หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

7 ประโยชน์ของ "สะตอ" สุดยอดพืชผัก ของดีที่ชาวปักษ์ใต้นิยมรับประทาน


โพสท์โดย Ciphatha

หากเอ่ยถึงอาหารยอดนิยมในภาคใต้ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง “สะตอ” หรือที่ชาวปักษ์ใต้เรียกว่า “กะตอ” เป็นอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าสะตอจะมีกลิ่นฉุน แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมในการรับประทานลดน้อยลงเลย นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกด้วย 

"สะตอ" ของดีจากชาวปักษ์ใต้
สะตอ (Parkia speciosa หรือ Petai) มีรูปร่างคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ เป็นที่รู้จักกันดีในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย ประเทศสิงคโปร์ ประเทศลาว ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย เป็นต้น

สะตอนั้นอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการสูงมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต มีสรรพคุณที่ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยบำรุงสมองและสุขภาพดวงตา โดยส่วนใหญ่คนนิยมนำมารับประทานทั้งแบบดิบและแบบสุก นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู

คุณค่าทางโภชนาการของสะตอ
คุณค่าทางโภชนาการของสะตอ 100 กรัม (ให้พลังงาน 124 กิโลแคลอรี่) ให้สารอาหาร ดังต่อไปนี้

7 ประโยชน์จากสะตอ ที่คุณไม่เคยรู้

บรรเทาอาการซึมเศร้า
สะตอมีทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารเมลาโทนิน (Melatonin) ช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวล อาการเครียด ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจาง
สะตออุดมด้วยธาตุเหล็ก ที่ช่วยเสริมสร้างฮีโมโกลบินในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโลหิตจาง (Anemia)

ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิต
องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (United States Food and Drug Administration : FDA) กล่าวว่า สะตอ มีธาตุโพแทสเซียมสูงและมีความเค็มต่ำ จึงมีสรรพคุณที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคดันโลหิตและโรคหลอดเลือดสมอง

รักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด
การรับประทานสะตอระหว่างมื้ออาหารจะช่วยรักษาระดับน้ำตาลกลูโคส (Glucose) ให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น และช่วยป้องกันอาการแพ้ท้องในสตรีมีครรภ์อีกด้วย

บรรเทาอาการท้องผูก
สะตออุดมด้วยไฟเบอร์จำนวนมาก ช่วยฟื้นฟูลำไส้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรเทาอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทาอาการเสียดท้องอีกด้วย

บำรุงสุขภาพดวงตา
สะตอมีวิตามินเอสูงมากถึง 200 IU (หน่วยสากล) ต่อ 100 มิลลิกรัม ดังนั้นสะตอจึงมีคุณสมบัติในการช่วยบำรุงสุขภาพดวงตา และช่วยรักษากระจกตาให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

บำรุงสมอง
มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่า สะตออุดมด้วยโพแทสเซียมที่จะช่วยในการเรียนรู้ เพิ่มความจำ บำรุงสมองและยังช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัว

ผลข้างเคียงในการบริโภค
ถึงแม้ว่าสะตอจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงและอุดมด้วยคุณประโยชน์มากมาย แต่หากรับประทานมากจนเกินไป ย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้เช่นกัน ดังนี้

สะตอมีกรดแจงโคลิก (Djenkolic acid) เป็นกรดกำมะถัน มีพิษเล็กน้อย หากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว และยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์ โรคไตวายเฉียบพลัน โรคนิ่ว เป็นที่ทราบกันดีว่าสะตอนั้นมีกลิ่นฉุน หากรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจทำให้มีกลิ่นปากและปัสสาวะมีกลิ่น

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://pluto134340.com/บทความ/8476/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Ciphatha's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,167 ครั้ง
โพสท์โดย Ciphatha
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: Brother single, มีร่า
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบเกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวเงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหนใครเป็นคนกำหนดเงินเยียวยาประชาชนวัดความจนจากอะไรได้บ้าง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขาย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิดทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?
ตั้งกระทู้ใหม่