แบงค์ในสมัย ร.8 ยุวกษัตริย์ของไทย

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร
พระองค์เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2478 ขณะที่มีพระชนมพรรษาเพียง 9 พรรษา
และประทับที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ
รัชกาลที่ 8 ยุวกษัตริย์ของไทย ที่ทรงครองราชย์
(2 มีนาคม พ.ศ. 2478 - 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489)
อยู่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2
(1 ก.ย.2482 - 2 ก.ย.2488)
สงครามโลกครั้งที่ 2 มีผลต่อแบงค์ไทย
ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2485 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเนื่องจากความจำเป็นของสงครามมหาเอเชียบูรพา และการที่ประเทศไทยต้องจำยอมเข้าร่วมเป็นสัมพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่น ได้มีผลกระทบกระเทือนต่อการเงินของประเทศในขณะนั้นและภายหลังเป็นอย่างมาก กล่าวคือ การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศต้องหยุดชะงักลง ทุนสำรองเงินตราที่เก็บไว้ในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาก็ถูกกักกัน ไม่สามารถนำมาใช้หนี้ระหว่างประเทศได้ นอกจากนี้ประเทศไทยยังต้องยอมรับภาระหลายประการ อันเป็นผลทำให้เสถียรภาพเงินบาทอยู่ในสภาพไม่มั่นคงพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 นี้ ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในการออกกฎกระทรวง ควบคุม จำกัด หรือห้ามการปฏิบัติกิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับการปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ในการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบคุมดูแล
เนื่องจากในช่วงปลายสงครามซึ่งกระดาษและหมึกพิมพ์มีอยู่อย่างจำกัด คุณภาพและสีของธนบัตรจึงไม่ดีเท่าที่ควร และจากขนาดธนบัตรที่เล็กกว่าธนบัตรทั่ว ๆ ไป
พิมพ์ในประเทศไทย 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2488 โดยโรงพิมพ์เอกชนที่มีผลงานอยู่ในระดับมาตรฐานขณะนั้น
ในขณะนั้น บางครั้งประชาชนจึงเรียก "แบงก์ขนมโก๋"
เมื่อสงครามมหาเอเชียบูรพายุติลงในเดือนสิงหาคม 2488 รัฐบาลไทยได้สั่งพิมพ์ธนบัตรไปยังบริษัท โทมัส เดอ ลา รู จำกัด อีกครั้ง แต่โรงพิมพ์ของบริษัทได้รับความเสียหายจากสงคราม ไม่สามารถพิมพ์ให้ได้
รัฐบาลไทยจึงติดต่อให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจัดพิมพ์ธนบัตรให้ชั่วคราว โดยโรงพิมพ์ธนบัตร กระทรวงการคลัง (Bureau of Engraving and Printing, Treasury Department) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ทำแม่แบบแม่พิมพ์ธนบัตร และว่าจ้างให้บริษัท ทิวดอร์ เพรส จำกัด (Tudor Press Inc.) เป็นผู้พิมพ์
ด้านหน้าเชิญพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเมื่อทรงพระเยาว์เป็นภาพประธาน และภาพพระปฐมเจดีย์เป็นภาพประกอบของแต่ละชนิดราคา
ส่วนด้านหลังเป็นภาพรัฐธรรมนูญประดิษฐานเหนือพานแว่นฟ้า มี 5 ชนิดราคา ได้แก่ 1 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท และ 100 บาท
เริ่มออกใช้เมื่อพุทธศักราช 2489 ในรัชกาลที่ 9 เนื่องจากธนบัตรแบบแปดสั่งพิมพ์ในรัชกาลที่ 8 แต่ส่งเข้ามาถึงประเทศไทย
เมื่อเดือนตุลาคม 2489 ซึ่งขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว
ขอบคุณข้อมูลภาพ
เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือน
5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทย
กาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอด
ประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชีย
ประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ที่ไม่มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน
ปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชา
ทำไมต้อง "กบต้องร้องในฝนเดือนหก" เปิดความลับที่ซ่อนอยู่ในเพลงรักฉบับ "รุ่งเพชร แหลมสิงห์"
รีวิวหนังดัง PREDATOR BADLANDS พรีเดเตอร์ แดนเถื่อน
ชนสนั่นจุดยูเทิร์นเมืองสุราษฎร์ นักเรียน ม.5 เสียชีวิต
ทำไมกระปุกออมสินส่วนใหญ่ ทำเป็นรูป "หมู"
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
รีวิวหนังดัง PREDATOR BADLANDS พรีเดเตอร์ แดนเถื่อน
ชนสนั่นจุดยูเทิร์นเมืองสุราษฎร์ นักเรียน ม.5 เสียชีวิต




































