หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 16 กันยายน 2564 รางวัลที่1 070935
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เปิดเส้นทางลดโลกร้อน แนวความคิด ป่าชุมชนกับคาร์บอนเครดิต คืออะไร เรามาทำความรู้จักกัน

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าอุณหภูมิโลกกำลังสูงขึ้น เป็นเหตุผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไม่ว่าจะเกิดฝนฟ้าพายุที่ตกจนมากเกินไป น้ำท่วม ดินถล่ม หรือ แม้กระทั้งฝนที่ไม่ตกเลยในบางพื้นที่จนเกิดภัยแห้งแร้ง และตามมาด้วยไฟป่า ที่เผาไหม้ทำลายพื้นที่หลายๆ ข่าวที่เราเห็นทั่วโลก ปัญหาที่กล่าวมาเกิดขึ้นทั่วโลกหลายประเทศ หลาย ทวีบ  รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญภัยธรรมชาติทั้ง แห้งแร้งก็มี พายุฝนฟ้าคะนอง น้ำป่า น้ำล้นเขื่อนที่มากเกิดพอดี  ส่วนมากผลกระทบจะตกไปทางด้านภาคการเกษตรจนเกิดวิกฤตเป็นวงกว้างเกือบทั่วประเทศ

     มีการรายงานว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียสทางด้าน (IPCC) ระบุว่าโลกเหลือเวลาอีกเพียง 10 ปีเท่านั้นที่จะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไปกว่านี้ ในภาพใหญ่ของไทยจะมีส่วนแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างไรได้บ้าง หลายคนพุ่งประเด็นไปที่ป่าไม้ เพราะถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการป้องกันและแก้ปัญหาโลกร้อนเป็นหลัก แต่ดูเหมือนการทำลายป่าจะรุดหน้าเร็วกว่าอุณหภูมิที่กำลังสูงขึ้น จากข้อมูลกรมป่าไม้ ระบุว่า ปี 2504 พื้นที่ป่าของไทยมีอยู่ 171.02 ล้านไร่ หรือ 53.33 % ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ปี 2557 นั้นเหลือเพียง 102.28 ล้านไร่ หรือ 31.62 % เท่านั้น เมื่อทรัพยากรมีจำกัด คำถามแสนคลาสสิกคือ “คนกับป่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร” เพราะข้อเท็จจริงหนึ่งที่ทราบกันดีคือมีการตั้งรกรากถิ่นฐานและใช้ประโยชน์จากป่าโดยชุมชนท้องถิ่นมายาวนาน แต่ในช่วงเวลาอันสั้นที่ผ่านมา อย่างน้อยก็หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 มีการประกาศใช้นโยบาย กฎหมาย และการบริหารจัดการทัพยากรที่ดิน– ป่าไม้หลายฉบับ ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิและประโยชน์ของชุมชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาให้คนอยู่กับป่าได้อย่างสมบรูณ์และถูกต้อง แล้วใช้ป่าให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด ดังนั้นจึงต้องมีข้อกฏหมายบังคับออกมาใช้บ้างเพื่อควบคุมการทำร้ายทำลายธรรมชาติ สำหรับคนที่รุกล่ำพื้นที่ป่ามากเกินไป บางครั้งก็นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่าง “คนกับป่า” จึงทำให้เกิดแนวคิดเรื่อง “ป่าชุมชน” ขึ้น

สำหรับ “ป่าชุมชน” คืออะไร?

ป่าชุมชน หรือ Community Forest หมายถึง การกำหนดกลไกที่สำคัญที่เป็นช่องทางให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ จัดการ ฟื้นฟูให้ป่ามีความสมบูรณ์เพิ่มขึ้น และมีการใช้ทรัพยากรและผลผลิตจากป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความมั่นคงแห่งชีวิตของคนในชุมชน ภายใต้ข้อเท็จจริงว่าชีวิตของชุมชนนั้นขึ้นอยู่กับความอยู่รอดของป่า ไม่ว่าจะในเรื่องแหล่งน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ ชุมชนจะรักษาป่า ก็ต่อเมื่อพวกเขาเห็นความสำคัญของป่าที่มีต่อชีวิตของพวกเขา และได้ร่วมกันเป็นเจ้าของป่าในชุมชนของตนเอง

แนวคิดเรื่อง ป่าชุมชน นั้นเกิดขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว โดยเป็นทางเลือกในการจัดการทรัพยากรนิเวศป่าไม้โดยมีชุมชนเป็นฐาน แต่การออกกฎหมายจากภาครัฐมารับรองเรื่อง ป่าชุมชน นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยแนวคิดการออกกฎหมายเกี่ยวกับป่าชุมชน นั้นมีมายาวนานตั้งแต่ช่วงปี 2531 ผ่านการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปหลายสมัย

อย่างไรก็ตามการออกกฎหมายเรื่องป่าชุมชนก็ใช้เวลายาวนานถึง 28 ปี ในการดำเนินการ กว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.ป่าชุมชนปี 2562 ได้ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีโอกาสเข้ารับหน้าที่สานต่องานเรื่องป่าชุมชนจากได้เร่งรัดให้มีการออกกฎหมาย              อนุบัญญัติ จำนวน 32 ฉบับ ปัจจุบันบังคับใช้แล้ว 4 ฉบับ เพื่อส่งเสริมนโยบายป่าชุมชน รวมทั้งสนับสนุนให้ชุมชนเกิดความตื่นรู้ในความสำคัญของป่าไม้ ความสัมพันธ์ที่มีค่าระหว่างชุมชนกับป่าในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ที่มีต่อชีวิตและชุมชนของพวกเขา

