หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่
ถ้าเราเดินเข้าไปในหมู่บ้านแห่งหนึ่งแล้วพบว่า บ้านยังตั้งอยู่ ประตูยังอยู่ ถนนยังอยู่ กำแพง และรั้วบางหลังยังอยู่ แต่กลับแทบไม่มีคนเดินผ่านเลย ความรู้สึกแรกอาจทำให้เรานึกถึง “หมู่บ้านร้าง” ในหนังสยองขวัญ แต่ในความเป็นจริง หมู่บ้านที่มีบ้านว่างจำนวนมากไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ลึกลับเสมอไป บางแห่งเกิดจากสงครามหรือภัยพิบัติ บางแห่งเกิดจากเหมืองหรือโรงงานปิดตัว แต่บางแห่งมีสาเหตุที่เงียบกว่านั้นมากคือ คนค่อยๆย้ายออกไปทีละคน
เมื่อคนรุ่นใหม่ออกจากหมู่บ้าน เพื่อไปเรียนหรือทำงานในเมือง คนรุ่นเก่าเสียชีวิต บ้านที่เคยมีครอบครัวอาศัยอยู่จึงค่อยๆกลายเป็นบ้านว่าง และเมื่อเวลาผ่านไปนานพอ หมู่บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงของผู้คน อาจเหลือเพียงบ้านเก่าๆเรียงรายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่เห็นปรากฏการณ์นี้ได้ชัดเจนมาก
▪️ญี่ปุ่นมีบ้านร้างจำนวนมากแค่ไหน ?
เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงภาพจากสถานที่ท่องเที่ยว ข้อมูลของสำนักงานสถิติญี่ปุ่นจาก Housing and Land Survey 2023 ระบุว่า ญี่ปุ่นมีที่อยู่อาศัยทั้งหมดประมาณ 65.05 ล้านหลัง และในจำนวนนี้มีบ้านว่างประมาณ 9.00 ล้านหลัง คิดเป็นประมาณ 13.8% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด ทั้งจำนวนบ้านว่าง และสัดส่วนบ้านว่างต่างทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีการสำรวจในรูปแบบนี้
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่า “บ้านร้างทุกหลังไม่มีใครแตะต้อง” เพราะคำว่า 空き家 (Akiya) ในสถิติญี่ปุ่นหมายถึง ที่อยู่อาศัยที่ไม่มีผู้พักอาศัยตามเงื่อนไขของการสำรวจ และรวมบ้านว่างหลายประเภท บางหลังรอขาย บางหลังรอให้เช่า บางหลังเป็นบ้านพักชั่วคราว และบางหลังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์เป็นเวลานาน
ดังนั้น บ้านว่าง 9 ล้านหลังไม่ได้เท่ากับบ้านผีสิง 9 ล้านหลัง แต่ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนปัญหาใหญ่ของญี่ปุ่นได้อย่างชัดเจนคือจำนวนบ้านเพิ่มขึ้นในขณะที่บางพื้นที่มีประชากรลดลง
▪️เหตุใดคนหาย แต่บ้านยังอยู่ ?
