หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรงเรียนรัฐบาล vs โรงเรียนเอกชน ปี 2569 ต่างกันอย่างไร? เทียบค่าเทอม ค่าใช้จ่าย และการเรียนก่อนเลือกให้ลูก

เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง

 

เปิดเทอมทีไร คำถามที่ทำให้หลายบ้านต้องคิดหนักไม่ใช่แค่ “โรงเรียนไหนดัง” แต่คือ “ค่าใช้จ่ายจริงตลอดปีอยู่ที่เท่าไร และเหมาะกับลูกเราหรือไม่” ระหว่างโรงเรียนรัฐบาลกับโรงเรียนเอกชนมีความแตกต่างทั้งเรื่องค่าเล่าเรียน รูปแบบการเรียน การดูแลนักเรียน และค่าใช้จ่ายระหว่างปี แต่คำตอบไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าเอกชนดีกว่า หรือรัฐบาลประหยัดกว่าเสมอไป เพราะแต่ละโรงเรียนและแต่ละโปรแกรมมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน

บทความนี้ชวนผู้ปกครองเปรียบเทียบโรงเรียนรัฐบาลกับโรงเรียนเอกชนในปีการศึกษา 2569 แบบดู “ค่าใช้จ่ายรวม” ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดค่าเทอม พร้อมแนวทางถามโรงเรียนให้ครบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกจากความต้องการของเด็กและกำลังของครอบครัว ไม่ใช่เลือกเพราะแรงกดดันหรือภาพจำ

1. ต่างกันที่ใครบริหาร และรูปแบบการเรียน ไม่ใช่แค่ค่าเทอม

โรงเรียนรัฐบาลโดยทั่วไปอยู่ภายใต้หน่วยงานของรัฐ เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนโรงเรียนเอกชนดำเนินการโดยผู้รับใบอนุญาตตามกฎหมายโรงเรียนเอกชนและอยู่ภายใต้การกำกับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การบริหาร งบประมาณ และวิธีจัดบริการจึงต่างกัน แต่ทั้งสองแบบมีความหลากหลายสูงมาก

โรงเรียนรัฐบาลบางแห่งมีโปรแกรมพิเศษ ห้องเรียนภาษา ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ หรือกิจกรรมเสริม ขณะเดียวกันโรงเรียนเอกชนก็มีทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนไทยตามหลักสูตรแกนกลาง โรงเรียนสองภาษา และโรงเรียนนานาชาติ ดังนั้นคำว่า “รัฐบาล” หรือ “เอกชน” ยังไม่พอจะบอกว่าลูกจะได้เรียนอะไร ต้องดูหลักสูตรจริงของโรงเรียน ระดับชั้น และห้องที่สมัครด้วย

2. ค่าเทอมโรงเรียนรัฐบาลปี 2569 ฟรีทั้งหมดจริงหรือไม่?

คำว่า “เรียนฟรี” ไม่ได้แปลว่าไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในทุกกรณี กระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. สนับสนุนค่าใช้จ่ายการศึกษาขั้นพื้นฐานตามรายการและเกณฑ์ของรัฐ โดยคู่มือแนวทางปีงบประมาณ 2569 ระบุหมวดหลัก 5 รายการ ได้แก่ ค่าจัดการเรียนการสอน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การจัดสรรเป็นไปตามระดับชั้นและหลักเกณฑ์ของปีงบประมาณ

 

ข้อสำคัญคือเงินอุดหนุนดังกล่าวเป็นงบที่รัฐจัดสรรผ่านระบบและสถานศึกษา ไม่ควรเข้าใจว่าเป็นเงินสดก้อนเดียวที่ทุกครอบครัวจะได้รับเหมือนกัน หรือเป็นยอด “ค่าเทอม” ที่ครอบคลุมทุกบริการโดยอัตโนมัติ ครอบครัวอาจยังมีรายจ่ายเรื่องเดินทาง อาหารกลางวันหรืออาหารว่างบางมื้อ อุปกรณ์ส่วนตัว ชุดที่ต้องซื้อเพิ่ม กิจกรรมที่โรงเรียนจัด ตลอดจนค่าใช้จ่ายตามโปรแกรมพิเศษ ทั้งนี้ควรถามรายละเอียดและตรวจประกาศของโรงเรียนเป็นรายกรณี