นับตั้งแต่ปี 2543 กรมป่าไม้มีการอนุมัติโครงการป่าชุมชนไปแล้วจำนวน 15,337 แห่ง ในพื้นที่ 17,442 หมู่บ้าน จำนวนพื้นที่มากกว่า 7,634,261 ไร่ และมีป่าชุมชนที่ผ่านการอนุมัติตาม พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 แล้วทั้งหมด 11,327 แห่ง ในพื้นที่ 13,028 หมู่บ้าน จำนวนพื้นที่กว่า 6,295,054 ไร่

นอกจาก “ป่า” จะมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ยังมีความสำคัญในภาพรวมของการแก้ไขปัญหาสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Change) จากความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากกับ “คาร์บอนเครดิต” (Carbon credit) หรือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้จากการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด ที่เรียกว่า CMD (Clean Development Mechanism)

“คาร์บอนเครดิต” (Carbon credit) คือ สิทธิที่เกิดจากการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากการที่บุคคลหรือองค์กรได้ดำเนินโครงการหรือมาตรการที่มีเป้าหมายเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หรือก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งสิทธิดังกล่าวนี้ สามารถวัดปริมาณและสามารถนำไปซื้อขายในตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตได้  สำหรับประเทศไทยมีการจัดตั้งองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีชื่อภาษาอังกฤษว่า “Thailand Greenhouse Gas Management Organization (Public Organization :TGO) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์หลักในการวิเคราะห์ กลั่นกรองและทำความเห็นเกี่ยวกับการให้คำรับรองโครงการที่ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด รวมทั้งติดตามประเมินผลโครงการที่ได้รับคำรับรอง ส่งเสริมการพัฒนาโครงการและการตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิต

     โดยการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้นั้นถือว่ามีความสำคัญกับกระบวนการเพิ่มปริมาณคาร์บอนเครดิตโดยตรง ตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ T-VER โดย TGO จะเป็นผู้ให้การขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER และรับรองปริมาณคาร์บอนเครดิต ซึ่งสามารถใช้ซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศพัฒนาแล้วที่มีพันธกรณีต้องลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้พิธีสารเกียวโตกับประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนาที่ดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้กลไก CDM และในอนาคตปริมาณคาร์บอนเครดิตจะเป็นสิ่งที่สำคัญในการค้าและความร่วมมือระหว่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากโลกจำเป็นต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อลดวิกฤตอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันมีความสำคัญต่ออนาคตของโลกและมวลมนุษย์

ความสำคัญและความรับผิดชอบเหล่านี้ ถือว่าพวกเราทุกคน มีหน้าที่ที่จะต้องดูแล อนุรักษ์ ส่งต่อพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ รวมไปถึงการดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับลูกหลานต่อไป 

(ขอบคุณที่มา https://www.topvarawut.com/)

(ขอบคุณที่มา https://bit.ly/3tfh2gJ)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ธรรมชาติบำบัด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: มยุรี สวยงาม, ธรรมชาติบำบัด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ตกใจหนักมาก!ส่องชีวิตปัจจุบัน"ปาน"เปิดคลิปก่อนเผา! โหดกว่าไทย เมียหลวงเผาเมียน้อยทั้งเป็นก็มาดิค้าบ! หยอง ผนึกกำลังกั​บ ป๋าเทพ ไลฟ์​จัดหนัก ประกาศก้องรับเป็นสลิ่ม กูพยายามจะเป็นพวกมึงแล้ว เป็นไม่ได้จริงๆ​ (คลิป)​ทึ้งหนักมาก!15 ภาพที่จะทำให้คุณเชื่อว่า ความเพอร์เฟคท์มีอยู่จริง.พระเอกใหม่ช่อง 7 หน้าเหมือน หมากปริญ มาก!!!สุดหลอน คู่รักถ่ายภาพ เซลฟี่หน้ากระจก ก่อนโฟกัสผิดจุดทั้งโซเชียล‼️ทำใจก่อนดู!13 ดาราเด็กสุดปังที่คุณอาจไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาโตเป็นหนุ่มสาวกันแล้วสื่อดังเผยแพร่การ์ตูนล้อเลียนสุดแรง! แบบว่าคงไม่คิดจะมองหน้สกันอีกตลอดชีวิต.เมื่อ กิ๊ฟซ่า กิ๊ฟซี่ แนนนี่ และ เบลล์ รวมตัวกันในปาร์ตี้วันเกิดเล็กๆ ของเพื่อนในแก๊ง บรรยากาศเกิร์ลกรุ๊ปยุค 2000 ก็ลอยมาโดนอีกแล้ว! "เก๋ไก๋ สไลเดอร์" โดนชาวเน็ตจับโป๊ะ หลังเลิกกับ "สไปร์ท SPD" เพราะมีคนใหม่?ท้อป 15 มหาลัยใน "อาเซียน"เตรียมปิดร้าน! "ไข่เจียวหมีปีนครัว" ผาตรอมใจอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ธปท. พิสูจน์แล้ว แบงค์พันที่โคราช สรุปแบงค์จริง! แต่ถูก "สารเคมี"ชาวเน็ตแฉ! งบ 1.3 ล้าน "ซ่อมสะพานลอย" แต่เสร็จแค่ซุ้ม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด มือถือ Gadget เทคโนโลยี
"คริสตา แมคออลิฟ" คุณครูอวกาศคนเเรกของโลก !!ซุปเปอร์จิ๋ว!!! หนุ่มน้อยทำเงินจากการรูปปลาวาฬจากกว่า 12 ล้านบาทออกไปแตะขอบฟ้า!!! เผยค่าตั๋วเที่ยวบินและระยะเวลาในการเดินทางของแต่ละบริษัทรถโดยสารไฟฟ้า MINE BUS เริ่มออกมาแล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่