คำตอบมีหลายปัจจัย อย่างแรกคือ “การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมือง” ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา คนหนุ่มสาวจำนวนมากเดินทางออกจากพื้นที่ชนบท เพื่อไปเรียนและทำงานในเมืองใหญ่ เมื่อคนวัยทำงานย้ายออก จำนวนเด็กในพื้นที่ก็ลดลง เมื่อเด็กน้อยลง โรงเรียนอาจมีนักเรียนน้อยลงร้านค้าในชุมชนมีลูกค้าน้อยลง บริการต่างๆลดลง และเมื่อสิ่งอำนวยความสะดวกเริ่มหายไป คนรุ่นต่อไปก็ยิ่งมีแรงจูงใจที่จะย้ายออก จึงเกิดวงจรที่เรียกว่า
คนลดลง → บริการลดลง → ความน่าอยู่ลดลง → คนย้ายออกเพิ่มขึ้น
ในพื้นที่ที่เป็นชนบทห่างไกล กระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายสิบปี
อีกสาเหตุหนึ่งคือ “สังคมสูงวัย” เมื่อประชากรในหมู่บ้านมีอายุมากขึ้น เจ้าของบ้านจำนวนหนึ่งอาจเสียชีวิตหรือย้ายไปอยู่กับลูกหลาน บ้านจึงถูกทิ้งไว้โดยไม่มีคนอยู่อาศัย กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นหรือ MLIT ระบุว่า จำนวนบ้านว่างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากปัจจัยอย่างประชากร และจำนวนครัวเรือนที่ลดลง รวมถึงการเพิ่มขึ้นของบ้านที่เกิดจากการรับมรดก จึงมีบ้านจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นบ้านเดิมที่คนเคยอาศัยอยู่แล้วค่อยๆกลายเป็นบ้านว่าง บ้านของพ่อแม่กลายเป็นบ้านที่ลูกหลานไม่กลับมาอยู่ ลองนึกภาพครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังหนึ่งในชนบทมาหลายสิบปี ลูกๆเติบโต และย้ายไปทำงานในโตเกียวหรือเมืองใหญ่ ต่อมาพ่อแม่แก่ตัวลง เมื่อเสียชีวิต บ้านหลังนั้นตกทอดไปยังลูก แต่ลูกมีบ้าน และงานอยู่ในเมืองแล้ว เขาอาจไม่มีเหตุผลที่จะย้ายกลับมาอยู่ในบ้านเดิม บ้านจึงถูกปิดไว้ หนึ่งปีผ่านไป สองปีผ่านไป สิบปีผ่านไป บ้านหลังนั้นก็เริ่มเสื่อมโทรม และหากบ้านหลายหลังในชุมชนเกิดสถานการณ์เดียวกันพร้อมๆกัน ภาพที่เกิดขึ้นคือ ถนนทั้งสายเต็มไปด้วยบ้านที่ไม่มีคนอยู่ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ปัญหาบ้านร้างไม่สามารถแก้ด้วยการ “ขายบ้าน” เพียงอย่างเดียว เพราะบางพื้นที่แทบไม่มีคนต้องการย้ายเข้าไปอยู่ตั้งแต่แรก บ้านร้างไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน
สิ่งที่น่าสนใจคือ หมู่บ้านไม่ได้กลายเป็นเมืองร้างในวันเดียว มันมักเกิดขึ้นอย่างช้าๆ บ้านหลังหนึ่งว่าง จากนั้นอีกหลังหนึ่ง ร้านค้าแห่งหนึ่งปิด รถโดยสารมีเที่ยวลดลง โรงเรียนมีนักเรียนน้อยลง คลินิกหรือบริการบางอย่างย้ายออก คนสูงอายุบางส่วนเสียชีวิต คนวัยหนุ่มสาวไม่กลับมา จากหมู่บ้านที่เคยมีคนหลายร้อยคน อาจค่อยๆเหลือเพียงไม่กี่สิบคน จนในที่สุดบางแห่งอาจแทบไม่มีคนอาศัยอยู่อีกเลย