สำหรับปี 2569 กระทรวงศึกษาธิการยังสื่อสารมาตรการช่วยลดภาระผู้ปกครอง เช่น พิจารณาลดหรือผ่อนผันการเก็บเงินบำรุงการศึกษา เพิ่มความยืดหยุ่นเรื่องเครื่องแบบลูกเสือและกิจกรรมที่ก่อค่าใช้จ่าย ตลอดจนลดงานหรือชิ้นงานที่ทำให้ครอบครัวต้องซื้อวัสดุโดยไม่จำเป็น มาตรการเหล่านี้เป็นแนวทางลดภาระ ไม่ได้หมายความว่าทุกโรงเรียนมีรายการเรียกเก็บเหมือนกัน หรือค่าใช้จ่ายเสริมทั้งหมดหายไป

ถ้าโรงเรียนรัฐบาลแจ้งยอดที่ต้องชำระ ควรขอรายละเอียดเป็นลายลักษณ์อักษรว่าเป็นค่าอะไร เก็บครั้งเดียวหรือรายภาคเรียน และเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นหรือเลือกเข้าร่วมได้ รวมทั้งถามว่ามีการผ่อนผันหรือยกเว้นสำหรับผู้ปกครองที่เดือดร้อนหรือไม่ การถามอย่างสุภาพและมีข้อมูลช่วยให้วางแผนได้ตรงกว่าเหมารวมว่าโรงเรียนรัฐ “ฟรีทุกอย่าง” หรือ “เก็บเงินได้ทุกอย่าง”

3. โรงเรียนเอกชนคิดค่าเทอมอย่างไร และต้องดูอะไรนอกจากยอดแรกเข้า?

โรงเรียนเอกชนไม่มีราคากลางเดียวที่ใช้ได้กับทุกแห่ง ค่าเล่าเรียนขึ้นกับระดับชั้น หลักสูตร ภาษา จำนวนชั่วโมงเรียน บริการดูแลเด็ก อุปกรณ์ ห้องปฏิบัติการ กิจกรรม และบริการเสริมของโรงเรียน บางแห่งเรียกเก็บรายภาคเรียน บางแห่งมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าลงทะเบียน ค่าประกันหรือเงินมัดจำ รวมถึงค่าใช้จ่ายเฉพาะโปรแกรม

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนมีระบบและแนวทางให้โรงเรียนจัดทำประกาศค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น โดยข้อมูลอาจระบุชั้นเรียนที่ได้รับหรือไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลจากรัฐด้วย ผู้ปกครองจึงควรขอประกาศค่าธรรมเนียมฉบับล่าสุดของชั้นที่จะสมัคร ไม่ใช้ตัวเลขจากโพสต์เก่าหรือคำบอกต่อแทนใบแจ้งค่าใช้จ่ายจริง

ก่อนชำระเงิน ให้แยกยอดในเอกสารเป็น 4 กลุ่ม: ค่าเรียนและค่าธรรมเนียมประจำ, ค่าแรกเข้าหรือเงินที่จ่ายครั้งเดียว, ค่าเลือกเสริม เช่น เรียนพิเศษ รถรับส่ง อาหาร หรือกิจกรรม, และเงินที่คืนได้หรือไม่ได้เมื่อย้ายโรงเรียน การเห็นยอดทั้งปีจะช่วยป้องกันความเข้าใจผิดจากตัวเลขโฆษณาที่บอกเฉพาะค่าเรียนพื้นฐาน

อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือโรงเรียนเอกชนบางประเภทหรือบางระดับชั้นอาจได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐตามเกณฑ์ ผู้ปกครองควรสอบถามว่าเอกสารประกาศแสดงยอดใดเป็นค่าธรรมเนียมเต็ม ยอดใดเป็นส่วนที่ได้รับอุดหนุน และยอดสุทธิที่ครอบครัวต้องจ่ายจริงเท่าไร อย่าสรุปว่าโรงเรียนเอกชนทุกแห่งไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ

