ในสมัยราชวงศ์ชิงชาวต่างชาติกลายเป็นชาวจีนได้อย่างไร?
ในสมัยราชวงศ์ชิง ชาวต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศจีนและโอนสัญชาติเป็นชาวจีน โดยในช่วงต้นราชวงศ์ชิง เช่น โยฮันน์ อาดัม ชอลล์ ฟอน เบลล์ ชาวเยอรมัน, Ferdinand Verbiest ชาวเบลเยียม, Joachim Bouvet ชาวฝรั่งเศส, โทมัส เปเรย์รา ชาวโปรตุเกส, Giuseppe Castiglione ชาวอิตาลีและคนอื่นๆ ล้วนเป็นขุนนางในราชวงศ์ชิง สวมชุดขุนนางราชวงศ์ชิง ฝึกมารยาทจีน แม้ใช้ชีวิตตามวิถีของชาวจีน
โยฮันน์ อาดัม ชอลล์ ฟอน เบลล์ เปลี่ยนการแต่งกายของเขาเป็นแบบชาวจีนเมื่อเขาอายุได้ 30 ปี ใช้ชื่อภาษาจีน ดำรงตำแหน่งขุนนางชั้นต่างๆ ของราชวงศ์ชิง ในสมัยยงเจิ้งฮ่องเต้เขาได้เป็นถึง "หมอหลวง" ราชวงศ์ชิงกล่าวว่า โยฮันน์ อาดัม ชอลล์ ฟอน เบลล์มีความเสียสละต่อประเทศจีนเป็นอย่างมาก และทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศจีน และเพื่อตอบแทนในคุณงามความดีของเขา จึงให้เขาดำรงตำแหน่งขุนนางในตำแหน่งสำคัญ
ประเทศจีนโบราณไม่มีกฎหมายสัญชาติอย่างเป็นทางการ จนถึงต้นรัชสมัยเสวียนถง (ค.ศ. 1909) จึงกำเนิด "ข้อบังคับเกี่ยวกับสัญชาติ" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีน ข้อบังคับนี้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า: ชาวต่างชาติทุกคนที่ต้องการเป็นคนสัญชาติจีนจะได้รับอนุญาตให้ยื่นคำร้องเพื่อแปลงสัญชาติได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้: ต้องเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนมากว่าสิบปี; มีอายุมากกว่ายี่สิบปี, เป็นผู้ที่มีความสามารถตามกฎหมายของประเทศแม่, เป็นคนที่มีนิสัยดี, มีทรัพย์สินหรือทักษะทางศิลปะ, เป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองได้ตามกฎหมายของประเทศแม่ และผู้ที่ได้รับการแปลงเป็นสัญชาติจีนแล้วต้องถูกตัดสิทธิออกจากสัญชาติเดิม
ตามเงื่อนไขเหล่านี้ ทั้ง โยฮันน์ อาดัม ชอลล์ ฟอน เบลล์ และ Ferdinand Verbiest มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขจึงได้รับสัญชาติจีนอย่างไม่ยากนัก สำหรับบางคนที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขทั้งหมด ยังอาจจะมีการให้สัญชาติจีนในกรณีพิเศษก็ได้ สำหรับผู้ที่สร้างคุณูปการประโยชน์ให้กับประเทศจีน นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังสามารถเป็นพลเมืองจีนได้ใน 3 เงื่อนไขต่อไปนี้: ประการแรก หญิงต่างชาติหรือหญิงไร้สัญชาติแต่งงานกับชาวจีนในฐานะภรรยา ประการที่สอง มีชาวจีนเป็นพ่อเลี้ยงและอาศัยอยู่ด้วยกัน ประการที่สาม บุตรนอกกฎหมายของชาวจีนกับชาวต่างชาติสามารถกลายเป็นบุคคลสัญชาติจีนได้ทันที
ใครก็ตามที่ร้องขอการแปลงสัญชาติต้องประกาศว่า จะปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศจีนหลังการแปลงสัญชาติแล้ว
และยอมสละสิทธิของตนเองในสัญชาติเดิม ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสัญชาติต้องเขียนจดหมายค้ำประกัน และขอให้ชาวจีนผู้ทรงเกียรติ 2 คนในที่อาศัยอยู่ในประเทศจีนรับประกัน หลังจากนั้นก็รายงานต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร และส่งไปยังกระทรวงกิจการพลเรือนเพื่อขออนุมัติและประกาศ สุดท้าย จะได้รับใบอนุญาตเป็นหลักฐาน สำหรับผู้ที่ขอแปลงสัญชาติในต่างประเทศ ต้องรายงานต่อสถานกงสุลจีนในพื้นที่ และรายงานต่อรัฐมนตรีหรือรายงานโดยตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หลังจากนั้นโอนต่อไปยังกระทรวงกิจการพลเรือนเพื่อยื่นเรื่อง หลังจากทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ราชวงศ์ชิงก็จะยอมรับว่าเขาเป็นคนจีนแล้ว
ที่มา: https://www.guidaye.com/gsh/lishi/61780.html
เขียนโดย มะม่วงแอปเปิ้ล
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 สถานที่ที่เคยโด่งดังที่สุดในยุค 80–90 ก่อนค่อยๆ หายไปจากชีวิตคนไทย
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
ในยุคที่สื่อสามารถเข้าถึงง่าย เราควรห้ามลูกหรือสอนให้ลูกแยกแยะดี?
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ไขความลับ!จากใบชาเพียงต้นเดียว"เขียว ชาแดง ชาดำ" แตกต่างกันอย่างไร?
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
😃 ลองมาดูอีกครั้งกับภาพถ่ายหายากที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ บนโลกใบนี้ ที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน (ชุดที่ 4) 😊
แบบฉบับเพลงร็อก
หมู่บ้านที่หายไปใต้ผืนน้ำ เมื่อเขื่อนกลืนบ้านเกิดของผู้คน
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
สัมผัสเสน่ห์ความคลาสสิก เดินชิลล์รับลมบน "สะพานไม้แกดำ" มหาสารคาม