กระทรวง MLIT และกระทรวงกิจการภายใน และการสื่อสารของญี่ปุ่นสำรวจสถานการณ์ของชุมชนในพื้นที่ชนบท และพื้นที่มีข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ โดยผลสำรวจปี 2024 พบว่า ในพื้นที่ที่อยู่ในการสำรวจ ประชากรของชุมชนลดลงอย่างต่อเนื่อง และมี 296 ชุมชนที่กลายเป็นชุมชนไม่มีคนอาศัยอยู่ เมื่อเทียบกับการสำรวจก่อนหน้า ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่า “หมู่บ้านร้าง” ไม่ใช่เพียงเรื่องในภาพถ่าย แต่เป็นปรากฏการณ์ด้านประชากรที่เกิดขึ้นจริง
▪️หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ : เกาะโนซากิจิมะ
ถ้าอยากเห็นภาพของสถานที่ที่เคยมีผู้คนจำนวนมาก แต่วันนี้แทบไม่มีคนอยู่ โนซากิจิมะ (Nozaki Island) ในจังหวัดนางาซากิเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจมาก
ข้อมูลจากเว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของจังหวัดนางาซากิ ระบุว่า ในอดีตเกาะแห่งนี้เคยมีชุมชนถึง 3 แห่ง และมีผู้คนมากกว่า 600 คนอาศัยอยู่ แต่ปัจจุบันเกาะแทบไม่มีผู้พักอาศัยถาวร เหลือผู้ดูแลสถานที่เพียงเล็กน้อย บ้านที่ไม่มีเจ้าของอาศัยอยู่ และกำแพงหินของชุมชนเก่ายังคงปรากฏอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ลองจินตนาการว่า ครั้งหนึ่งมีเด็กเดินไปโรงเรียน มีชาวบ้านทำงาน มีครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ตามบ้าน แต่หลายสิบปีต่อมา บ้านเหล่านั้นกลับกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ไม่มีคนอาศัย สิ่งที่เหลืออยู่จึงไม่ใช่เพียงบ้านเก่า แต่เป็นร่องรอยของชุมชนที่เคยมีชีวิต
▪️ “หมู่บ้านร้าง” กับ “เมืองร้าง” เหมือนกันหรือไม่ ?
ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว บ้านร้าง หมายถึงบ้านที่ไม่มีผู้พักอาศัย หมู่บ้านร้างหรือชุมชนร้าง หมายถึง ระดับชุมชนที่มีคนอาศัยน้อยมากหรือไม่มีคนอยู่แล้ว ส่วนเมืองร้าง อาจมีขนาดใหญ่กว่ามาก และมักเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรม ตัวอย่างที่โด่งดังของญี่ปุ่นคือ เกาะฮาชิมะ หรือ “กุนกังจิมะ” (Gunkanjima) จังหวัดนางาซากิ แต่สาเหตุของฮาชิมะแตกต่างจากหมู่บ้านชนบททั่วไป
▪️กุนกังจิมะ : จากเกาะที่คนหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งสู่เกาะร้าง
เกาะฮาชิมะเคยเป็นชุมชนเหมืองถ่านหินที่มีประชากรหนาแน่นอย่างมาก เว็บไซต์ท่องเที่ยวทางการของจังหวัดนางาซากิ ระบุว่า ในปี 1960 ซึ่งเป็นช่วงรุ่งเรืองที่สุด เกาะมีประชากรราว 5,300 คน บนเกาะมีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆสำหรับการใช้ชีวิต แต่เมื่อญี่ปุ่นเปลี่ยนจากการใช้ถ่านหินไปสู่ปิโตรเลียม ความสำคัญของเหมืองถ่านหินก็ลดลง เหมืองบนเกาะปิดตัวลงในปี 1974 ผู้คนจึงทยอยออกจากเกาะ และฮาชิมะกลายเป็นเกาะร้าง
ภาพของอาคารคอนกรีตที่ถูกทิ้งร้างกลางทะเล ทำให้กุนกังจิมะมีบรรยากาศที่แตกต่างจากหมู่บ้านร้างทั่วไปอย่างมาก เพราะมันไม่ได้เป็นเพียงบ้านไม่กี่หลัง แต่เป็น ชุมชนอุตสาหกรรมทั้งแห่งที่หยุดทำงาน
▪️เหตุใดบ้านร้างถึงไม่ถูกทุบทิ้ง ?