4. ตารางเปรียบเทียบแบบสั้น: รัฐบาลกับเอกชน

• ค่าเรียนพื้นฐาน: โรงเรียนรัฐบาลมีงบอุดหนุนจากรัฐตามรายการและเกณฑ์ ส่วนโรงเรียนเอกชนใช้ประกาศค่าธรรมเนียมของแต่ละแห่ง ต้องดูยอดสุทธิของชั้นเรียน

• ค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม: โรงเรียนรัฐบาลอาจมีค่าเดินทาง อาหาร ชุด อุปกรณ์ หรือโปรแกรมเสริม โรงเรียนเอกชนอาจมีรายการแรกเข้า บริการเสริม และกิจกรรมต่าง ๆ มากน้อยต่างกัน

• หลักสูตร: ทั้งสองประเภทอาจมีหลักสูตรหรือโปรแกรมพิเศษ จึงควรดูตารางเรียน ภาษา ชั่วโมงเรียน และผลงานผู้เรียน ไม่ตัดสินจากป้ายชื่อประเภทโรงเรียน

• การดูแล: จำนวนเด็กต่อห้อง เวลาให้คำปรึกษา การสื่อสารกับครอบครัว และระบบช่วยเหลือนักเรียนแตกต่างกันในแต่ละโรงเรียน ควรไปเยี่ยมชมและสอบถามผู้ปกครองปัจจุบัน

• การเดินทาง: โรงเรียนที่ค่าเรียนต่ำกว่าอาจมีต้นทุนรถรับส่งหรือเวลาเดินทางสูงกว่า ให้ลองคำนวณค่าเดินทางและเวลาที่เสียไปตลอดปี

• ความเหมาะกับเด็ก: เด็กบางคนชอบการแข่งขันและกิจกรรมหลากหลาย บางคนเรียนได้ดีในสภาพแวดล้อมขนาดเล็กหรือใกล้บ้าน ไม่มีรูปแบบใดเหมาะกับเด็กทุกคน

5. ค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองมักลืมรวมในงบโรงเรียน

ค่าเทอมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการศึกษา ก่อนเลือกควรลองทำงบประมาณ 12 เดือนและใส่รายการเหล่านี้ให้ครบ

1) การเดินทาง: ค่าน้ำมัน รถรับส่ง รถสาธารณะ ค่าทางด่วน และเวลาของผู้ปกครองที่ต้องรับส่ง
2) อาหาร: ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง น้ำดื่ม และค่าใช้จ่ายวันกิจกรรมพิเศษ
3) เครื่องแบบ: ชุดประจำวัน ชุดพละ ชุดกิจกรรม รองเท้า ถุงเท้า และการซื้อเพิ่มเมื่อเด็กโต
4) อุปกรณ์การเรียน: หนังสือ สมุด เครื่องเขียน อุปกรณ์ศิลปะ เครื่องคิดเลข หรืออุปกรณ์ดิจิทัลตามที่หลักสูตรต้องใช้
5) กิจกรรม: ทัศนศึกษา ค่าย ชมรม แข่งขันกีฬา ดนตรี หรือกิจกรรมหลังเลิกเรียน
6) บริการเสริม: รถรับส่ง อาหารพิเศษ ดูแลหลังเลิกเรียน เรียนเสริม หรือบริการช่วงปิดภาคเรียน
7) ค่าธรรมเนียมครั้งเดียว: สมัครสอบ มอบตัว ลงทะเบียน เงินประกัน หรือค่าจองสิทธิ์ โดยต้องถามเงื่อนไขคืนเงิน
8) ค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง: วันประชุม วันรับส่งกิจกรรม และการลางานที่เกิดซ้ำ

ลองแยกค่าใช้จ่ายเป็น “จำเป็น”, “เลือกได้”, “จ่ายครั้งเดียว” และ “จ่ายซ้ำทุกปี” จากนั้นถามโรงเรียนว่าแต่ละรายการประกาศไว้ที่ใด หากรายการใดไม่ชัดเจนให้ขอคำตอบเป็นข้อความหรือเอกสาร จะได้เปรียบเทียบโรงเรียนสองแห่งด้วยฐานเดียวกัน

6. วิธีคำนวณงบจริงก่อนเลือกโรงเรียน

ใช้สูตรง่าย ๆ นี้: ค่าใช้จ่ายรวมต่อปี = ค่าเรียนและค่าธรรมเนียมสุทธิ + ค่าแรกเข้า/รายการครั้งเดียว + เดินทาง + อาหาร + ชุดและอุปกรณ์ + กิจกรรม/บริการเสริมที่เลือก + เงินสำรอง

จากนั้นคูณประมาณการอย่างน้อย 3 ปี ไม่ใช่มองแค่ปีแรก เพราะเมื่อลูกเลื่อนชั้น อาจมีค่าใช้จ่ายหนังสือ อุปกรณ์ หรือโปรแกรมเรียนที่เปลี่ยนไป ส่วนรถรับส่งและค่าอาหารก็เป็นรายจ่ายต่อเนื่อง หากเป็นเอกชนให้ขอประกาศค่าใช้จ่ายของระดับชั้นถัดไปด้วย หากเป็นรัฐบาลให้สอบถามว่ามีค่าใช้จ่ายของห้องเรียนพิเศษหรือกิจกรรมในปีต่อไปหรือไม่

ควรมีเงินสำรองอย่างน้อยสำหรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด เช่น เปลี่ยนอุปกรณ์หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่จำเป็น และอย่ากู้หรือฝืนงบระยะยาวเพียงเพื่อให้ลูกเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง หากค่าใช้จ่ายทำให้ครอบครัวตึงมือมาก ความเครียดทางการเงินอาจกระทบทั้งผู้ปกครองและเด็กได้

7. เช็กลิสต์ 10 คำถามที่ควรถามโรงเรียนก่อนสมัคร

1) ค่าใช้จ่ายรวมปีแรกและปีถัดไปมีรายการอะไรบ้าง?
2) ค่าธรรมเนียมเก็บรายภาคเรียน รายปี หรือครั้งเดียว และมีเงื่อนไขคืนเงินอย่างไร?
3) มีรายการใดเป็นค่าเลือกเสริมที่ไม่จำเป็นต่อการเรียนปกติ?
4) ชั้นเรียนหรือโปรแกรมนี้ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐหรือไม่ และยอดที่ครอบครัวจ่ายสุทธิคือเท่าไร?
5) ค่าใช้จ่ายของห้องเรียนพิเศษ ภาษา หรือกิจกรรมแตกต่างจากห้องปกติมากน้อยแค่ไหน?
6) หนังสือ อุปกรณ์ ชุด และอุปกรณ์ดิจิทัลต้องซื้อเองทั้งหมดหรือมีรายการสนับสนุน?
7) รถรับส่ง อาหาร และการดูแลหลังเลิกเรียนมีราคาและเงื่อนไขอย่างไร?
8) หากครอบครัวมีปัญหาการเงิน มีส่วนลด ผ่อนผัน ทุน หรือช่องทางขอความช่วยเหลือหรือไม่?
9) โรงเรียนสื่อสารกับผู้ปกครองเรื่องผลการเรียน พฤติกรรม และปัญหาสุขภาพใจอย่างไร?
10) เด็กจะเดินทางอย่างปลอดภัยและใช้เวลาไป-กลับวันละเท่าไร?

8. สรุป: ไม่มีคำตอบเดียวว่าโรงเรียนรัฐหรือเอกชนดีกว่า

โรงเรียนรัฐบาลอาจตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการลดภาระค่าเรียนพื้นฐานและพบโปรแกรมที่ตรงกับลูก ส่วนโรงเรียนเอกชนบางแห่งอาจมีหลักสูตร บริการ หรือสภาพแวดล้อมที่ครอบครัวต้องการ แต่ต้องประเมินค่าใช้จ่ายรวมและความต่อเนื่องในระยะยาวให้รอบคอบ ทั้งสองแบบมีโรงเรียนที่มีคุณภาพและมีความหลากหลาย ไม่ควรตัดสินจากคำว่า “รัฐ” หรือ “เอกชน” เพียงอย่างเดียว

ก่อนตัดสินใจ ลองพาลูกไปดูโรงเรียน สังเกตบรรยากาศและการมีส่วนร่วมของเด็ก พูดคุยกับครูหรือผู้ปกครอง และขอเอกสารค่าใช้จ่ายของปีการศึกษา 2569 โดยตรง หากต้องเลือกจากสองแห่ง ให้ทำตารางค่าใช้จ่ายรวม เวลาเดินทาง หลักสูตร การดูแล และความรู้สึกของลูก แล้วให้ความสำคัญกับสิ่งที่ครอบครัวรับไหวอย่างยั่งยืน

