พิจารณาความตายเพื่อเข้าใจการมีชีวิตอยู่
อุบายอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เข้าใจว่า "เราเกิดมาทำไม" และควรใช้ชีวิตอย่างไร คือการพิจารณามรณานุสติ ให้เรา ตั้งคำถามกับตัวเองว่า "หากเรามีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง ๑ เดือน เราต้องการทำอะไร"
ตั้งคำถาม และค่อยๆ พิจารณทบทวนดูไม่ต้องรีบหาคำตอบ แม้ว่าจะมีคำตอบเกิดขึ้นก็ให้เก็บไว้ในใจ ทำใจสูงบนิ่ง แล้วก็ตั้งคำถามขึ้นใหม่ พิจารณาในสมาธิ อาจจะนั่งสมาธิสักชั่วโมงหนึ่ง หรือครึ่งชัวโงก็ได้ เมื่อคำตอบเกิดขึ้นก็รับรู้และปล่อยวาง แล้วก็ตั้งตันพิจารณาใหม่
ทำอยู่อย่างนี้สักระยะหนึ่งอาจจะทำอยู่สัก ๑ เดือน ตั้งสติพิจารณทบทวนเฉพาะคำถามข้อนี้ ป็นการพิจารณาปริศนาธรรมซึ่งก็เป็นสมาธิอย่างหนึ่ง เป็นอุบายที่ช่วยไม่ให้จิตคิดฟุ้งซ่านในสิ่งต่างๆ
ต่อไป เดือนที่ ๒ ตั้งคำถามใหม่ว่า"หากเรามีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง ๗ วัน เราต้องการทำอะไร"
ปฏิบัติเหมือนกัน คือค่อยๆ พิจารณาทบทวนดู ไม่ต้องรีบหาคำตอบหากคำตอบเกิดขึ้นก็รับรู้และปล่อยวาง แล้วก็ตั้งต้นใหม่ พิจารณาในสมาธิทำเช่นนี้ทุกวันสักระยะหนึ่ง ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน
เดือนที่ ๓ ตั้งคำถามใหม่ว่า
"หากเรามีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงวันเดียว เราต้องการทำอะไร"
พิจารณาในลักษณะเดียวกัน พิจารณไปรื่อยๆ คำตอบอาจจะเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัยเพ่งพิจารณาในสมาธิถึงสิ่งที่เราอยากจะทำจริงๆ ในชีวิตสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตที่เราอยากจะทำจริงๆ คืออะไรในที่สุดคำตอบที่ได้จะไม่ใช่มาจากความคิดแต่เป็นความรู้สึกภายในจิตใจจริงๆ
การพิจารณาอย่างนี้เป็นวิธีจริญมรณานุสติวิธีหนึ่ง ช่วยปลุกจิตใจให้ตื่นจากความลุ่มหลงมัวเมาในชีวิต หลงอยู่ว่าเรายังไม่แก่ เรายังไม่เจ็บเรายังไม่ตาย เป็นวิธีกระตุ้นปัญญให้ทำงาน เป้าหมายในชีวิตก็จะชัดเจนขึ้นมาเห็นชัดว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร กำไรของชีวิตคืออะไร ทำอะไรจึงจะป็นประโยชน์แก่ตนและแก่ผู้อื่น ประโยชน์ชาตินี้ ประโยชน์ชาติหน้า ประโยชน์อย่างยิ่ง
คืออะไร
สำหรับอาจารย์ ช่วงหนึ่งที่ปรารภความเพียรมากๆ ก็เคยปฏิบัติเบบนี้เมื่อพิจารณาตามนี้ ก็ได้คำตอบว่า "ถเรามีชีวิตอยู่อีกเพียงวันเดียว เราต้องปฏิบัติเอาจริงเอาจังจนเข้าถึงธรรมะ"
เอาจริงเอาจังในที่นี้ก็คือปฏิบัติเพื่อเข้าหลักสติปัฏฐาน ๔ ให้สมบูรณ์สำหรับประสบการณ์ของอาจารย์ ก็อาศัยวิธีที่เรียกว่า"นั่งจนตาย" คือนั่งขัดสมาธิอย่างไร ก็นั่งอยู่อย่างนั้นไม่ปลี่ยนอิยาบถ เมื่อเกิดทุกขเวทนา ก็ยกเอาทุกขวทนาเป็นอารมณ์กรรมฐาน เป็นเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานเพ่งพิจารณาทุกขเวทนา
เมื่อจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิกับทุกขวทนา คือไม่ยินดียินร้าย ไม่มีวิภวตัณหา ไม่มีอุปทานยึดมั่นถือมั่น ขณะที่วิภวตัณหาดับ ทุกขเวทนาก็จะดับในขณะนั้น เห็นด้วยปัญญวาเราผู้รู้ ผู้เห็นทุกขวทนา กับความรู้สึกทุกขเวทนาอยู่คนละฝ่ายกัน ใจสงบเย็นด้วยความปล่อยวาง เห็นทุกข์แต่ไม่มีทุกข์ มองเห็นด้วยใจว่า เวทนาเป็นสักแต่เวทนา เรไมใช่เวทนา เวทนาไม่ใช่เราเราไม่ใช่อยู่ในเวทนา เวทนาไม่ใช่อยู่ในรา เวทนาไมใช่สัตว์ บุคคล เรา เขา ตัวตน ทุกขเวทนาเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
จุดมุ่งหมายของการเพ่งพิจารณาเรื่องความตายก็เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงในการใช้ชีวิตของเรา ที่จะดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทขาดสติ และฝึกหัดที่จะปล่อยวางอารมณ์ที่เป็นเหตุแห่งความทุกข์ได้มากขึ้น ใช้ชีวิตอย่างมีป้หมายมีคุณค่า และมีความสุขใจ
บทความโดย epicwin
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
รองเท้าผ้าใบนักเรียนชายในตำนาน ทำไมยังติดความทรงจำหลายรุ่น
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
ปูนาตัวอันตรายต่อนาข้าวจริงไหม
คนเกิดวันไหนถูกโยงกับพญานาค เปิดความเชื่อสายมูที่ยังถูกพูดถึง
5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทย
เปิดวิธีกำจัดเชื้อราในห้องน้ำให้ถูกจุด
อาหารไทยที่กำลังสูญหาย
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
1 จังหวัดที่คนหนีออกมากที่สุดในไทย
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ช่องเล็ก ๆ บนไม้เสียบลูกชิ้นมีไว้ทำอะไร รายละเอียดเล็กที่หลายคนเพิ่งสังเกต
ปูนาตัวอันตรายต่อนาข้าวจริงไหม
น้ำอัดลมยอดนิยมในอดีต หายไปไหนกันหมด?