คำถามนี้ดูเหมือนง่าย แต่จริงๆแล้วมีปัจจัยหลายอย่าง บางบ้านมีเจ้าของ บางบ้านมีทายาทหลายคน บางหลังเจ้าของเสียชีวิตแล้วแต่การจัดการมรดกยังไม่เรียบร้อย บางหลังอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีตลาดซื้อขาย บางหลังมีสภาพทรุดโทรมจนต้องใช้เงินจำนวนมากในการซ่อม และบางครั้งเจ้าของอาจไม่ต้องการลงทุนกับบ้านที่แทบไม่มีโอกาสสร้างรายได้
MLIT ระบุว่า บ้านที่ถูกปล่อยทิ้งไว้นานมีแนวโน้มเสื่อมสภาพ ทำให้การขายหรือให้เช่าทำได้ยากขึ้น และยังอาจกลายเป็นแหล่งปัญหาด้านสัตว์รบกวน ความปลอดภัยหรือการพังถล่มได้ ดังนั้น บ้านร้างจึงสามารถกลายเป็นปัญหาที่ “ยิ่งปล่อยไว้นาน ยิ่งจัดการยาก”
▪️บ้านร้างอาจกลับมามีชีวิตได้หรือไม่ ?
คำตอบคือ ได้ บ้านร้างบางหลังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ เช่น นำมาปรับปรุงเป็นบ้านพัก ร้านกาแฟ ที่พัก พื้นที่ทำงาน ศูนย์ชุมชนหรือบ้านสำหรับคนที่ต้องการย้ายเข้าสู่ชนบท
รัฐบาลญี่ปุ่นจึงมีมาตรการ และโครงการสนับสนุนการจัดการบ้านว่าง โดยเน้นทั้งการกำจัดบ้านที่อันตราย และการนำบ้านที่ยังใช้ได้กลับมาใช้ประโยชน์
MLIT ระบุว่า การแก้ปัญหาบ้านว่างควรดำเนินการตั้งแต่ก่อนบ้านจะเสื่อมสภาพจนกลายเป็นปัญหารุนแรง และสนับสนุนทั้งการใช้ประโยชน์ใหม่ และการจัดการหรือรื้อถอนบ้านที่ไม่สามารถใช้งานได้
ดังนั้น “บ้านร้าง” จึงไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีวันกลับมาใช้ได้” บางหลังอาจรอเพียงคนหนึ่งคนที่มองเห็นคุณค่าของมัน แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าบ้าน คือ “คน” จุดนี้อาจเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้ ถ้าหมู่บ้านมีบ้านว่างจำนวนมาก เราอาจคิดว่า “ก็แค่หาคนมาอยู่” แต่ในความเป็นจริง การดึงคนกลับเข้าสู่พื้นที่ชนบทไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนไม่ได้เลือกบ้านเพียงจากราคาหรือความสวย พวกเขายังต้องคิดถึงงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ร้านค้า ระบบขนส่ง อินเทอร์เน็ต บริการสาธารณะ และโอกาสทางสังคม หากหมู่บ้านมีบ้านราคาถูกมาก แต่ไม่มีงาน และเดินทางลำบาก คนจำนวนมากก็ยังไม่เลือกย้ายไปอยู่ จึงทำให้ปัญหาบ้านร้างเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างของสังคม มากกว่าปัญหาอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว
▪️บ้านร้างอาจกลายเป็น “หลักฐานของอดีต”