คำตอบที่ดีที่สุดไม่ใช่โรงเรียนที่แพงที่สุดหรือชื่อเสียงมากที่สุด แต่คือโรงเรียนที่ลูกเรียนรู้ได้อย่างปลอดภัย มีความสุข และครอบครัวดูแลค่าใช้จ่ายได้จริงในทุกปีการศึกษา

หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมเปลี่ยนแปลงได้ตามโรงเรียน ระดับชั้น และโปรแกรม ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางเปรียบเทียบ ไม่ใช่ใบแจ้งยอดของโรงเรียนใดโดยเฉพาะ ควรตรวจประกาศฉบับล่าสุดกับโรงเรียนก่อนสมัครหรือชำระเงิน

แหล่งข้อมูลหลัก:
1. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), แนวทางการดำเนินงานตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569: https://www.bopp.go.th/?p=10119 (เอกสาร PDF: https://www.bopp.go.th/wp-content/uploads/2026/01/แนวทางสนับสนุนค่าใช้จ่ายฯ-ปี-2569.pdf)
2. กระทรวงศึกษาธิการ, ข่าว/มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง ปี 2569: https://www.moe.go.th/moe-executive-meeting2-2569/
3. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.), แนวทางเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมโรงเรียนเอกชน: https://opec.go.th/news/detail/2404
เรียบเรียงและสังเคราะห์ข้อมูลใหม่ ไม่คัดลอกบทความจากเว็บไซต์อื่น
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งวัน พันกว่าเรื่อง
แหล่งข้อมูล: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) รายชื่อโรงเรียน EP ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค. 2569 https://opec.go.th/service/detail/50 และประกาศ Benjamarachalai English Program ปีการศึกษา 2569 https://www.br.ac.th/home2017/index.php/2022-06-04-04-37-06/936-benjamarachalai-english-program-brep-1-4-2569
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายและเกณฑ์รับสมัครอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจประกาศล่าสุดจากโรงเรียนก่อนสมัครหรือชำระเงิน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรสั่งปิดทันที! สบส.ลุยจัดการศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกาญจนบุรี เร่งพาคนที่เหลือออก ประสานครอบครัวรับกลับ“พุทธ อภิวรรณ” เข้า DSI ปมเงินบริจาคมูลนิธิกันจอมพลัง ยืนยันชัดโอน 4 แสนเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรงต้นพูด่างสามารถดูดสารพิษในบ้านจริงหรือเปล่ารู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569ลุงช้างเปิดใจวันแรกในศูนย์ดูแล ถูกถอดกางเกงใส่แพมเพิส ก่อนให้นอนเตียงกรงเหล็ก เผยสภาพชีวิตที่ต้องเจอเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยรู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรเด็กผวาหน้าโรงเรียน! ชายเดินไล่ขอเงิน 10-20 บาท อ้างไม่มีค่ารถกลับบ้าน แม่ค้าแฉไม่ได้เกิดครั้งแรก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ต้นพูด่างสามารถดูดสารพิษในบ้านจริงหรือเปล่า“พุทธ อภิวรรณ” เข้า DSI ปมเงินบริจาคมูลนิธิกันจอมพลัง ยืนยันชัดโอน 4 แสนเข้าบัญชีมูลนิธิโดยตรงสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/10/69เปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันลุงช้างเปิดใจวันแรกในศูนย์ดูแล ถูกถอดกางเกงใส่แพมเพิส ก่อนให้นอนเตียงกรงเหล็ก เผยสภาพชีวิตที่ต้องเจอ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ต้นพูด่างสามารถดูดสารพิษในบ้านจริงหรือเปล่าเปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันเปิด 3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในไทยรู้จัก จังหวัดขนาดเล็ก คนน้อย ดังมาก นักท่องเที่ยวเยอะตลอดทั้งปี แห่งเมืองสามหมอก
ตั้งกระทู้ใหม่