหาร ซึ่งไข่หรือตัวอ่อนของต่อคักคูเติบโตเร็วมาก และจะฟักเป็นตัวก่อนไข่ของเจ้าของรัง ทำให้พวกมันสามารถกินไข่ ตัวอ่อนและแย่งอาหารเจ้าของรังได้อย่างง่ายดายนั่นเอง
6. Wattle Cup Caterpillar
หนอนผีเสื้อกลางคืนที่ดูดุร้าย เป็นตัวอ่อนของมอด Wattle Cup พบแพร่หลายในภาคเหนือของออสเตรเลีย ลำตัวมีสีเขียวแกมเหลืองสดใส มีแถบบนหลังสีแดงขอบสีน้ำเงิน และแถบสีน้ำเงินที่มีจุดสีแดงด้านข้าง
หนอนมีขาที่สั้นและเคลื่อนไหวเหมือนทากที่ส่วนล่างของร่างกาย และจุดเด่นคือมีหนามแหลม และตุ่มจำนวนมากอยู่รอบๆ ตัว ซึ่งมีเหล็กในต่อยที่ทรงพลังมาก ถูกอธิบายว่ารุนแรงกว่าถูกต่อสามตัวเสียอีก
5. Cotton Harlequin Bug
แมลงสีสดใสและปีกนูนที่เงาเหมือนโลหะ ยาวประมาณ 20 มม. ตัวเมียที่โตเต็มวัยส่วนใหญ่เป็นสีส้ม ส่วนตัวผู้มีทั้งสีน้ำเงินและสีแดงหรือสีส้ม ในขณะที่ตัวอ่อนมักจะมีสีเขียวและสีม่วง โดยในทุกช่วงอายุของแมลงชนิดนี้ สามารถคายของเหลวที่มีกลิ่นฉุนเมื่อถูกคุกคาม
ซึ่งป้องกันและยับยั้งนกได้อย่างดี แต่ไม่ใช่สำหรับแมลงที่กินสัตว์อื่น แมลงสามารถพบได้ในออสเตรเลียตะวันออก นิวกินี และหมู่เกาะแปซิฟิกหลายแห่ง โดยมีแหล่งที่อยู่อาศัยตั้งแต่เขตเมือง ไปจนถึงพื้นที่เกษตรกรรมและชายฝั่ง
4. Golden Jumping Spider
หนึ่งในสายพันธุ์แมงมุมกระโดด สกุล Chrysilla สามารถพบได้ในป่าฝน จากพม่าไปยังประเทศจีน พม่า และเวียดนาม แม้ว่าจะรู้จักกันมาตั้งแต่ปี 1887 แต่ก็มีการอธิบายเฉพาะตัวอย่างจากเพศผู้เท่านั้น
ตัวผู้จะเรียวมาก แต่เชื่อว่ามีความยาวประมาณ 5 มม. เปลือกของมันเป็นสีส้มแดง มีแถบขวางระหว่างตาสีฟ้าอมขาวและสีรุ้งแคบๆ ส่วนท้องมีสีน้ำตาลเข้มและปกคลุมไปด้วยขนสีบรอนซ์หนาแน่น ขาคู่แรกมีสีน้ำตาลแกมเหลือง
3. Rainbow lorikeet
สายพันธุ์นกแก้วที่สามารถพบได้ในประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ไปจนถึงตอนใต้ของประเทศออสเตรเลีย รวมไปถึงรัฐแทสเมเนีย โดยตัวโตเต็มวัยที่มีความยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร
มีน้ำหนักประมาณ 75-157 กรัม มีจงอยปากโค้งแหลมคม ลิ้นยาวและปลายลิ้นเหมือนแปรง ขนบนตัวมีหลากหลายสี ทั้งสีฟ้า สีเหลือง สีเขียว สีแดง สีม่วง เป็นนกที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง ด้วยความฉลาดน่ารัก ไม่ชอบอยู่นิ่งและเป็นมิตรกับคน
2. Mantis shrimp
สัตว์ทะเลเปลือกแข็ง ที่กินเนื้อเป็นอาหาร ในไฟลัมครัสตาเซียน ทั่วไปมีรูปร่างคล้ายกุ้งผสมกับตั๊กแตนตำข้าว ลำตัวยาวคล้ายตะขาบ ยาวประมาณ 4 นิ้ว ในขณะที่บางตัวสามารถยาวได้ถึง 15 นิ้ว มีหลากหลายสี ตั้งแต่เฉดสีน้ำตาลไปจนถึงสีสันสดใส
ซึ่งถูกค้นพบแล้วกว่า 450 สายพันธุ์ มักอาศัยอยู่ในทะเลโคลน หรือ บริเวณปากแม่น้ำ หรือตามแนวปะการัง และพบได้ถึงระดับความลึกกว่า 1,500 เมตร มักใช้เวลาส่วนใหญ่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มหินหรือโพรงที่ซับซ้อนบนพื้นทะเล
1. Cortez rainbow wrasse
สายพันธุ์ของปลานกขุนทองพื้นเมือง ทางภาคตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก จากบาจาแคลิฟอร์เนียไปจนถึงเปรู เช่นเดียวกับรอบหมู่เกาะกาลาปาโกส เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในแนวปะการัง ตั้งแต่ระดับพื้นผิวจนถึงระดับความลึก 210 ฟุต
นอกจากนี้ยังสามารถพบได้ในตู้ปลาสวยงาม ปลาสายพันธุ์นี้สามารถยาวได้ถึง 15 ซม. โดยมีแถบสีเหลืองที่ตัดกับสีอื่นๆอย่างมาก แต่ดูเหมือทุกสีจะเรืองแสงได้
หวย AI ได้วิเคราะห์เลข น่าจะออกรางวัล งวด 2 มกราคม 2569
ทำไมประเทศในเอเชียกลางต้องลงท้ายด้วย "สถาน"
จาก "ยาโด๊ป" ราชสำนักสู่ขนมโปรดของคนทั่วโลก: เจาะลึกประวัติศาสตร์และคุณประโยชน์ของช็อกโกแลต
คนที่มี EQ ต่ำมักทำ 6 สิ่งนี้ ในวันที่ 1 มกราคมเสมอ!!
ปิดฉากดราม่าอีสปอร์ตไทย! ‘ก้อง Cheerio’ รับสารภาพเป็นสแตนด์อินให้ Tokyogurl ปมทุจริตซีเกมส์ 2025
แม่ชาวจีนช็อก ชายวัย 19 กลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในเขมร
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ ส่วนข้อคิดประจำวันก็คือ ถ้าดื่มหนักมาสองวันแล้ว วันนี้พักบ้างก็ดีเด้อ ขอบคุณครับ
คำทำนายพิเศษจาก "บาบา วังกา" สำหรับปี 2026
กัมพูชา!ไม่พอใจ “อินเดีย” หลังประกาศวีซ่าฟรีเฉพาะคนไทย
เรือรบจีนติดตั้งขีปนาวุธ YJ-20 สุดเทพของโลก!!
บอยแบนด์วัย 23 ผงาดเบอร์ 1 กัมพูชา! "เอริญ Ino" คว้าตำแหน่งชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งปี
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
แม่ชาวจีนช็อก ชายวัย 19 กลายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในเขมร
ร้านทอง ทำไมถึงใช้คำว่า ห้างทอง ทั้งที่ไม่ใช่ ห้างสรรพสินค้า
3 กิจกรรมง่ายๆ ที่ช่วยทำให้เด็กมี IQ เยอะกว่าเพื่อนๆในวัยเดียวกัน
ญี่ปุ่นออกประกาศเตือนภัยหิมะตกหนัก! ถนนในโตเกียวอาจกลายเป็นน้ำแข็ง
ย้อนวันวานปี 2530 เมื่อการล้างรูปยังต้องพึ่งร้านถ่ายรูป ความทรงจำก่อนยุคดิจิทัล
Bir Tawil แผ่นดินอาถรรพ์ที่ไม่มีใครอยากครอบครอง
มหาราชาอินเดียผู้รับเด็กโปแลนด์ 640 ชีวิตกลางสงครามโลก
เผ่าลึกลับกลางแอมะซอน จากสายตาของช่างภาพที่บังเอิญเจอโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์
จากเด็กขโมย Snickers สู่ The Rock เรื่องจริงของการขับไล่ปีศาจช็อกโกแลต
🇹🇭 ภาพประวัติศาสตร์ 1 มกราคม 2514 — ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงถ่ายทอดความรู้ด้านการทหาร แด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ณ ภูพิงคราชนิเวศน์