ถ้าเราเดินผ่านบ้านร้างหลังหนึ่ง เราอาจเห็นเพียงบ้านเก่า แต่ลองคิดอีกมุม บ้านหลังนั้นอาจเคยเป็นบ้านของครอบครัวหนึ่งเคยมีโต๊ะอาหาร เคยมีเด็กวิ่งเล่น เคยมีคนกลับบ้านหลังเลิกงาน เคยมีเสียงโทรทัศน์ในตอนกลางคืน เมื่อเจ้าของย้ายออก สิ่งเหล่านี้หายไป แต่ตัวบ้านยังคงอยู่ จึงเกิดภาพที่แปลกมาก สิ่งก่อสร้างยังอยู่ แต่ชีวิตที่เคยอยู่ในนั้นหายไปแล้ว อาจเป็นเหตุผลที่ภาพหมู่บ้านร้างทำให้คนรู้สึกทั้งน่ากลัว และเศร้าในเวลาเดียวกัน เพราะมันไม่ได้บอกเพียงว่า “ที่นี่ไม่มีคน” แต่มันกำลังบอกว่า “ครั้งหนึ่งที่นี่เคยมีคนอยู่มากกว่านี้” และนี่คือสิ่งที่ทำให้หมู่บ้านร้างน่าสนใจกว่าเรื่องผี
บ้านร้างอาจดูเหมือนสถานที่ลึกลับ แต่สาเหตุของมันกลับเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นในโลกจริง คนย้ายถิ่น ประชากรลดลง สังคมสูงวัย อุตสาหกรรมเปลี่ยนแปลง โรงงานหรือเหมืองปิด ชุมชนขาดบริการ บ้านถูกส่งต่อเป็นมรดก และสุดท้ายไม่มีใครกลับมาอยู่ เมื่อเหตุการณ์เล็กๆเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันเป็นเวลาหลายสิบปี ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นหมู่บ้านที่มีบ้านร้างเรียงรายเต็มไปหมด มันจึงเป็น “ความลึกลับที่อธิบายได้ด้วยประชากรศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์” มากกว่าจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ
บางครั้งธรรมชาติกลับมาแทนที่มนุษย์ เมื่อคนออกจากพื้นที่ ธรรมชาติก็เริ่มเข้ามาแทนที่ หญ้าขึ้นตามถนน เถาวัลย์พันรั้ว ต้นไม้ขึ้นใกล้บ้าน หลังคาเริ่มผุ กำแพงเริ่มแตกร้าว เมื่อเวลาผ่านไป บ้านอาจถูกกลืนเข้าไปในภูมิประเทศจนแทบมองไม่เห็น ซึ่งเป็นภาพที่พบได้ในพื้นที่ร้างทั่วโลก และทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนเมืองหรือหมู่บ้านถูกธรรมชาติ “ยึดคืน” แต่จริงๆแล้วมันเป็นเพียงกระบวนการตามธรรมชาติ เมื่อมนุษย์หยุดดูแลสิ่งก่อสร้าง สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็จะค่อยๆเปลี่ยนแปลงมัน
▪️อนาคตของหมู่บ้านเหล่านี้จะเป็นอย่างไร ?
มีอยู่สองทางหลักๆ บางแห่งอาจได้รับการฟื้นฟู บ้านเก่าถูกปรับปรุง คนรุ่นใหม่ย้ายเข้า นักท่องเที่ยวเดินทางมา ธุรกิจใหม่เกิดขึ้น และชุมชนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่บางแห่งอาจไม่สามารถฟื้นกลับมาได้ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประชากรลดลงมากจนไม่มีฐานเศรษฐกิจเพียงพอ ในกรณีเช่นนั้น การรักษาบ้านทุกหลังเอาไว้อาจไม่ใช่คำตอบบางหลังอาจต้องถูกรื้อ บางพื้นที่อาจถูกคืนให้ธรรมชาติ บางชุมชนอาจต้องรวมศูนย์บริการไปยังพื้นที่ที่มีคนมากกว่า และบางแห่งอาจเหลือไว้เพียงในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์ จากหมู่บ้านที่มีชีวิตสู่สถานที่ที่บอกเล่าเรื่องราว
