นิทานราชาศัพท์
วันนี้ผมมีนิทานเกี่ยวกับการใช้ราชาศัพท์เรื่องหนึ่ง ซึ่งอยากจะเล่าสู่กันฟัง ดังต่อไปนี้
ครั้งหนึ่งยังมีพระราชาพระองค์หนึ่ง ซึ่งโปรดการเสด็จเยี่ยมชาวเมืองที่อยู่ห่างไกลในชนบท เพื่อตรัสถามถึงทุกข์สุข เมื่อตรัสถามทุกข์สุขเขาเหล่านั้น ก็ทรงพบว่าชาวชนบทมักใช้ราชาศัพท์ผิด ๆ พลาด ๆ อยู่เสมอ ซึ่งพระองค์ ก็มิได้ถือสาหาความ เพราะทรงตระหนักดีว่าเขาเหล่านั้นเป็นคนบ้านนอก
แต่ครั้นแล้ววันหนึ่งพระราชาเสด็จเยี่ยมอาณาประชาราษฎรที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารตามเคย เมื่อตรัสถามทุกข์สุข ชายผู้หนึ่งกลับปรากฏว่าเขาผู้นั้น ทูลตอบใช้ราชาศัพท์ได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้อง เป็นเหตุให้พระราชาทรงรู้สึกแปลกพระทัย เลยตรัสถามออกไปว่า
“เป็นยังไงจึงพูดจาใช้ราชาศัพท์ได้ถูกต้องดี ผิดกับคนอื่น ๆ ?”
ชายผู้นั้นยกมือขึ้นถวายบังคมพร้อมกับทูลตอบอย่างคล่องแคล่วทันทีว่า
“ข้าพระองค์เล่นลิเกเป็นอาชีพ พระเจ้าข้า”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การแสดงลิเก ซึ่งสมัยหนึ่ง เรียกว่านาฏดนตรีก็นับว่ามีประโยชน์ไม่น้อย
ยังมีนิทานอีกเรื่อง ซึ่งอยากจะเล่าสู่กันฟังต่อไป
พระราชาพระองค์หนึ่งโปรดเสด็จประพาสป่าเป็นส่วนพระองค์ เพื่อทอดพระเนตรนกและสิงห์สาราสัตว์ เวลาเสด็จประพาสก็มีข้าราชบริพารโดยเสด็จตามสมควร
วันหนึ่งขณะเสด็จประพาสชมนกอยู่ในป่า โดยมีขุนนางผู้หนึ่งซึ่งมีความรู้ความชำนาญในเรื่องนกตามเสด็จไป อย่างใกล้ชิดเพื่อกราบทูลชี้แจงเมื่อตรัสถาม ขณะที่เสด็จ พระราชดำเนินห่างไกลจากคนอื่น ๆ ออกไปทุกที่ พระราชาเผอิญเหลียวไปทอดพระเนตรเห็นเด็กผู้หนึ่งเดินตามเสด็จมา ห่าง ๆ จึงตรัสถามขุนนางผู้นั้นขึ้นว่า
“เอ๊ะ นั่นใครมาด้วยล่ะ ?”
ด้วยความรู้สึกที่ยึดมั่นอยู่ตลอดเวลาว่า ขณะโดย เสด็จเช่นนี้จะต้องพูดจาใช้ราชาศัพท์ ขุนนางผู้นั้นเมื่อถูกถาม จึงทูลตอบโพล่งออกไปทันที่ว่า
“โอรสของข้าพระองค์เอง พระเจ้าข้า”
คำตอบของขุนนางผู้นั้นยังความขบขันได้บังเกิดแก่ พระราชาไม่น้อย และพระองค์ใคร่ที่จะสัพยอกให้ขบขันยิ่ง ขึ้น จึงรับสั่งพร้อมกับทรงพระสรวลน้อย ๆ ว่า
“ขอบพระทัย ที่ตรัสบอกให้ทราบ”
กลับมาพูดถึงการบรรยายเหตุการณ์ในเวลาถ่ายทอด ทางโทรทัศน์ต่อไปเป็นการปิดท้ายบทความตอนนี้
เท่าที่ผมเคยได้ยินได้ฟังและจดบันทึกไว้ในการเสด็จ พระราชดำเนินไปยังมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ขณะเสด็จพระราชดำเนินผ่านแถวนิสิตนักศึกษาทางมหาวิทยาลัยซึ่งตั้งแถว เรียงรายรับเสด็จอยู่ได้ยินโฆษกบรรยายว่า
“นิสิตนักศึกษาต่างก็ถวายคำนับขณะที่เสด็จพระราชดำเนินผ่าน”
ในกรณีเช่นนั้นน่าจะใช้ถวายบังคม เพราะนิสิตนักศึกษาเหล่านั้น ทั้งชายและหญิงล้วนแต่งกายแบบพลเรือน อันเป็นเครื่องแบบของมหาวิทยาลัยแห่งนั้นกันอยู่ทั้งสิ้น ไม่มีใครแต่งกายแบบทหารเลยสักคนเดียว
ก่อนจบ ต้องขอแถมท้ายด้วยเรื่อง “อย่า” ซึ่งมี คลาดเคลื่อนด้วยเข้าใจผิดคือที่ผมเขียนไว้ว่าหาคำว่า “หย่า” ในพจนานุกรมไม่พบนั้น ความจริงในพจนานุกรมมีคำนี้ หย่า หมายถึง ร้าง, เลิกเป็นผัวเมียกัน หย่ากัน หมายถึง คู่ขาการพนันซึ่งไม่กินกัน ฉะนั้นผู้ที่ใช้ผัวเมียอย่ากัน นั้นผิดแน่ครับ
ที่มา: www.tewfree.com
5 สกุลเงินที่อ่อนค่าที่สุดในโลกใน ปัจจุบัน
เซเว่น เตรียมถอนการลงทุนจากเขมร สินค้าเขมรด้อยคุณภาพ ซ้ำวิกฤต ปชช.ไม่มีเงินซื้อ
Top 10 ประเทศที่มีปริมาณผลผลิตข้าวมากที่สุดในโลก
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลาก" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
ประเทศที่ส่งออกมันสำปะหลังเข้าไทยมากที่สุด
นกเกาะสายไฟ ทำไมไฟแรงสูงถึงทำอะไรไม่ได้?
จังหวัดของประเทศไทย ที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
ส่งอาหารในสุสาน! ไรเดอร์เจอดีลูกค้าสาวสั่งบุกป่าช้ากลางดึก อ้างจัดปาร์ตี้กับเพื่อน
10 ประเทศ ที่บริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากที่สุด
เมื่อ Soft Power ของกัมพูชา ผงาดบนสังเวียนของนักสู้มวยปล้ำ มันจะเป็นอย่างไรมาชมกันได้เลยเด้อ!
5 อันดับ ประเทศที่มีขยะมากที่สุดในโลก
ย่านที่ราคาที่ดินแพงที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย