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของหมู่บ้านร้างจึงไม่ใช่จำนวนบ้านที่ว่าง แต่คือคำถามว่า “คนหายไปไหน ?” บางคนย้ายเข้าเมือง บางคนเสียชีวิต บางคนสร้างครอบครัวที่อื่น บางอุตสาหกรรมหมดความสำคัญ และบางชุมชนไม่สามารถดึงคนรุ่นใหม่กลับมาได้ สุดท้าย บ้านยังอยู่แต่คนไม่อยู่แล้ว เกาะโนซากิจิมะที่เคยมีผู้คนมากกว่า 600 คน เหลือเพียงผู้ดูแลจำนวนน้อย กุนกังจิมะที่เคยมีคนประมาณ 5,300 คนในปี 1960 กลายเป็นเกาะร้างหลังเหมืองปิดในปี 1974 และในระดับประเทศ ญี่ปุ่นมีบ้านว่างประมาณ 9 ล้านหลังตามการสำรวจปี 2023
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เราเห็นว่า “หมู่บ้านร้าง” ไม่ใช่เพียงสถานที่น่ากลัวสำหรับการถ่ายภาพ แต่มันเป็นภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงของมนุษย์ เมื่อประชากรเคลื่อนย้าย เศรษฐกิจเปลี่ยน และสังคมมีอายุมากขึ้น สิ่งที่เหลืออยู่บางครั้งไม่ใช่เพียงตัวเลขในสถิติ แต่คือบ้านหลังหนึ่ง ถนนหนึ่งสาย โรงเรียนเก่า กำแพงหินหรือหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านที่ยังตั้งอยู่ แม้ผู้คนที่เคยสร้างมันขึ้นมาจะจากไปแล้ว
อ้างอิง:
1.https://www.stat.go.jp/english/
2.https://www.mlit.go.jp/en/
3.https://www.at-nagasaki.jp/
4.https://www.pref.nagasaki.jp/bunrui/kanko-kyoiku-bunka/kanko-bussan/kanko/
ภาพประกอบ: Pixabay
เขียนโดย Wisdom Insight
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว
สะเทือนใจกลางโหนกระแส! ลุงช้างเล่าชีวิตในศูนย์ เจอชายวัย 40 อยู่ยาว 10 ปี ไม่รู้จะกลับไปเริ่มชีวิตตรงไหน
เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีกัมพูชาเหลือ 3.5% ท่องเที่ยวทรุด-น้ำมันแพง ฉุดเศรษฐกิจหนัก
จากสนามรบถึงหน้าร้านค้า: 5 ทางที่สงครามอาจเดินทางมาถึงเรา
เจาะลึกเลขฟันธงตรงกัน ปะทะแนวทางฉีกกระแส 16 ตุลาคม 69
ศึกแบนหนังสือในสหรัฐฯ เดือดขึ้นทุกปี เด็กกำลังถูกปิดประตูสู่โลกแห่งการอ่านจริงหรือ
รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไร
รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้าม
ฟักทอง VS ทานตะวัน ใครเด่นเรื่องไขมันดี กินผิดอาจได้แคลอรีเกินไม่รู้ตัว
คนขับกุมขมับ! ผู้โดยสารนั่งจ้องมือถือจนเมารถ อ้วกเลอะเบาะเต็ม ๆ สื่อสารไม่เข้าใจ สุดท้ายต้องเร่งให้ลงจากรถ
"มาดามลิซ่า" ครองเทรนด์โลก! เริ่ดสุดๆ กับลุค Louis Vuitton..ทำเอาปารีสแฟชั่นวีกสั่นสะเทือน
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เวิลด์แบงก์หั่นจีดีพีกัมพูชาเหลือ 3.5% ท่องเที่ยวทรุด-น้ำมันแพง ฉุดเศรษฐกิจหนัก
แนะนำ Chi-Fuyo จอมเวทถูกเขี่ยทิ้ง คืนพลังทั้งหมด พลิกชีวิตสู่ตัวโกงสุดเดือด
ศึกแบนหนังสือในสหรัฐฯ เดือดขึ้นทุกปี เด็กกำลังถูกปิดประตูสู่โลกแห่งการอ่านจริงหรือ
เที่ยวญี่ปุ่นอย่าเผลอให้ทิป เงินที่ตั้งใจให้ อาจถูกพนักงานนำมาคืนถึงมือ
เปิดความเชื่อ ของยิ่งเก็บยิ่งจน เสื้อผ้าเก่ากองเต็มตู้ หลายคนเก็บจนลืมว่าเคยมี





